
ในหลวงพระราชทานพรเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2569 แก่ชาวไทย
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ความว่า
ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ข้าพเจ้าขอส่งความสุขและความปรารถนาดีมายังท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน ดังที่ทุกท่านได้ทราบแล้วว่า เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้เสด็จสวรรคต ข้าพเจ้ารู้สึกตื้นตันที่ได้เห็นประชาชนทุกหมู่เหล่าพรั่งพร้อมกันมาถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่องด้วยความระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญเพื่อบ้านเมืองตลอดมา จึงขอขอบใจทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง และข้าพเจ้าจะถือน้ำใจไมตรีของทุกท่านในครั้งนี้เป็นกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจทุกอย่างโดยเต็มกำลังความสามารถต่อไป
ในรอบปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า มีเหตุการณ์ที่น่าวิตกห่วงใยอยู่พอสมควร เช่น สถานการณ์ระหว่างประเทศในส่วนต่างๆ ของโลกที่มีความแปรปรวนและตึงเครียด รวมทั้งภัยธรรมชาติอันร้ายแรง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ได้เผยให้เห็นปัญหาข้อขัดข้องในด้านต่างๆ อันกระทบกระเทือนถึงชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนขวัญและกำลังใจของเราทุกคนอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มพูนสัมพันธไมตรีระหว่างมิตรประเทศ และเสริมสร้างความรักสมัครสมานระหว่างเราทุกคนในประเทศเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะร่วมแรงร่วมใจกันให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้นในอันที่จะประกอบกรณียกิจตามภาระหน้าที่ให้ประสานสอดคล้องกัน โดยยึดมั่นในความถูกต้อง ความดีงาม และประโยชน์ของส่วนรวมประเทศชาติ ซึ่งจะทำให้ทุกคนในชาติได้รับประโยชน์สูงสุด ความร่วมมือดังกล่าวนี้จะเป็นหลักประกันความมั่นคงของบ้านเมืองและความร่มเย็นเป็นสุขของเราทุกคนได้อย่างแท้จริง
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือจงคุ้มครองรักษาทุกท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และมีความสุขความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนาตลอดศกหน้านี้และตลอดไป

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานบัตรพระราชทานพรปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช 2569 แก่ปวงชนชาวไทย ด้านหน้าของบัตรพระราชทานพรปีใหม่ มีตราประจำพระราชวงศ์จักรีอยู่กึ่งกลาง ด้านล่างมีตราพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และตราพระนามาภิไธย ส.ท. เมื่อเปิดบัตรพระราชทานพร ด้านขวามีตราพระบรมราชวงศ์จักรอยู่ตรงกลาง และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์ชุดสูทสากล ทรงฉายคู่กับ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในชุดไทยจิตรลดา ส่วนด้านมุมบนซ้ายมีพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงฉายคู่กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทั้งสองพระองค์ทรงแย้มพระสรวลและโบกพระหัตถ์ ส่วนด้านซ้ายของบัตรพระราชทานพรมีข้อความว่า “พระราชทานพรปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๙” พร้อมกับทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นำชาติพ้นอุปสรรค พระราชดำรัสครม.ใหม่ระลึกถึงผลประโยชน์ปชช.-ปชต.-ปท.
"ในหลวง" พระราชทานพระราชดำรัสแก่ ครม.ใหม่ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ระลึกถึงผลประโยชน์ประชาชน-ประชาธิปไตย-ประเทศ
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธี วันจักรี 2569
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราขดำเนินไปในการพระราชพิธีเนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2569 ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ ณ พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2569 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ' อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ เป็นองคมนตรี
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง แต่งตั้งองคมนตรี มีเนื้อหาระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรแปลงเกษตรตามแนวพระราชดำริ ร.9 ที่เวียงจันทน์
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) เมืองนาซายทอง เวียงจันทน์ ทอดพระเนตรแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ร.9 ต้นแบบความร่วมมือการพัฒนาที่ยั่งยืนสองประเทศ
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จฯ เยือนประเทศลาว ทอดพระเนตรตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังหอคำ (ทำเนียบประธานประเทศ) เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง

