ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อและผันผวนอย่างรุนแรง นานาประเทศทั่วโลกไม่ได้เพียงแค่บริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังยกระดับ “มาตรการประหยัดพลังงานอย่างเข้มข้น” ให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและช่วยให้ประเทศอยู่รอด
กลยุทธ์ "ปรับเล็กเพื่อเปลี่ยนใหญ่"
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน ซึ่งเมื่อรวมกันทั้งประเทศจะส่งผลต่อภาพรวมมหาศาล ช่วยลดความต้องการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศ (Total Energy Demand) และลดภาระการนำเข้าเชื้อเพลิงราคาสูงทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากต่างประเทศ
ในภาคการผลิตไฟฟ้า การลดใช้พลังงานในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง (พีก) จะช่วยให้ระบบไม่ต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงราคาแพงที่สุด ส่งผลโดยตรงให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร(เอฟที) ในภาพรวมลดลง และเป็นประโยชน์ต่อกระเป๋าสตางค์ของประชาชนทุกคน

ถอดบทเรียน 3 ประเทศ มาตรการเข้มเพื่อความอยู่รอด
เมื่อมองไปที่เพื่อนบ้านและประเทศชั้นนำ เราจะเห็นการปรับตัวที่น่าสนใจเพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ อาทิ
เกาหลีใต้ ปรับวิถีชีวิตเพื่อลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงของวัน (Peak Load) ซึ่งครอบคลุมทั้งหน่วยงานราชการและภาคครัวเรือน เช่น การรณรงค์ให้ลดเวลาอาบน้ำอุ่น เพื่อประหยัดก๊าซฯ งดชาร์จโทรศัพท์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงกลางคืน กำหนดให้รถยนต์ราชการหยุดวิ่ง 1 วันต่อสัปดาห์ตามเลขทะเบียน รวมถึงขอความร่วมมือจาก 50 บริษัทใหญ่ที่ใช้พลังงานสูงสุดให้ลดการใช้พลังงานลงอย่างจริงจัง
ปากีสถาน มาตรการเข้มงวดในหน่วยงานรัฐ เน้นการลดการใช้พลังงานในภาคขนส่งและสำนักงานอย่างชัดเจน โดยสั่ง ลดการใช้รถยนต์ราชการถึง 60% และปรับลดโควตาเชื้อเพลิงลงครึ่งหนึ่ง พร้อมบังคับใช้การทำงานจากที่พัก (WFH) 50% และเปิดที่ทำการรัฐเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันในภาพรวม
และ ฟิลิปปินส์ ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน มีการประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติเป็นเวลา 1 ปี เพื่อขับเคลื่อนมาตรการประหยัดอย่างเร่งด่วน เช่น สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงลง 10-20% พร้อมสนับสนุนระบบ Car Pool (ทางเดียวกันไปด้วยกัน) เพื่อลดการใช้ทรัพยากรส่วนเกินในภาคการขนส่ง
“ประหยัดไฟ ไทยต้องรอด” ด้วย 5 ป.
สำหรับในประเทศไทย พลังของประชาชนทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ทันทีผ่านกลยุทธ์ “5 ป.” ซึ่งเป็นวิธีที่ทำง่ายแต่ได้ผลจริง ได้แก่ 1. ปิด : ไฟทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน 2. ปรับ : อุณหภูมิแอร์ให้อยู่ที่ 26 องศาเซลเซียส (การเพิ่ม 1 องศาฯ ช่วยลดค่าไฟได้ถึง 10%) 3. ปลด : ปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อเลิกใช้ 4. เปลี่ยน : เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 และ 5. ปลูก : ต้นไม้ให้ร่มเงาเพื่อลดอุณหภูมิรอบตัวอาคาร

การประหยัดพลังงานในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่คือการสร้าง "เกราะคุ้มกัน" ให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ทุกการปรับเปลี่ยนของคุณ คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ "ไทยต้องรอด" อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แคนดิเดตนายกฯ พรรคส้มเพิ่งตื่น! บอกเงินกู้ทำไทยช่วยไทยพลัสหวังผลการเมือง-เรียกคะแนนนิยม
'วีระยุทธ' ซัด 'รัฐบาล' ใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน อัดฉีด 'ไทยช่วยไทยพลัส' หวังผลการเมือง-เรียกคะแนนนิยม มากกว่าช่วยเหลือประชาชนแบบพุ่งเป้า ชี้กู้เงินมาแก้วิกฤตพลังงานควรเน้นที่เกษตร-ประมง-ขนส่ง
'พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-รสนา' เห็นพ้องชงยุบ กกพ. ควบรวม กพช. สังคายนาโครงสร้างพลังงาน
“พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-รสนา” เห็นพ้องชงยุบ กกพ. ควบรวม กพช. หยุดเอกชนผูกขาด ดัน กฟผ. ผลิตไฟเกิน 50% เติมรายได้รัฐ ลดภาระประชาชน
'คมนาคม' ชง 2 โครงการใช้งบพรก.กู้เงิน เปลี่ยนรถสาธารณะเป็นอีวี 2.4 หมื่นล้าน ช่วยค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง 6 พันล้าน
“สิริพงศ์” เผยคมนาคม ชง 2 โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน “DLT พร้อมซัปพอร์ต - เปลี่ยนรถน้ำมันเป็น EV" ใช้งบพ.ร.ก.เงินกู้วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท
'อนุทิน' ร่ายยาวยันใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทอย่างคุ้มค่าโปร่งใสตรวจสอบได้!
'อนุทิน' ยันรัฐบาลใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทอย่างคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมบริหารหนี้ไม่ให้เกินเพดาน 70% ชี้วิกฤตพลังงานกระทบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง จำเป็นต้องกู้เพื่อรับมือสถานการณ์เร่งด่วน
'ไหม' เสนอตัด 'งบกลาง' 1.2 หมื่นล้าน รองรับวิกฤตพลังงาน ชี้งบซ้ำซ้อน พรก.กู้เงิน
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กล่าวถึงการพิจารณาในกมธ. วันนี้ ว่า มีการพิจารณาในส่วนงบประมาณกลาง
'คมนาคม' ขอใช้งบ 'พรก.เงินกู้' เปลี่ยนรถสาธารณะเป็นอีวี 2.4 หมื่นล้านบาท ยันเรื่องเร่งด่วนแก้วิกฤตน้ำมัน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอของบประมาณจากพรก.เงินกู้วงเงิน 4 แสนล้านบาท

