ท่ามกลางโลกการเมืองที่มีเรื่องให้พูดนับพัน “พริษฐ์ วัชรสินธุ” เลือกยืนหยัดอยู่กับเรื่องเดียว คือ “รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าที่ใดหรือเมื่อใด เสียงของเขายังคงวนเวียนอยู่กับกติกาที่เชื่อว่าจะเปลี่ยนประเทศได้ แต่เมื่อความเชื่อกลายเป็นโลกทั้งใบ เส้นบางๆระหว่างความมุ่งมั่นกับความหมกมุ่นก็เริ่มพร่ามัวลงทุกที
วันที่ 14 ตุลาคม 2568 ในห้องประชุมรัฐสภา เสียงอภิปรายของ พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดังขึ้นอีกครั้งในวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ชายหนุ่มในสูทสีกรมท่าคู่กับเนกไทสีส้ม ยืนอยู่ท่ามกลางแถวของสมาชิกสภา มือหนึ่งชี้นิ้วขึ้นในจังหวะอภิปราย สีหน้าจริงจัง เสียงหนักแน่น สะท้อนความเชื่อมั่นในสิ่งที่พูด
บรรยากาศในห้องประชุมสงบแต่แน่นด้วยความคาดหวัง ไอติมกำลังอธิบายว่า ปัญหาของประเทศเริ่มต้นและจะจบลงที่ “รัฐธรรมนูญ”
เนื้อหาการอภิปรายว่าด้วยความไม่สมบูรณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ตั้งแต่ที่มาของอำนาจ จนถึงบทบัญญัติที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน กติกาที่ไม่เป็นธรรม คือรากของปัญหาและเมื่อกติกาดี ประชาธิปไตยก็จะดีตาม
ตลอดสองปีในเส้นทางการเมืองชื่อของ ไอติม มักปรากฏคู่กับคำว่า “รัฐธรรมนูญ” ในทุกเวทีอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นช่วงตั้งกระทู้ ถกงบประมาณ หรือออกสื่อยืนยันจุดยืนเดิมว่า ประเทศไทยต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ที่ มาจากประชาชนจริง ๆ
ความมุ่งมั่น นี้กลายเป็นเอกลักษณ์ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็ทำให้มีการเริ่มตั้งคำถามว่า “ผู้แทนประชาชน” ควรพูดแทนประชาชนเพียงเรื่องเดียวหรือไม่
แน่นอน ไม่มีใครปฏิเสธว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 มีข้อจำกัดจริง ทั้งในทางการเมืองและการบริหารประเทศ แต่ปัญหาของประเทศไทยไม่ได้มีเพียง “โครงสร้างอำนาจ”
ในขณะที่ ไอติม อภิปรายในสภา ฝนกำลังตกหนักทางภาคกลาง น้ำในแม่น้ำล้นตลิ่ง ภาคเหนือเริ่มเจอ ภัยแล้งก่อนฤดู ชายแดนไทย-กัมพูชามีชาวบ้านนอนฟังเสียงเครื่องยนต์ของหน่วยลาดตระเวนทุกคืน และ ราคายาง ในภาคใต้ก็ยังไม่ขยับขึ้นจากปีก่อน
ชีวิตจริงของผู้คนไม่ได้รอให้รัฐธรรมนูญใหม่เสร็จจึงค่อยเดินต่อ แต่ดูเหมือนโลกของไอติมจะหมุนอยู่ในแกนเดียว คือการเปลี่ยน กติกา ให้สมบูรณ์ในเชิงทฤษฎี
ความมุ่งมั่น ของเขาจึงมีสองหน้า หน้าหนึ่งคือ พลังของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน แต่อีกหน้าหนึ่งคือภาพของ นักการเมืองที่พูดซ้ำเรื่องเดิมทุกครั้ง แม้ประเด็นอื่น ๆ จะร้อนแรงไม่แพ้กัน
คำถามที่เริ่มก่อตัวในวงสนทนาทางการเมืองคือ ไอติมยังคง “มุ่งมั่น” อยู่หรือไม่ หรือว่าได้ก้าวข้ามเส้นนั้นไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “หมกมุ่น” แล้วโดยไม่รู้ตัว
พริษฐ์ วัชรสินธุ เติบโตและเรียนรู้ในระบบการศึกษาตะวันตก กรอบความคิดจึงถูกหล่อหลอมให้เชื่อว่า “สังคมที่ดี เริ่มจากระบบที่ดี” เชื่อใน กติกา เชื่อใน กลไก และเชื่อว่าเมื่อโครงสร้างอำนาจถูกปรับให้เท่าเทียม ประเทศจะค่อย ๆ เคลื่อนไปสู่ ความเป็นธรรม อย่างยั่งยืน
แนวคิดแบบนี้งดงามในเชิงทฤษฎี แต่ในสังคมที่ความจริงยังปะปนกับความรู้สึกและผลประโยชน์หลายชั้น สูตรสำเร็จแบบตะวันตกจึงมักสะดุดกลางทาง เพราะประเทศไทยไม่ใช่เพียงพื้นที่ของกฎหมายและระบบ แต่เป็นพื้นที่ของ ชีวิตที่ซับซ้อนกว่าตัวบท
เสียงอภิปรายของไอติมมักเต็มไปด้วยเหตุผล เปี่ยมด้วยศัพท์ทางการเมืองที่เป็นระบบระเบียบ แต่เมื่อฟังนานเข้า หลายคนเริ่มรู้สึกว่า นี่คือ “ภาษาอีกโลกหนึ่ง” ที่ยังไม่แตะหัวใจของสังคมไทย
ความตั้งใจไม่เคยเป็นปัญหา สิ่งที่ท้าทายคือวิธีแปลงอุดมการณ์ให้เข้าใจได้ใน ภาษาคน ระหว่าง การวิเคราะห์ กับ การลงมือ ระยะห่างเล็กนิดเดียวแต่มีน้ำหนักมาก และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ภาพของไอติมดูเหมือนคนที่ คิดเป็นระบบ แต่ยังไม่เข้าระบบของสังคมจริง
พรรคประชาชน ในฐานะพรรคคนรุ่นใหม่ ย่อมหนุนแนวทางแบบเดียวกัน เพียงแต่เมื่อไอติมพูด มักกลายเป็นศูนย์กลางของอุดมการณ์นั้นโดยปริยาย เหมือนภาพสะท้อนของความเชื่อที่ว่า การเปลี่ยนประเทศต้องเริ่มที่การแก้กติกา แม้บางครั้ง “กติกา” นั้นจะยังอยู่ไกลจากชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่
ความมุ่งมั่นของไอติมไม่ได้เกิดจากความทะเยอทะยานส่วนตัว แต่มาจากความเชื่อว่า กติกาที่ดีจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาอย่างเท่าเทียม มองว่าประเทศไทยติดหล่มเพราะกติกาเก่าขัดขวางพลังของประชาชน และการแก้รัฐธรรมนูญคือหนทางหลักในการคลี่คลายโครงสร้างนั้น
แต่ในความเป็นจริง การเมืองไม่ใช่สนามจำลอง ที่เปลี่ยนกติกาแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นทันที สังคมไทยมีรากทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่พันกันแน่น ตั้งแต่ ความเหลื่อมล้ำ การศึกษา ไปจนถึง ความคิดเรื่องอำนาจ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนได้เพียงด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่
จึงเริ่มมีการตั้งข้อสังเกตว่า ความมุ่งมั่นอาจกลายเป็นกรอบที่บีบตนเองโดยไม่รู้ตัว เมื่อทุกคำตอบของปัญหาถูกส่งกลับไปยังคำว่า “กติกา” จนบทบาทของผู้แทนประชาชนดูเหมือนจำกัดอยู่เพียงการอภิปรายในเชิงระบบ
ในขณะที่ชีวิตจริงของประชาชนยังต้องการคนลงมือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ต้องการเสียงที่พูดถึง น้ำท่วม ภัยแล้ง หนี้สิน หรือราคาพืชผล เสียงแบบนั้นกลับไม่ค่อยหลุดออกจากไมค์ของไอติม
สิ่งที่น่าคิดคือ เมื่อความตั้งใจดีถูกใช้ซ้ำในรูปแบบเดิมนานเกินไป มันอาจค่อย ๆ แปรสภาพจาก พลังผลักดัน เป็น วังวนของความหมกมุ่น จนหลงลืมไปว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงกติกาที่ดี แต่คือชีวิตที่ต้องดีขึ้นพร้อมกันด้วย
ไม่มีใครปฏิเสธว่า ไอติม คือคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้และความตั้งใจ เป็นภาพแทนของการเมืองแบบใหม่ที่หวังจะพาประเทศออกจากวังวนเดิม แต่ความพยายามกลับติดอยู่ในกรอบที่แคบกว่าที่ตั้งใจไว้ เพราะทุกครั้งที่พูด ทุกครั้งที่ปรากฏตัว เสียงนั้นวนกลับไปที่คำเดิม “รัฐธรรมนูญ”
ไม่ใช่ว่าคนไทยไม่อยากเห็นการแก้รัฐธรรมนูญ แต่สังคมไทยกำลังต้องการ นักการเมืองที่ครบเครื่อง คนที่พูดเรื่อง กติกา ได้ แต่ก็พูดเรื่อง ชีวิต ได้ด้วย เพราะ ประชาธิปไตยไม่ได้มีอยู่แค่ในรัฐสภา มันอยู่ใน ตลาดเช้า ในท้องนา ในโรงงาน และบนท้องถนน ที่คนยังต้องดิ้นรน
เมื่อคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาชนพูดแต่เรื่องโครงสร้าง ภาพของพรรคจึงกลายเป็นเหมือน ชมรมวิชาการทางการเมือง มากกว่าพื้นที่ที่คนรู้สึกว่าเข้าไปพึ่งได้ ความมุ่งมั่นในการแก้กติกา จึงเริ่มกลายเป็นภาพของ ความหมกมุ่นในอุดมคติ ที่ยังไม่เชื่อมถึงความทุกข์ของชีวิตจริง
พริษฐ์ วัชรสินธุ อาจกำลังทำในสิ่งที่เชื่อว่าถูกที่สุด แต่ในทางการเมือง ความถูกไม่พอ ถ้ามันไม่แตะหัวใจคน เพราะ ความยุติธรรม ไม่เกิดจากบทบัญญัติอย่างเดียว มันเกิดจากคนทำงานการเมืองที่เข้าใจว่า กฎหมายที่ดี ต้องเดินคู่กับความเข้าใจชีวิตคน
บางทีประเทศไทยอาจไม่ได้ต้องการรัฐธรรมนูญใหม่เพียงอย่างเดียว แต่อาจต้องการ นักการเมืองแบบใหม่ ที่เข้าใจว่า กติกาที่ดีจะไม่มีค่าเลย หากไม่ถูกใช้เพื่อทำให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น
และนั่นคือบทเรียนเล็ก ๆ จากเรื่องใหญ่ของ พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้มุ่งมั่นจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้ประเทศ แต่ยังลืมมองว่าบ้านหลังเดิม ยังมีคนอีกมากที่แค่ต้องการให้หลังคามันไม่รั่วในฤดูฝน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชน. ค้านยกเลิกอาหาร สส. ชี้ยังจำเป็นต้องมี แต่ต้องประหยัดงบ ไม่ให้กินเหลือทิ้ง
"ภัณฑิล" ชี้ อาหาร สส. ยังจำเป็น แต่ควรปรับให้เหมาะสม เหตุเหลือเยอะเป็นขยะ แนะ ใช้การ์ด จำกัดวงเงินแทน ขณะที่ ผู้ช่วย สส. ควรมีตัวชี้วัดการทำงาน กันข้อครหาใส่ชื่อญาติพี่น้องเอาเงินเข้ากระเป๋า ส่วน กองทุนบำนาญ ควรปรับสัดส่วนใหม่ไม่ให้เป็นภาระงบหลวง
'ไอติม' โต้ครหา สส.ส้ม ลอยตัวเข้าสภาฯ ทิ้งตรวจสอบเลือกตั้ง ชี้ยื่นฟ้อง ม.157 แล้ว
"ไอติม" กางแผนสู้ 2 ขา หลังถูกวิจารณ์ สส.ส้ม ลอยตัวเข้าสภาแล้วไม่ตรวจสอบปัญหาเลือกตั้ง ยันบุกฟ้อง ม.157 ปมบาร์โค้ดบัตรลงคะแนนแล้ว เหตุทำลายหลักการลงคะแนนลับ เผยหากเข้าสภาแล้ว เตรียมยื่นแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เปิดทางประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระที่ใช้อำนาจมิชอบได้
นักวิชาการยกคำ 'ธนาธร' ตั้งคำถามพรรคส้ม หลังเคยลั่น พรรคอันดับ 2 ไม่ควรชิงนายกฯหากแพ้ ถึง 30 เสียง
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ประจำวิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อกรณีที่พรรคประชาชนตัดสินใ
'ดร.โอฬาร' ชี้ เกมเสนอชื่อนายกฯ ของพรรคประชาชน กระทบเครดิตพรรค หลังเคยลั่นไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่พรรคประชาชนเสน
‘โสภณ’ ชนะขาดลอยนั่งประธานสภาฯตามคาด
ที่ประชุมสภาฯเลือกนาย “โสภณ ซารัมย์” นั่งประธานสภาฯ ฯ ตามคาด ด้วยคะแนนเสียง 289 เสียง ชนะ “ไอติม” ที่ได้ 123 เสียง
จัดการแล้ว ‘กรมการปกครอง’ สั่ง ‘พรรคส้ม’ ยกเลิกใช้งานระบบดิจิทัลไอดีเซ่นพิษทำข้อมูลประชาชนรั่ว
”กรมการปกครอง”’จ่อสั่งยกเลิกระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล ‘พรรคส้ม’ หลังเจอข้อมูลสมาชิกรั่วไหล ชี้อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย

