ในหลวง ทอดพระเนตรนิทรรศการ ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์การทูตไทย-จีน พระราชวังโบราณกรุงปักกิ่ง

ในหลวง พระราชินี เสด็จฯพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง ทอดพระเนตรนิทรรศการ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร“ ฉลอง 50 ปี ไทย-จีน

17 พฤศจิกายน 2568 - ในตอนบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ ล็อบบี โรงแรมไชนาเวิลด์ กรุงปักกิ่ง โรงแรมที่ประทับ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวรพจน์ เจนสวัสดิชัย อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง พร้อมด้วยคู่สมรส และข้าราชการสำนักงานทีมประเทศไทย ณ กรุงปักกิ่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ

ในโอกาสนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พระสงฆ์ และประชาชนชาวไทยในกรุงปักกิ่ง เฝ้า และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จอย่างใกล้ชิด

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ ในการนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายหวัง ซวี่ตง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ และผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาชนจีน กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของการจัดนิทรรศการ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร: นิทรรศการโบราณวัตถุ ฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน” เสร็จแล้วทอดพระเนตรนิทรรศการ ฯ รอบปฐมทัศน์

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งเหวินหวา ทอดพระเนตรนิทรรศการ ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและการติดต่อระหว่างไทย-จีน ส่วนที่ 2 ความเชื่อและศาสนา ส่วนที่ 3 ศิลปะในราชสำนัก ส่วนที่ 4 ศิลปกรรมไทยประเพณีในปัจจุบัน

นิทรรศการโบราณวัตถุฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม นำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญของชาติไปจัดแสดง ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวนมากถึง 228 รายการ และฝ่ายพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ จะได้นำโบราณวัตถุชิ้นสำคัญมากกว่า 50 รายการ มาร่วมจัดแสดงด้วย มีทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์จีน-สยาม และสินค้าที่ราชสำนักสยามนิยมสั่งผลิต สั่งซื้อมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณได้เปิดอาคารพระที่นั่งสำคัญของพระราชวังต้องห้าม คือ “พระที่นั่งเหวินหวา” ให้เป็นสถานที่จัดแสดงเป็นระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งทอดพระเนตรพระที่นั่งไท่เหอ

สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 8887 เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังประเทศไทย

อนึ่ง เย็นวันที่ 16 พ.ย. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ ห้องบอลรูม เอ โรงแรมไชนาเวิลด์ กรุงปักกิ่ง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายจีน และคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง

ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง

ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง

ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง

ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยงครบ 77 ปี วันสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ “50 ปีทองไทย–จีน” เดินหน้า 3 แนวทางความร่วมมือ สร้างความมั่นคง–โอกาสแห่งอนาคต–คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรการสอนภาษา-หัตถกรรมไทย ม.ฮานอย ก่อนเสด็จฯ กลับไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายเวียดนาม และคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2569