มติวุฒิสภา เห็นชอบ 'สุชาติ-มนูภาน' นั่ง ป.ป.ช.
24 ธ.ค.2568 - ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วนให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 2 คน คือ นายสุชาติ สุนทรีเกษม อดีตผู้พิพากษาศาลอาญา แทนนายวัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. และนายมนูภาน ยศธแสนย์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา แทน นางสุวณา สุวรรณจูฑะ หลังจากที่คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ที่มีพล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. เป็นประธานกมธ.ได้พิจารณาแล้วเสร็จ
โดยที่ประชุมได้ใช้เวลาพิจารณารายงานตรวจสอบประวัติเป็นการลับกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะกลับมาพิจารณาลงมติด้วยการออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ โดยผลการลงมติ ของนายสุชาติได้รับคะแนนเสียงเห็นด้วย 150 คะแนน ถือว่าได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ สว. จึงถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบเป็น ป.ป.ช.
ขณะที่การลงมติของนายมนูภาน ได้รับคะแนนเสียงเห็นด้วย 162 เสียง ถือว่าได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ สว. จึงถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบเป็น ป.ป.ช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้น มีการอภิปรายของ สว.กลุ่มอิสระ เพื่อทักท้วงการลงมติเห็นชอบของ สว. โดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส อภิปรายว่า สว.เห็นชอบองค์กรอิสระ 16 ตำแหน่ง อาทิ กกต. จำนวน 3 คนจาก 7 คน ป.ป.ช. จำนวน 2 จาก 9 คน และกำลังจะเลือกใหม่อีก 2 คน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 1 คนจาก 9 คน เป็นต้น คนที่สว.จะเห็นชอบจะกลายเป็นเสียงข้างมากในองค์กรอิสระ ทั้งนี้มีข่าวกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว. เรื่องฟอกเงินและอั้งยี่ จำนวน 8 ราย โดยจำนวนดังกล่าวมีสว. 2 คน นอกจากนั้นแล้วศาลคดีอาญาทุจริตสั่ง กกต. ชี้แจง 10 ข้อหา กรณีฮั้วสว. โดยนัดตรวจคำฟ้องในวันที่ 27มี.ค. คดีความเกี่ยวกับคดีฮั้วสว.กำลังเดินไป สังคมรับรู้เรื่องราวและหลักฐานชัดเจนมากขึ้น แต่สว.ไม่สะทกสะท้านเสียงสะท้อนของสังคม ยังเดินหน้าตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัตผู้เสนอชื่อเป็น กกต. และลงมติเห็นชอบ ป.ป.ช. ไม่ฟังเสียงทักท้วงของสังคม
“สว. ถึง 138 คนถูกแจ้งข้อกล่าวหา จากอนุกรรมการและสำนวนอยู่ในมือกกต. หาก กกต.พิจารณาคดีฮั้วสว.เป็นคุณกับท่าน หาก กกต.ตรวจสอบการเลือกตั้ง สส. เป็นคุณกับพรรคการเมืองสีเดียวกับท่าน ประชาชนจะรู้สึกอย่างไรแล้วกระบวนการยุติธรรมในประเทศจะมีอีกหรือ และจะได้รับความเชื่อมั่นอีกหรือ ดังนั้น สว.ควรยุติการเลือกองค์กรอิสระทั้งหมด เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และคำถามว่ามีสว.ไว้ทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ดังนั้นขอเรียกร้องให้หยุดอำนาจของตนเอง ก่อนที่ประชาชนจะออกมาหยุดการทำหน้าที่ของ สว.ตลอดไป”น.ส.นันทนา อภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากลงมติเห็นชอบ กรรมการ ป.ป.ช. แล้วเสร็จ ได้ปิดการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขอให้ไว้หน้าด้วย นายกฯเปิดศูนย์ความปลอดภัยทางถนน ย้ำ 'ดื่มไม่ขับ' ลดตัวเลขสูญเสีย
นายกฯ เปิดศูนย์ความปลอดภัยทางถนน รับเทศกาลสงกรานต์69 ย้ำ 'ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม' แนะ Car Pools นั่งร่วมรถช่วยระวังอุบัติเหตุ-ประหยัดพลังงาน ยันรัฐบาลหนุนภารกิจ ขอทุกฝ่ายไว้หน้าด้วยลดตัวเลขสูญเสีย เข้าใจประเพณีหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องบริหารจัดการให้การสัญจรไม่ติดขัด
'กรณ์' ลั่นราคาน้ำมันควรลด12บาท ซัดเกรงใจนายทุน สวน 'เอกนิติ' ภาษีสรรพสามิตรไม่เกี่ยวสธ.
'กรณ์' ซัดรบ.ไม่มีนโยบายแก้ปัญหาน้ำมันที่ชัดเจน เพียงรอให้ราคาน้ำมันโลกลดลง ชี้ รมว.พลังงาน ลดราคาโรงกลั่น 2 บาท ทั้งที่ควรลด 12 บาท เหน็บเกรงใจนายทุน แต่ไม่มีความเกรงใจความเดือดร้อนปชช. สวน 'เอกนิติ' ภาษีสรรพสามิตส่งตรงเข้ากองกลาง ไม่เกี่ยวช่วยระบบสาธารณสุข ข้องใจเอาจริงปราบสแกมเมอร์หรือไม่ จี้ความเหมาะสมตั้งบุคคลมีข้อครหาเข้าครม.หวั่นกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน
'ศุภจี' รับเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย แต่อย่าสร้างความตระหนก ให้ทุกคนตระหนักเราไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลุกชี้แจงว่า กรณีที่มี สส.แสดงความห่วงใยว่า รัฐบาลไม่มีการดูแลนโยบายเร่งด่วน
'อนุทิน' น้ำตาคลอ ในงานเลี้ยง ทอ.เผยได้รับเสียงกระซิบจากผบ.ทอ. ช่วงสู้รบ 'กัมพูชา' ทำให้กล้าตัดสินใจ
‘นายกฯ อนุทินง น้ำตาคลอ พูดความในใจ ในงานเลี้ยง วันกองทัพอากาศ เผยได้รับเสียงกระซิบจากผบ.ทอ. ช่วงสู้รบ 'ไทย-กัมพูชา' ทำให้กล้าตัดสินใจ จนในที่สุดประเทศได้รับชัยชนะ และน่าเกรงขาม
"ปรับเล็กเพื่อเปลี่ยนใหญ่" ยุทธศาสตร์ประหยัดพลังงานท่ามกลางวิกฤตโลก
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อและผันผวนอย่างรุนแรง นานาประเทศทั่วโลกไม่ได้เพียงแค่บริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังยกระดับ “มาตรการประหยัดพลังงานอย่างเข้มข้น” ให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและช่วยให้ประเทศอยู่รอด

