หากมองสถานการณ์ของพรรคประชาชนในเวลานี้แบบไม่อ้อม ต้องยอมรับว่าพรรคกำลังอยู่ในช่วงขาลง และเป็นขาลงที่เกิดจากปัจจัยต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์จุดเดียว
จุดเริ่มต้นเห็นชัดจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 พรรคลงสนามด้วยความคาดหวังว่าจะขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ผลที่ออกมากลับไม่เป็นไปตามเป้า พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายชนะและจัดตั้งรัฐบาลได้ ขณะที่พรรคประชาชนยังคงอยู่ในบทบาทฝ่ายค้าน
ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นไม่ได้กระทบแค่จำนวนที่นั่ง แต่ทำให้การประเมินเกมการเมืองของพรรคถูกตั้งคำถาม และเริ่มส่งผลต่อความเชื่อมั่นภายในอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ดังกล่าวถูกย้ำอีกครั้งในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีวันที่ 19 มี.ค. 2569 เมื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้ 293 เสียง ขณะที่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ได้ 119 เสียงตามแนวฝ่ายค้าน
แต่สิ่งที่สะเทือนมากกว่าผลโหวต คือการที่มี สส.พรรคประชาชน 1 คน ลงคะแนนสนับสนุนอนุทิน สวนมติพรรคอย่างเปิดเผย
การโหวตสวนมติพรรคอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จังหวะที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นว่าการควบคุมภายในพรรคเริ่มมีช่องว่าง และไม่ใช่ทุกคนที่จะเดินไปในทิศเดียวกันเหมือนที่ผ่านมา
แม้จะมีเพียง 1 คนที่แสดงตัว แต่ข้อมูลก่อนวันโหวตชี้ว่ามีความเคลื่อนไหวมากกว่านั้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน มีการติดต่อผ่านบุคคลกลาง และมี สส. บางส่วนอยู่ในภาวะลังเล หากเงื่อนไขทางการเมืองเปลี่ยน ก็พร้อมจะขยับท่าที
การที่มีคนหนึ่งตัดสินใจโหวตสวนมติ จึงไม่ใช่จุดเริ่ม แต่เป็นการเปิดให้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายใน
ในความเป็นจริง สส. ต้องคิดเรื่องพื้นที่และอนาคตของตัวเองควบคู่ไปกับจุดยืนทางการเมือง เมื่อพรรคไม่สามารถสร้างความมั่นใจในเส้นทางข้างหน้าได้ชัดเหมือนเดิม การตัดสินใจย่อมเปลี่ยนไปตามสถานการณ์
อีกด้านหนึ่ง ฝ่ายรัฐบาลมีความได้เปรียบทั้งในเชิงอำนาจและทรัพยากร โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงดึงดูดที่มีผลต่อ สส. โดยเฉพาะในพื้นที่แข่งขันสูง
เมื่อสองเงื่อนไขนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน แรงยึดโยงภายในพรรคย่อมอ่อนลง และเปิดช่องให้เกิดการเคลื่อนไหวที่สวนทางกับมติพรรคได้มากขึ้น
ปัจจัยสำคัญอีกด้านที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึง คือคดี 44 สส. ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนด้านจริยธรรม จากกรณีการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
คดีนี้มีผลโดยตรงต่อสถานะของ สส. และแกนนำพรรค หากผลออกมาในทางลบ พรรคมีโอกาสสูญเสียบุคลากรจำนวนมากในช่วงเวลาใกล้กัน
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่จำนวนที่นั่งในสภา แต่กระทบถึงโครงสร้างการนำ และความต่อเนื่องของพรรคในระยะถัดไป
แม้จะมีระบบเลื่อนบัญชีรายชื่อขึ้นมาแทน แต่บุคลากรใหม่ย่อมไม่สามารถทดแทนบทบาทของแกนนำเดิมได้ทันที ทั้งในด้านประสบการณ์และการยอมรับ
ความไม่แน่นอนเช่นนี้ ทำให้ สส. หลายคนต้องประเมินความเสี่ยงของตัวเองมากขึ้น เพราะหากเกิดผลกระทบพร้อมกัน โอกาสทางการเมืองก็อาจหายไปพร้อมกัน
ภายใต้เงื่อนไขนี้ การตัดสินใจของแต่ละคนจึงไม่ได้ยึดกับพรรคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคิดถึงความอยู่รอดของตัวเองควบคู่กันไป
ภาพรวมตั้งแต่ผลการเลือกตั้ง การโหวตนายกรัฐมนตรี และคดีที่กำลังดำเนินอยู่ จะเห็นว่าปัญหาของพรรคประชาชนไม่ใช่เหตุการณ์แยกส่วน แต่เป็นแรงสะสมที่ต่อเนื่องกัน
จากพรรคที่เคยถูกมองว่าเป็นความหวังใหม่ กลับต้องเผชิญทั้งแรงกดดันภายในและความไม่แน่นอนในอนาคตในเวลาเดียวกัน
ความพยายามปรับโครงสร้างหรือเตรียมบุคคลขึ้นมารับบทบาทต่อ อาจช่วยประคองสถานการณ์ในระยะสั้น แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นภายในได้
เมื่อความเชื่อมั่นลดลง การรักษาเอกภาพย่อมยากขึ้น และทำให้การควบคุมทิศทางของพรรคเริ่มหลวมลง
การมีงูเห่าโผล่มาในช่วงเวลานี้ จึงไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นผลจากปัจจัยที่สะสม และสะท้อนว่าพรรคกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ไม่ง่าย
คำถามสำคัญต่อจากนี้ คือพรรคจะสามารถรักษาเอกภาพและดึงความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ลึกกว่านี้ในระยะต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้ำท่วมแล้ว…สส.อยู่ไหน?
เมื่อวานเพิ่งคุยเรื่องน้ำท่วมไปครับ วันนี้น้ำยังไม่ทันไปไหน ซองตามมาแล้ว
'เท้ง' จ่อสรุปญัตติซักฟอก คาดเข้าสภาฯ ต.ค.นี้ ลุยถล่มระบอบสีน้ำเงิน
'เท้ง' เผย จ่อสรุปญัตติซักฟอก คาด ยื่นเข้าสภาฯ ต.ค. ลุยถล่ม 'ระบอบสีน้ำเงิน' อุบ ล็อกเป้า รมต.คนไหน-มีเขากระโดงหรือไม่ ลั่น รอดูวันขึ้นเขียง
พรรคประชาชน บุก ป.ป.ช. ยื่นเอาผิด กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. จงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว
พรรคประชาชน บุกยื่น ป.ป.ช. ตั้งคณะไต่สวนคดีฮั้ว สว. ยันมีหลักฐานแน่น ตั้งแต่พฤติการณ์ยันพยานบุคคล ด้าน 'ไอติม' ชำแหละคดีนี้มีช้าง 3 ตัว หวังวิปรัฐบาล-วุฒิสภา เปิดทางบรรจุวาระถกแก้ รธน.รายมาตรา ต.ค.นี้ ระยะยาว
'เท้ง' อัด 'ภราดร' โต้ชาวอยุธยาร้องสภา เอาความเดือดร้อนประชาชนมาเป็นเรื่องการเมือง
'เท้ง' สวนกลับ 'ภราดร' ลั่นทุกปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องการเมือง จ่อลงพื้นที่อยุธยา ดูหน้างานจริง แนะ 'รัฐบาล' ดูทุ่งรับน้ำ-ใช้วิธีระบายแบบก้างปลา แทนแนวดิ่ง
ดร.ณัฏฐ์ ซัด 'โรม' ทำ กมธ.เป็นศาลโซเชียล ชี้ 'อนุทิน' ไม่ต้องไปแจง 8 ต.ค.
“ดร.ณัฐวุฒิ” ซัด “รังสิมันต์ โรม” ใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ ทำตัวเป็น “ศาลโซเชียล” ปมเรียก “อนุทิน” แจงทุจริตสอบท้องถิ่น 8 ต.ค.
วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก
การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"

