
17 พ.ย.2568-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” เรื่อง “เกมวัดใจ พรรคเพื่อไทย กล้าๆหน่อย” เนื้อหาระบุว่า ตั้งแต่วันที่พรรคภูมิใจไทยเซ็นMOAกับพรรคประชาชน เพื่อสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ผมได้วิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความเห็นทางการเมืองว่า รัฐบาลอนุทินจะมีอายุไม่ครบ4เดือนตามMOA จะมีการยุบสภาก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569 อย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะถูกพรรคฝ่ายค้าน2พรรค คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนทำให้นายอนุทิน ต้องยุบสภาหนีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในทันที
ในเวลาต่อมาพรรคภูมิใจไทย รู้จุดอ่อนของพรรคประชาชน ที่ตั้งความหวังต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ จึงยึดเอาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกันทางการเมือง ยอมประชุมสภาสมัยวิสามัญพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เอาใจพรรคประชาชนแบบสุดๆ เพื่อซื้อใจไม่ให้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเปรียบเสมือนพรรคฝ่ายแค้น จ้องจะอภิปรายไม่ไว้วางใจตลอดเวลา แต่ยังติดเงื่อนไขภายในของพรรคเพื่อไทยเอง คือความพร้อมในการเลือกตั้ง เพราะเป็นพรรคที่ยังไม่มีความพร้อมมากที่สุด ประกอบกับญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจจะถูกย้อนศรจากพรรคภูมิใจไทยสมัยเป็นรัฐบาลก่อน จึงทำให้เกิดอาการลังเลว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่
ล่าสุดจากการที่นายอนุทินเพลี้ยงพล้ำ ประเด็นปฎิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา ที่มีประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้เซ็นลงนามเป็นพยานด้วย แต่นายอนุทินกลับไม่เปิดเกมรุกกับประเทศกัมพูชา ต่อโดนัล ทรัมป์ และนายอันวาร์ มิหนำซ้ำยังพูดจาในลักษณะไม่ให้ความสำคัญกับโดนัล ทรัมป์ และประเทศสหรัฐอเมริกา จนมีหนังสือแจ้งระงับการเจรจากำแพงภาษีกับรัฐบาลไทยไปก่อน
จึงทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทย เรียงหน้ากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ของนายอนุทินว่า ไร้วุฒิภาวะ ตั้งแต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญโฆษกพรรค นางสาวขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และนายรัศม์ ชาลีจันทร์ ทูตนอกแถว ออกมาทวงถามความรับผิดชอบจากนายอนุทิน เมื่อเป็นเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าประเด็นที่จะนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจมีเพิ่มขึ้นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ออกมาข่มขู่ว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกอนุทินแน่ๆ แต่มีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยหลายคน เรียงหน้าออกมาท้าทายว่า พร้อมที่จะให้อภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 ซึ่งนายอนุทินพร้อมที่จะตอบการอภิปราย แต่ไม่พร้อมให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา151
ดังนั้นเป็นการวัดใจพรรคเพื่อไทยว่า กล้าที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่โฆษณาไว้หรือไม่ และต้องดูท่าทีของพรรคประชาชนว่า กล้าจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอนุทินหรือไม่ หรือต้องการแค่การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล หวังสร้างไมตรีกับพรรคภูมิใจไทย จะเป็นพรรคฝ่ายค้ำรัฐบาลอนุทินต่อไป จนครบวาระ4เดือน
งานนี้วัดใจพรรคการเมือง3พรรคคือ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ว่าพรรคใดจะกล้ากว่ากัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แพ้เลือกตั้ง-งูเห่าสีส้ม พรรคประชาชนขาลงกลางพายุคดี 44 สส.
หากมองสถานการณ์ของพรรคประชาชนในเวลานี้แบบไม่อ้อม ต้องยอมรับว่าพรรคกำลังอยู่ในช่วงขาลง และเป็นขาลงที่เกิดจากปัจจัยต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์จุดเดียว
'พรรคส้ม' คึก! ยื่นญัตติ-กม.อื้อ เล็งรื้อสารพัดระบบถอดถอน องค์กรอิสระ ปฏิรูประบบราชการ
สภาฯ คึกคัก สส.ยื่นญัตติบรรจุเข้าวาระการประชุม ด้าน ‘พรรคประชาชน’ ยื่นญัตติ 9 ชุด และกฎหมาย 9 ชุดแรก เล็งรื้อสารพัดระบบถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง-องค์กรอิสระ ปฏิรูประบบราชการ-ปราบโกง เศรษฐกิจเป็นธรรม
เสียดายปธ.สภาปิดประชุมหนี ญัตติน้ำมันแพง ไม่ได้ซักว่า ใครคือ 'ไอ้โม่ง' กักตุนน้ำมัน
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์คลิปและข้อความระบุว่า ใครคือ ไอ้โม่ง กักตุนน้ำมัน
'อนุทิน' บอก สส.ภูมิใจไทย ไม่ต้องกังวลรัฐมนตรีคนนอก สงสัยอะไรให้มาหาหัวหน้าพรรค
“อนุทิน” บอก เทคโนแครต ภท. เป็นคนที่ หน.พรรคเชิญมาทำงาน ย้ำ ทุกคนทำตามครรลอง -เป็นสมาชิก ขอ สส.อย่ากังวล
'ณัฐพงษ์' เผยรู้ก่อนแล้วมีงูเห่าส้มโหวต 'อนุทิน' เชื่อมีเป้าหมายทำลายความเชื่อมั่นพรรค
"ณัฐพงษ์" เผยรู้ก่อนแล้วจะมีงูเห่าโหวต "อนุทิน" ยัน ม่เสียสมาธิ พร้อมดําเนินการภายในอย่างเต็มที่ ซัดคนซื้อทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมือง ปัดตอบ ปฏิบัติการงูดูดงู สส.เป็นหนี้จากสู้ศึกเลือกตั้ง บอก เลขาติ่ง ยื่นลาออกนานแล้วแต่เบรคไว้ก่อน ขอช่วยอยู่ทำงาน ก่อนปรับทัพใหญ่ ปลายเม.ย.
ปชน. ซัด 'โสภณ' ไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ รีบปิดประชุมสภาฯ หนีอภิปรายวิกฤตน้ำมัน
ปชน. ซัด "โสภณ" ไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ พร้อมจับตา ศบก. สอยคนทำผิดกักตุนน้ำมัน หากจับไม่ได้ ทำลายความเชื่อมั่นปชช.ตั้งแต่วันแรก

