กองทัพภาค 2 รายงานปะทะเดือด ทหารกัมพูชาดับ 100 ศพที่ 'ภูผี'

สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เผยฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตประมาณ 100 นายในพื้นที่ภูผี ขณะทหารยังคงสกัดการรุกจากหลายจุด พร้อมอพยพประชาชนกว่า 63,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยง และตั้งโรงครัวพระราชทาน–รถครัวสนามดูแลผู้ประสบภัยกว่า 52,000 กล่องต่อวัน

25 กรกฎาคม 2568 – เฟซบุ๊กเพจ “กองทัพภาค 2” โพสต์ว่า ศปก.ทภ.2 สรุปสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 (ณ เวลา 16.00 น.)

ตามที่เกิดสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้

สถานการณ์การสู้รบ กลยุทธ์ฝ่ายตรงข้ามยังคงพยายามใช้กำลังทหารราบเข้าประชิดกำลังฝ่ายเราเพื่อพยายามเข้าโจมตีหลักในพื้นที่ ช่องบก, ซำแต, ภูมะเขือ, ช่องตาเฒ่า, ประสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย โดยมีการยิงด้วยอาวุธยิงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ, พื้นที่ช่องบก มีความพยายามที่จะยึดเนิน 469, พื้นที่ช่องอานม้า ปรับกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ การปะทะเบาบางลง, พื้นที่ซำแต ยังคงมีการโจมตีด้วยอาวุธยิงสนับสนุน ด้วยรถถัง และปืนใหญ่, พื้นที่สัตตะโสม ฝ่ายตรงข้ามได้รับความเสียหายอย่างหนัก, พื้นที่เขาพระวิหาร มีการปะทะอย่างต่อเนื่องบริเวณวัดพระแก้ว, พื้นที่ภูมะเขือ มีการดำเนินกลยุทธ์เพื่อยึดพื้นที่สำคัญให้เกิดความได้เปรียบอีกฝ่าย, พื้นที่เนิน 350 ถูกทำลายด้วยอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายเรา, พื้นที่ปราสาท ตาควาย (อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์) ถูกอาวุธยิงสนับสนุนจากฝ่ายเราไม่สามารถดำเนินการเข้าตีต่อฝ่ายเราได้, พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม (อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์) ฝ่ายเราสามารถสกัดกั้นการเข้าฝ่ายตรงข้ามถอยกลับไป สถานะปัจจุบันฝ่ายตรงข้าม : เสียชีวิตที่พื้นที่ภูผีประมาณ 100 นาย

การอพยพประชาชน :

สนับสนุนส่วนราชการจังหวัดในการอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัย ไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือน พื้นที่ตอนในทั้ง 4 จังหวัด อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมียอดรวมประชาชนอพยพเข้าพื้นที่รวบรวมพลเรือนแล้ว 63,446 คน

ผลกระทบต่อประชาชน :

พื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย : ปัจจุบันยังไม่มีการรายงานพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายเพิ่มเติม ต.ตาเมียง ต.บักได และ ต.จีกแดก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีกระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่, ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี จรวด BM-21 ตกในพื้นที่ มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 4 หลัง และ ต.รุง ต.เมือง และ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่

การช่วยเหลือประชาชน : จัดจิตอาสาพระราชทานดูแลและช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ 4 จังหวัด เพื่อดูแลและช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งตั้งโรงครัวพระราชทาน 7 จุด รถครัวสนาม 8 จุด ประกอบอาหารเพื่อดูแลประชาชนผู้อพยพ จำนวน 15,000 กล่อง/มื้อ รวมทั้งสิ้น 52,000 กล่อง/วัน

ขอความร่วมมือประชาชน ดังนี้

1.ขอให้ประชาชน งดเว้นถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ เผยแพร่ หรือแชร์ข้อมูลการเคลื่อนย้ายของกำลังพล ยุทโธปกรณ์ เส้นทางปฏิบัติการ ความเคลื่อนไหวของฝ่ายความมั่นคง เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความสับสน ตื่นตระหนก สื่อสารข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี

2. ให้ประชาชนระวังข่าวปลอม FakeNews ซึ่งปัจจุบันมีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลเป็นวงกว้าง ขอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวสารให้ดี และพิจารณาเชื่อถือจากแหล่งที่มาที่เป็นทางการ

3. ปัจจุบันเกิดการปะทะตลอดพื้นที่ตามแนวชายแดน จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ตามแนวชายแดน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สีหศักดิ์' จับตาเขมรเคลื่อนย้ายอาวุธ-กำลังพล ลั่นหากรุกล้ำพื้นที่ไทย พร้อมปกป้องอธิปไตย

‘สีหศักดิ์’ ลั่นถ้ากัมพูชาตั้งใจยิงยุยง-รุกล้ำพื้นที่ พร้อมปกป้องอธิปไตย ยัน ติดตามความเคลื่อนไหวการเคลื่อนย้ายอาวุธ-กำลังพลเขมรตลอด เผยเตือนไปแล้ว ให้ระวังคำพูดที่เสี่ยงแทรกแซง

นายกฯเคลียร์! ปม‘ไทย-เขมร’ เชื่อมั่นกองทัพ

"อนุทิน" เผยเหตุไม่สงบชายแดนเคลียร์จบแล้ว ยันไม่มีการยิงต่อเนื่อง ชี้ผู้บังคับบัญชาแนวหน้ามีสิทธิเจรจา แต่ไม่ควรเกิดบ่อย ย้ำกองทัพไทยเข้มแข็ง ด้าน ผบ.ทสส.บุกอรัญประเทศ ตรวจเยี่ยมกองกำลังบูรพา

นายกฯ ยันเคลียร์จบแล้ว เหตุกัมพูชายั่วยุทหารไทย ไม่มียิงต่อเนื่องแต่อย่าเกิดขึ้นบ่อย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารกัมพูชายิงลูกระเบิด M79 มายังฝั่งประเทศไทยว่า ได้รับรายงานแล้ว และทั้งหมดเป็นไปตามข่าวที่กองทัพได้เผยแพร่ ซึ่งเสนาธิการทหารบกได้รายงานให้ทราบเมื่อ

ส่ออีกรอบ! ทภ.2 ยิงเตือนกัมพูชา หลังพบเคลื่อนกำลัง-ส่องเลเซอร์ใส่ฐานไทย

กองทัพภาคที่ 2 รายงานเหตุการณ์ตึงเครียดแนวชายแดน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ หลังตรวจพบความเคลื่อนไหวกำลังพลและการส่องแสงคล้ายเลเซอร์จากฝั่งกัมพูชาเข้าหาฐานปฏิบัติการของไทย จึงดำเนินการยิงแจ้งเตือน ก่อนผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่ายประสานคลี่คลายสถานการณ์