แพ้เลือกตั้ง-งูเห่าสีส้ม พรรคประชาชนขาลงกลางพายุคดี 44 สส.

หากมองสถานการณ์ของพรรคประชาชนในเวลานี้แบบไม่อ้อม ต้องยอมรับว่าพรรคกำลังอยู่ในช่วงขาลง และเป็นขาลงที่เกิดจากปัจจัยต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์จุดเดียว

จุดเริ่มต้นเห็นชัดจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 พรรคลงสนามด้วยความคาดหวังว่าจะขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ผลที่ออกมากลับไม่เป็นไปตามเป้า พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายชนะและจัดตั้งรัฐบาลได้ ขณะที่พรรคประชาชนยังคงอยู่ในบทบาทฝ่ายค้าน

ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นไม่ได้กระทบแค่จำนวนที่นั่ง แต่ทำให้การประเมินเกมการเมืองของพรรคถูกตั้งคำถาม และเริ่มส่งผลต่อความเชื่อมั่นภายในอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ดังกล่าวถูกย้ำอีกครั้งในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีวันที่ 19 มี.ค. 2569 เมื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้ 293 เสียง ขณะที่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ได้ 119 เสียงตามแนวฝ่ายค้าน

แต่สิ่งที่สะเทือนมากกว่าผลโหวต คือการที่มี สส.พรรคประชาชน 1 คน ลงคะแนนสนับสนุนอนุทิน สวนมติพรรคอย่างเปิดเผย

การโหวตสวนมติพรรคอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จังหวะที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นว่าการควบคุมภายในพรรคเริ่มมีช่องว่าง และไม่ใช่ทุกคนที่จะเดินไปในทิศเดียวกันเหมือนที่ผ่านมา

แม้จะมีเพียง 1 คนที่แสดงตัว แต่ข้อมูลก่อนวันโหวตชี้ว่ามีความเคลื่อนไหวมากกว่านั้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน มีการติดต่อผ่านบุคคลกลาง และมี สส. บางส่วนอยู่ในภาวะลังเล หากเงื่อนไขทางการเมืองเปลี่ยน ก็พร้อมจะขยับท่าที

การที่มีคนหนึ่งตัดสินใจโหวตสวนมติ จึงไม่ใช่จุดเริ่ม แต่เป็นการเปิดให้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายใน

ในความเป็นจริง สส. ต้องคิดเรื่องพื้นที่และอนาคตของตัวเองควบคู่ไปกับจุดยืนทางการเมือง เมื่อพรรคไม่สามารถสร้างความมั่นใจในเส้นทางข้างหน้าได้ชัดเหมือนเดิม การตัดสินใจย่อมเปลี่ยนไปตามสถานการณ์

อีกด้านหนึ่ง ฝ่ายรัฐบาลมีความได้เปรียบทั้งในเชิงอำนาจและทรัพยากร โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงดึงดูดที่มีผลต่อ สส. โดยเฉพาะในพื้นที่แข่งขันสูง

เมื่อสองเงื่อนไขนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน แรงยึดโยงภายในพรรคย่อมอ่อนลง และเปิดช่องให้เกิดการเคลื่อนไหวที่สวนทางกับมติพรรคได้มากขึ้น

ปัจจัยสำคัญอีกด้านที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึง คือคดี 44 สส. ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนด้านจริยธรรม จากกรณีการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

คดีนี้มีผลโดยตรงต่อสถานะของ สส. และแกนนำพรรค หากผลออกมาในทางลบ พรรคมีโอกาสสูญเสียบุคลากรจำนวนมากในช่วงเวลาใกล้กัน

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่จำนวนที่นั่งในสภา แต่กระทบถึงโครงสร้างการนำ และความต่อเนื่องของพรรคในระยะถัดไป

แม้จะมีระบบเลื่อนบัญชีรายชื่อขึ้นมาแทน แต่บุคลากรใหม่ย่อมไม่สามารถทดแทนบทบาทของแกนนำเดิมได้ทันที ทั้งในด้านประสบการณ์และการยอมรับ

ความไม่แน่นอนเช่นนี้ ทำให้ สส. หลายคนต้องประเมินความเสี่ยงของตัวเองมากขึ้น เพราะหากเกิดผลกระทบพร้อมกัน โอกาสทางการเมืองก็อาจหายไปพร้อมกัน

ภายใต้เงื่อนไขนี้ การตัดสินใจของแต่ละคนจึงไม่ได้ยึดกับพรรคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคิดถึงความอยู่รอดของตัวเองควบคู่กันไป

ภาพรวมตั้งแต่ผลการเลือกตั้ง การโหวตนายกรัฐมนตรี และคดีที่กำลังดำเนินอยู่ จะเห็นว่าปัญหาของพรรคประชาชนไม่ใช่เหตุการณ์แยกส่วน แต่เป็นแรงสะสมที่ต่อเนื่องกัน

จากพรรคที่เคยถูกมองว่าเป็นความหวังใหม่ กลับต้องเผชิญทั้งแรงกดดันภายในและความไม่แน่นอนในอนาคตในเวลาเดียวกัน

ความพยายามปรับโครงสร้างหรือเตรียมบุคคลขึ้นมารับบทบาทต่อ อาจช่วยประคองสถานการณ์ในระยะสั้น แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นภายในได้

เมื่อความเชื่อมั่นลดลง การรักษาเอกภาพย่อมยากขึ้น และทำให้การควบคุมทิศทางของพรรคเริ่มหลวมลง

การมีงูเห่าโผล่มาในช่วงเวลานี้ จึงไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นผลจากปัจจัยที่สะสม และสะท้อนว่าพรรคกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ไม่ง่าย

คำถามสำคัญต่อจากนี้ คือพรรคจะสามารถรักษาเอกภาพและดึงความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ลึกกว่านี้ในระยะต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน.ขวางคนละครึ่งพลัส!

“ศิริกัญญา” ค้าน “คนละครึ่ง” ชี้ ปชช.เงินหมดแล้ว ต้องเร่งเยียวยาไม่ใช่กระตุ้น ศก. จี้เพิ่มเงินบัตรคนจน ลั่นร้อยเดียวไม่พอ หวั่นหลังสงกรานต์ของแพงพุ่งซ้ำวิกฤต ขณะที่เด็กพรรคส้มบี้

วิถีส้ม! 'ไหม' ค้าน 'คนละครึ่งพลัส' ทุบโต๊ะ! เวลานี้ต้องเยียวยา ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการเยียวยาและการช่วยเหลือประชาชน

'เท้ง' ยกทัพส้มขึ้นเหนือ เล่นน้ำสงกรานต์ ปลอบปชช.ฝ่าวิกฤตน้ำมัน

'เท้ง​ ณัฐพงษ์' ยกทัพพรรคประชาชน ร่วมฉลองปีใหม่ไทยเล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง พร้อมให้กำลังใจชาวเหนือฝ่าวิกฤตน้ำมัน ก่อนเดินสายไปอีสานต่อ

ดร.ณัฏฐ์ ซัด 'รักชนก' อภิปรายส่อเสียด ยัน 'สุชาติ' ไม่เอี่ยวค้ามนุษย์

“ดร.ณัฏฐ์” โต้ “รักชนก” ปมโพสต์ตามหารัฐมนตรี ชี้ข้อมูลเก่า-ไร้มูล ยืนยัน “สุชาติ” ไม่เกี่ยวคดีค้ามนุษย์ และไม่เคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด

'รักชนก' ไม่เชื่อน้ำยารัฐบาลปราบทุจริต ท้านายกฯสอบคนในพรรคชนะประมูลหลายโครงการรัฐ

"รักชนก" ข้องใจบริษัทในเครือข่ายคนภูมิใจไทยงาบหลายโครงการรัฐ ปัดชี้จุดว่าฮั้ว-ทุจริต แต่ได้กลิ่นแรงมาก ด้าน "สิริพงศ์" แจงไม่เกี่ยวข้องบริษัทได้งาน เป็นเพียงญาติ บอกปี 2568 ไร้อำนาจในฝ่ายบริหาร

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ทักแล้วไม่ฟัง ยังดื้อดึงแก้ ม.112

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมจุดชี้ขาด “คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล” เหตุใด เลขาธิการ สส.ทักท้วงแล้ว แต่ยังดื้อดึงเสนอ ร่าง แก้ไข ปอ.มาตรา 112 อีก