
4 พ.ย.2568- ภายหลังกลุ่มนิสิตจุฬาฯเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรีช่วงเหตุการณ์คนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง โดยมีกลุ่มติดอาวุธชุดดำคอยให้การช่วยเหลือ และใช้อาวุธสงครามทะปะกับเจ้าหน้าที่นั้น ปรากฏว่าอดีตแกนนำนปช.โดยเฉพาะ นพ.เหวง โตจิราการ กับ นางธิดา ถาวรเศรษฐ สองสามีภรรยาออกมาประสานเสียงว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีชายชุดดำตามที่ฝ่ายรัฐกล่าวอ้าง และข้อมูลในถูกทำให้เชื่อต่อๆกันมาในหมู่คนรุ่นใหม่บางกลุ่มที่ไม่พยายามค้นหาข้อเท็จจริง
กลุ่มชายชุดดำ ติดอาวุธสงคราม ได้ปรากฏในคลิปเหตุการณ์อยู่หลายเหตุการณ์ อีกทั้ง รายงานฉบับสมบูรณ์ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กรกฎาคม ๒๕๕๓ – กรกฎาคม ๒๕๕๕ ที่ “คณิต ณ นคร” เป็นประธาน ได้การระบุพฤติการณ์ของชายชุดดำในเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองเอาไว้ชัดเจน อยู่ในข้อ ๒.๔ พฤติการณ์ของคนชุดดำที่ใช้ความรุนแรงและอาวุธสงคราม โดยปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่ชุมนุมดังนี้
๒.๔.๑ เหตุการณ์ความรุนแรงในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓
๒.๔.๑.๑ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทหารจะถูกโจมตีด้วยระเบิด พบการปรากฏตัวและการใช้อาวุธของคนชุดดำ เมื่อเวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น. มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศพบคนชุดดำจำนวน ๕ คนถืออาวุธปืนเล็กกลชนิดเอเค ๔๗ เอ็ม ๑๖ และเครื่องยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ และปืนพก ในจำนวนนี้มีผู้ใกล้ชิดกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) อยู่ด้วย โดยพบบริเวณปากซอยหลังร้านแมคโดนัลด์ที่เชื่อมต่อไปออกถนนตะนาว ด้านหลังอาคารของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ซอยหลังอาคารกองสลาก) และหลังเกิดเหตุระเบิดบริเวณถนนตะนาว และเวลาประมาณ ๒๐.๓๗ น. มีนักข่าวชาวต่างประเทศพบคนชุดดำถืออาวุธปืนเอเค ๔๙ ในบริเวณเดียวกันและได้ถ่ายภาพไว้ด้วย และเวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. มีผู้พบเห็นรถตู้สีขาวขนคนชุดดำสองสามคนพร้อมอาวุธสงครามมาส่งที่บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ด้านร้านหนังสือเมืองโบราณและร้านเมธาวาลัย (ศรแดง) โดยมีการ์ด นปช.คอยห้อมล้อมเดินไปทางร้านแมคโดนัลด์ และห้ามมิให้ถ่ายรูป
ขณะเดียวกันมีผู้ชมนุมบางคนพูดว่า “ส่งคนมาช่วยแล้ว” และถูกการ์ด นปช.ห้ามไม่ให้พูด นอกจากนี้ยังปรากฏภาพรถตู้สีขาวในกล้องวงจรปิดระบุเวลาประมาณ ๒๐.๒๙ น. บริเวณใกล้พื้นที่ชุมนุม และหลังจากเหตุการณ์ปะทะ เจ้าหน้าที่ทหารพบรถตู้สีขาวซึ่งมีกลุ่มคนชุดดำมีอาวุธสงครามโดยสารมาด้วยบริเวณวัดตรีทศเทพ และยังปรากฏภาพคนชุดดำถือเอ็ม ๗๙ ยืนอยู่ข้างรถตู้สีขาวจอดอยู่ในบริเวณที่มีผู้ชุมนุมอยู่
๒.๔.๑.๒ ช่วงที่มีการปะทะ (เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ – ๒๑.๐๐ น.) เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลพบคนชุดดำจำนวน ๔ คน ถืออาวุธปืนเอเค ๔๗ และปืนเล็กยาวเดินออกมาจากถนนตะนาวฝั่งอนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา เข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณสี่แยกคอกวัว และได้ยึดอาวุธปืนเอ็ม ๗๙ จากคนชุดดำที่บริเวณสี่แยกคอกวัวฝั่งอนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลาฯ ได้จำนวน ๑ กระบอก และปรากฏภาพคนชุดดำสองสามคนบริเวณสี่แยกคอกวัวหน้าร้าน Burger
King บริเวณปากซอยหลังอาคารกองสลาก ใช้อาวุธปืนสงครามยิงไปในทิศทางที่ทหารปฏิบัติหน้าที่อยู่บนถนนตะนาวและถนนข้าวสาร และเชื่อว่ามีคนชุดดำที่ปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกคอกวัวใช้อาวุธปืนเอเค ๔๗ ยิงไปยังสิ่งต้องสงสัยว่าเป็นคนกำลังยิงปืนสงครามอยู่บนระเบียงชั้น ๓ ของอาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่บริเวณสี่แยกคอกวัว
๒.๔.๑.๓ กรณีการเสียชีวิตของ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม น่าเชื่อได้ว่าระเบิดเอ็ม ๖๗ ถูกขว้างออกมาจากในบริเวณบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ต้นถนนดินสอตรงข้ามกับโรงเรียนสตรีวิทยา ในบริเวณ “ผู้ดูแลบ้านระบุว่าก่อนเกิด ใกล้เคียงกับจุดที่พบหลุมระเบิดซึ่งเป็นจุดที่ พ.อ.ร่มเกล้าถูกระเบิด” ความรุนแรงมีผู้ชุมนุมปีนข้ามรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านจากด้านวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหลายคนแล้วออกไปทางด้านหลังบ้าน วันรุ่งขึ้นคือวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๓ ผู้ดูแลบ้านได้พบโลหะรูปร่างคล้ายกับภาพของกระเดื่องของระเบิดขว้างสังหารที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานให้ดู จำนวนสองอันที่พื้นในบริเวณสนามของบ้าน และในเช้าวันเดียวกันนั้นได้มีชายสองคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่แต่แต่งกายชุดพลเรือน ขอเข้ามาตรวจภายบริเวณบ้านและเอาวัตถุดังกล่าวไป
๒.๔.๒ เหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณถนนพระรามที่ ๔ – บ่อนไก่ และถนนราชปรารภ
๒.๔.๒.๑ ช่วงเดือนเมษายน ถึงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓ มีการยิงเอ็ม ๗๙ จำนวนมากเข้าใส่หลายพื้นที่บริเวณถนนสีลมและรอบสวนลุมพินี มีผู้สื่อข่าวชาวต่างประเทศพบเห็นชาย ๓ คน คนหนึ่งถืออาวุธสงคราม อีก ๒ คนไปหยิบอาวุธปืนสงครามจากถุงดำซึ่งอยู่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๖ โดยคนหนึ่งได้ใช้อาวุธดังกล่าวยิงไปทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทราบจากพนักงานสอบสวนว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาได้ในภายหลัง โดยให้การในชั้นสอบสวนว่าเป็นคนสนิทของเสธ.แดง และเป็นผู้ใช้อาวุธปืนทาโวร์ ยิงไปที่โรงแรมดุสิตธานี และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในเหตุการณ์ดังกล่าว และระหว่างการที่ทหารเข้าควบคุมพื้นที่สวนลุมพินีในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม มีการปะทะกับคนชุดดำในสวนลุมพินีเป็นเวลานานประมาณ ๓๐ นาที จึงเชื่อว่าน่าจะมีคนชุดดำอยู่ภายในสวนลุมพินี
๒.๔.๒.๒ เหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณถนนพระรามที่ ๔ – บ่อนไก่ ช่วงปิดล้อมพื้นที่ระหว่างวันที่ ๑๔ ถึง ๑๘ พฤษภาคม มีผู้พบเห็นกลุ่มคนชุดดำมีอาวุธปืนสงครามและเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม ๗๙ อย่างน้อย ๕ คน อ้างว่าเป็นลูกน้อง เสธ.แดง เคลื่อนไหวอยู่ภายในซอยต่าง ๆ บริเวณชุมชนบ่อนไก่และซอยงามดูพลี โดยควบคุมการปฏิบัติการของการ์ดผู้ชุมนุม โดยเชื่อได้ว่าเป็นกลุ่มที่ใช้อาวุธสงครามโจมตีเจ้าหน้าที่ และผู้ให้ข้อมูลพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในบริเวณนั้นด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวห้ามมิให้ชาวบ้านพูดเรื่องชายชุดดำให้คนอื่นทราบและวันที่ ๑๙ พฤษภาคม เวลาบ่าย มีการยิงเข้าใส่ชาวชุมชนที่บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ขณะกำลังพยายามลากสายฉีดน้ำจาก สถานีบริการน้ำมัน ปตท. เพื่อข้ามไปดับไฟที่ธนาคารกสิกรไทย โดยยิงมาจากซอยงามดูพลีซึ่งอยู่นอก แนวปิดล้อมของเจ้าหน้าที่ทหารและเป็นพื้นที่ควบคุมของการ์ดผู้ชุมนุมและคนชุดดำ นอกจากนี้ยัง ปรากฏภาพคนชุดดำกำลังยิงวัตถุชนิดหนึ่งซึ่งผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นระเบิดเอ็ม ๗๙ โดย คนชุดดำดังกล่าวปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมในซอยงามดูพลี ถนนพระรามที่ ๔ และภาพคนชุดดำถือ อาวุธปืนเอ็ม ๑๖ ปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมอยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งตลอดการช่วงปิดล้อมพื้นที่ระหว่าง วันที่ ๑๔ ถึง ๑๘ พฤษภาคม มีการยิงปืนสงครามและระเบิดเอ็ม ๗๙ จำนวนมากเข้ามายังแนวที่ตั้ง ของเจ้าหน้าที่ทหาร
๒.๔.๒.๓ ในเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณถนนราชปรารภ-ดินแดง เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ ถึง ๒๒.๐๐ ทุ่ม มีการยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ และอาร์พีจี เข้าใส่แนว วางกำลังของเจ้าหน้าที่ทหารบริเวณถนนราชปรารภหน้าโรงแรอินทราถึงแอร์พอร์ตลิงค์และในช่วงเวลาเดียวกันมีนักข่าวชาวต่างประเทศพบเห็นกลุ่มชายชุดดำจำนวน ๓ คน ที่บริเวณเต็นท์ภายใน แนวกีดขวางของผู้ชุมนุมบนสะพานข้ามคลองแสนแสบ ถือถุงขยะสีดำเข้ามาในเต็นท์ แล้วมีคนหนึ่งถือ เครื่องยิงระเบิดชนิดเอ็ม ๗๙ เดินออกไปทางประตูน้ำ อีก ๒ นาทีต่อมาก็มีเสียงปืนดังขึ้นและได้ยิน เสียงระเบิดจำนวนสองสามลูก ตามด้วยเสียงโห่ร้อง (เสียงเฮ) จากผู้ชุมนุม โดยกลุ่มคนชุดดำดังกล่าว สามารถเข้า-ออกพื้นที่ชุมนุมได้โดยไม่มีการตรวจค้น และยังให้ข้อมูลว่าหนึ่งในกลุ่มคนชุดดำนั้นเป็นที่ รู้จักในกลุ่มการ์ด นปช. และผู้ชุมนุม เป็นอย่างดี และน่าจะเกี่ยวข้องกับเสธ.แดง ต่อมาเวลาประมาณ ๒๓.๑๕ น. มีการยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ๑ นัด โดยตลอดช่วงเวลาปิดล้อมพื้นที่ ระหว่างวันที่ ๑๓ ถึง ๑๘ พฤษภาคม มีการยิงเอ็ม ๗๙ และอาร์พีจี จำนวนมากเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหาร บริเวณประตูน้ำถึงแยกมักกะสัน และเชื่อว่ามีการปฏิบัติการของคนชุดดำโดยใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่แนว วางกำลังของเจ้าหน้าที่ทหาร จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ทหารในเหตุการณ์ซึ่งสอดคล้องกับผลการ ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุซึ่งพบรอยกระสุน ๔ รอย บนสะพานรั้วโลหะของสะพานลอยคนข้ามบน ถนนราชปรารภใกล้สถานีบริการน้ำมันเชลล์ซึ่งมีทิศทางการยิงมาจากทางสามเหลี่ยมดินแดงซึ่งเป็น พื้นที่ซึ่งมีผู้ชุมนุมอยู่ไปยังทิศทางสี่แยกมักกะสันซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่
๒.๔.๒.๔ ระหว่างการกระชับพื้นที่บนถนนราชดำริในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลา ประมาณ ๑๓.๓๐ น. หลังจากที่แกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุม มีการยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ หลาย ลูกเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งเคลื่อนมาจากแยกศาลาแดงและหยุดอยู่ที่ริมรั้วสวนลุมพินีตรงแยกราช ดำริ-สารสิน โดยเชื่อว่ายิงมาจากถนนราชดำริด้านที่เลยแยกราชดำริตัดถนนสารสินไปทางสี่แยกราช ประสงค์ ๒.๔.๒.๕ จากเหตุการณ์และการปฏิบัติการของคนชุดดำข้างต้นจึงเชื่อว่ามีคนชุดดำ ปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมและปฏิบัติการร่วมกับการ์ดผู้ชุมนุมบางส่วนและโดยการรู้เห็นหรือสนับสนุน ของแกนนำ นปช.บางคนโดยเฉพาะในเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน เหตุการณ์บนถนนพระรามที่ ๔ – บ่อนไก่ และบนถนนราชปรารภ โดยอาศัยสถานการณ์ความวุ่นวายจากการตอบโต้ระหว่างผู้ชุมนุมกับ เจ้าหน้าที่และกลุ่มควันจากการเผายางเป็นกำบังในการใช้อาวุธสงครามโจมตีเจ้าหน้าที่
๒.๔.๓ พบว่าเคยมีการปราศรัยบนเวทีในเดือนมกราคม ๒๕๕๓ เกี่ยวกับ “กองกำลังไม่ทราบ ฝ่าย” ที่พร้อมจะมาช่วยผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นหนึ่งในแก้วสามประการของการต่อสู้ คือ พรรคการเมือง มวลชน และกองกำลัง โดยแกนนำการชุมนุมคนอื่นๆ ก็มิได้ดำ เนินการใดๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการ ปฏิเสธหรือการไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมการปราศรัยดังกล่าวแต่อย่างใด แม้ นปช. จะประกาศว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ นปช. แต่บทบาทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผลซึ่งเป็นที่ ชื่นชอบในกลุ่มผู้ชุมนุม และยังปรากฏว่าแกนนำ นปช. บางคนและการ์ดส่วนหนึ่งยังมีความสัมพันธ์ กับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล โดยที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ยังคงมีบทบาทอย่างมากในการชุมนุมของ นปช. โดยเฉพาะบทบาทในกลุ่มการ์ นปช. โดย พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ได้พูดต่อสาธารณะเกี่ยวกับ คนชุดดำหรือนักรบโรนินหลายครั้งในทำนองว่ามาช่วยผู้ชุมนุม ประกอบกับผู้ต้องหาบางคนรับ สารภาพในชั้นสอบสวนว่าใช้อาวุธสงครามและมีความเกี่ยวข้องกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล รวมถึงการ ปราศรัยในการชุมนุมของ นปช. ๑ ครั้ง โดยมีการพูดถึงแก้วสามประการของการต่อสู้ คือ พรรค การเมือง มวลชน และกองกำ ลังไม่ทราบฝ่าย ทั้งได้มีการการบรรยายและให้สัมภาษณ์หลายครั้ง เกี่ยวกับกองกำลังไม่ทราบฝ่ายทั้งในสื่อหลักและสื่อซึ่งสนับสนุน นปช. ทั้งยังพบพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิ ผล เดินตรวจตราแนวกีดขวางและการ์ด นปช.รอบพื้นที่ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ โดยเฉพาะบริเวณ ศาลาแดงและแยกเฉลิมเผ่า
๒.๔.๔ ก่อนและระหว่างการชุมนุม นปช. มีการก่อวินาศกรรมด้วยการวางหรือยิงลูกระเบิด และอาวุธปืนสงครามตามสถานที่ต่างๆในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนมาก รวมทั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ พฤติกรรมและลักษณะการปฏิบัติการน่าจะเกิดจากกลุ่มคนกลุ่มเดียวกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดือด! 'อนุทิน' ตอก 'ณัฐวุฒิ' ชวนคนเผาบ้านเผาเมือง ลั่น ไม่แปลกปลุกชาตินิยม ไม่ใช่ 'พรรคภูมิใจต่างประเทศ'
'อนุทิน' ตอกกลับ 'ณัฐวุฒิ' ใครกันแน่ ที่ไม่รักชาติ ชวนคนเผาบ้านเผาเมือง ลั่น ไม่เห็นแปลกปลุกกระแสชาตินิยม บอกนี่ พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่พรรคภูมิใจต่างประเทศ ไม่ใช่หลานอังเคิล
เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ! ‘ป้าธิดา’ หลุดโลกไม่เคยได้ยินใครพูด ทหารไทยรบยังไงก็แพ้
ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ปัจจุบันสวมเสื้อสีส้ม โพสต์ข้อความว่า ทหารมีไว้ทำไม...มีใครไม่รู้บ้าง?
ใครเห็นด้วยกับเหวง! อย่าไปเลือกนักการเมืองและพรรคกะล่อนทอง
‘เหวง’ ทะลุปรุโปร่ง เห็นชัดธาตุแท้พรรคการเมือง ตั้งแต่การทรยศประชาชน ประชาธิปไตยเปลือก เงินเทา ไปจนถึงแก้เศรษฐกิจไม่เป็น พร้อมชวนประชาชนที่เห็นด้วย งดเลือกพรรคและนักการเมืองกลุ่มนี้ในการเลือกตั้งปี 2569
เอาแล้ว! กมธ.ร่างพรบ.สันติสุข สว. จ่อค้านนิรโทษกรรม คนสั่งเผาบ้านเผาเมือง-ผิด ม.112
'สว.ไชยยงค์'คาดมีโอกาสสูงแก้เนื้อหาร่างกฎหมายสังคมสันติสุข เหตุ กมธ.หลายคน ค้านนิรโทษกรรม คนสั่งเผาบ้านเผาเมือง-ผิดอาญา ม.112 จ่อเชิญ 'อภิสิทธิ์-ภรรยาร่มเกล้าฯ-นิกร' ให้ข้อมูล 15 ธ.ค.นี้
‘เหวง’ ติดหล่มเผาเมือง ครวญเมื่อไหร่ศาลไทยจะประหาร ‘อภิสิทธิ์’
นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำนปช. ช่วงเหตุการณ์คนเสื้อเผาบ้านเผาเมือง โพสต์ข้อความว่า ศาลบังกลาเทศตัดสินประหารนายกที่ก่ออ
การชุมนุมปี 53 มีอาวุธ 'แม่ยกปชป.' ขู่ ใครที่ยังใส่ร้าย 'อภิสิทธิ์' ระวังจะถูกฟ้อง
'ติ๊งต่าง' ย้ำความจริงม็อบปี 53 ศาลฎีกาฯ -คอป. -ปปช. ได้ชี้แล้วว่าการชุมนุมไม่สงบ มีอาวุธ และมีเหตุรุนแรง ขู่ ใครที่ยังใส่ร้าย 'อภิสิทธิ์' ระวังจะถูกฟ้องหมิ่นประมาท

