กองทัพบก แจงปรับลดกำลังทหารไทยในบางพื้นที่ชายแดน เป็นไปตามสถานการณ์และวงรอบปกติ

กองทัพบก แจงปรับกำลังชายแดนตามสถานการณ์ พร้อมวางกำลังทหารดูแล และเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิดย้ำสถานการณ์ไทย–กัมพูชายังไม่น่ากังวล ยังไม่พบสัญญาณยกระดับความขัดแย้ง

10 มีนาคม 2569 - พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่สังคมอาจมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ว่ากองทัพบกได้ติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด มีการวางกำลังทหารดูแลอย่างเข้มแข็ง และจากการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณของการยกระดับความขัดแย้งในระยะใกล้

สำหรับกรณีพื้นที่ช่องซำแต จังหวัดศรีสะเกษ หน่วยทหารไทยในพื้นที่ตรวจพบความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาในลักษณะเข้าใกล้แนวรั้วลวดหนาม พร้อมพฤติกรรมในลักษณะก่อกวน และมีการถ่ายทำคอนเทนต์ยั่วยุอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งฝ่ายไทยได้มีการพูดคุยตักเตือนไปแล้วหลายครั้ง โดยเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ทหารไทยได้ทำการยิงเตือนขึ้นฟ้าเพื่อเป้องกันการรุกล้ำและควบคุมสถานการณ์ตามกฎการใช้กำลัง และหน่วยทหารในพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยจากการประเมินเบื้องต้นพบว่ากำลังทหารที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นกำลังพลใหม่ที่ยังขาดประสบการณ์และวินัยในการปฏิบัติ

ส่วนกรณีพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีรายงานว่าทหารกัมพูชามีการขุดคูเลตหรือจัดสร้างฐานที่กำบังนั้น ถือเป็นการจัดตั้งที่มั่นทางทหารตามหลักยุทธวิธีทั่วไปของหน่วยทหารรบ เนื่องจากภายหลังที่กำลังทหารกัมพูชาถูกผลักดันกลับไปอยู่ในพื้นที่ของตนเอง การจัดสร้างที่กำบังหรือสถานที่ปฏิบัติการต่าง ๆ ในพื้นที่ของตนถือเป็นการสถาปนาความมั่นคงของหน่วยทหารในพื้นที่ใหม่ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติทางทหารโดยทั่วไป และยังไม่มีประเด็นที่น่ากังวล

ในส่วนของประเด็นที่บางคนมองว่ากัมพูชาน่าจะมีการเอาพื้นที่คืนนั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า หากเกิดขึ้นก็น่าจะเป็นไปในลักษณะใช้ในมิติทางการทูตหรือกลไกทวิภาคีเป็นหลัก ส่วนในมิติทางทหารยังไม่พบสัญญาณหรือสิ่งบอกเหตุที่ชัดเจน ซึ่งไทยยังคงยึดหลักการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) โดยในปัจจุบันยังคงยึดหลักการตามถ้อยแถลงร่วมจากการประชุม GBC คือฝ่ายใดที่วางกำลังอยู่ในพื้นที่ใดก็ให้คงกำลังในพื้นที่นั้นไว้ก่อน จนกว่าจะมีการหารือผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องในอนาคต

ในเรื่องของการปรับลดกำลังทหารไทยในบางพื้นที่ชายแดนนั้น เป็นการปรับการวางกำลังตามสถานการณ์และวงรอบการปฏิบัติราชการของหน่วย เพื่อให้กำลังพลบางส่วนได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจปกติของหน่วย ซึ่งในพื้นที่ยังคงมีการวางกำลังทหารเพื่อดูแลและเฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากข้อมูลด้านการข่าว ยังไม่พบสัญญาณสิ่งบอกเหตุที่อาจจะนำไปสู่การปะทะขนาดใหญ่อย่างที่บางคนคาดเดา ในมุมมองทางทหารเชื่อว่า ณ ปัจจุบัน กัมพูชายังไม่มีความได้เปรียบเพียงพอที่ใช้กำลังทางทหารต่อฝ่ายไทย เนื่องจากการเตรียมความพร้อมฝ่ายไทยไม่ได้อยู่เพียงเฉพาะหน่วยที่ประจำบริเวณแนวชายแดนเท่านั้น จึงเชื่อว่าหากกัมพูชาตัดสินใจใช้กำลังจะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อกัมพูชามากกว่าฝ่ายไทยอย่างแน่นอน ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันจึงยังไม่น่ากังวล แต่อย่างไรก็ตามผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่อยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท

ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และฝ่ายไทยยังยึดแนวทางการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกความร่วมมือและการหารือระหว่างสองประเทศ ควบคู่กับการรักษาความพร้อมของกำลังทหารในการดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มทบ.22 อุบลราชธานี บรรจุทายาททหารกล้า ปกป้องแผ่นดินไทย เข้ารับราชการแทน

มทบ.22 อุบลราชธานี บรรจุทายาทของทหารกล้า "วีรชนทหารกล้าชายแดน" เข้ารับราชการทดแทน จากเหตุปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา

ผบ.กกล.บูรพา ยัน 'คลองน้ำใส' อยู่ในเขตอธิปไตยของไทย หลังกัมพูชาขุดลอกเปลี่ยนทางน้ำ

ผบ.กกล.บูรพา ยัน “คลองน้ำใส” เป็นแผ่นดินไทย พร้อมตรวจสอบมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเขตแดนหรือไม่ ลั่นไม่ยอม หากพบมีการรุกล้ำ

อดีตทหารพราน ชี้สู้รบรอบ 3 เกิดแน่ เปิดภาพทหารกัมพูชาได้ปืนไรเฟิลรุ่นใหม่ตัวแรงจากจีน

นายกรกต เกตุแก้ว อดีตนักรบเดนตายหลายสมรภูมิ ร้อย ทพ.จู่โจม 911 ค่ายปักธงชัย และนักเขียนวีรกรรมทหารพราน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ยกที่ 3 มีโอกาสเกิดแน่"

กองทัพบก ชี้คำพูด 'หวัง อี้' บอกกัมพูชาไม่อยากรบแล้ว ต้องใช้ข้อมูลการข่าวทหารเท่านั้น

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ

โฆษก ทบ. มองคดียิง 'สส.กมลศักดิ์' เป็นเรื่องทางสังคม ไม่ใช่ความมั่นคง

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ไปแจ้งความเพิ่มเติม 2 ทหาร ในคดีลอบยิง คาดเป็นผลจากการไปช่วยชาวบ้าน และอาจขัดแย้งกับฝ่ายความมั่นคง ว่า เรื่องนี้เป็นคดีความทางสังคม