'ชวน' กรีดแกนนำภูมิใจไทยเลือดสาด ใส่ร้ายไม่พัฒนาตรัง พูดคล้ายทักษิณ ไม่ได้ สส.ใต้แม้แต่คนเดียว

"ชวน" กรีดยับ "พิพัฒน์" แกนนำภูมิใจไทยโจมตีใส่ร้ายทอดทิ้งคนใต้ พูดไม่ตรงความจริง ชี้นายกฯเลือกปฏิบัติขัดรัฐธรรมนูญ ยกบทเรียนคนใต้ไม่เลือก "ทักษิณ-ไทยรักไทย" เหน็บนายกฯเขยระนอง รายได้ต่อหัวต่ำสุด ลดลงไปเหลือ 9 พันกว่าบาทเพราะราคายางตกต่ำ

7 มกราคม 2569 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลวานนี้ (6 ม.ค. 69) โดยมีการพาดพิงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่มีนายกรัฐมนตรี 2 สมัยแต่ไม่ได้รับการพัฒนาว่า ข้อความบางส่วนเป็นการโจมตีให้ร้ายกัน โดยเฉพาะการพูดดังกล่าวเกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งไม่ควรเป็นสถานที่ที่จะโจมตีให้ร้ายใคร ส่วนประเด็นที่ว่าประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทยเราจะเอาสิ่งต่างๆเข้าไปทำงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้น ตนมองว่าการพัฒนาโดยเลือกเฉพาะจังหวัดที่เลือกผู้แทนราษฎรนั้นเคยเกิดขึ้นในสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะการที่บอกว่าจะพัฒนาในจังหวัดที่เลือกไทยรักไทยก่อนจังหวัดอื่น ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ

"ผมป็นคนหนึ่งที่รณรงค์ต่อต้านแนวทางดังกล่าว ซึ่งมีผลทำให้พรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับเลือกตั้งท่วมท้นทั่วประเทศ แต่ไม่ได้ภาคใต้แม้แต่คนเดียว ทั้งที่ผู้สมัครก็ไม่ได้เลวร้าย ซึ่งแนวทางที่นายพิพัฒน์พูดก็เป็นลักษณะคล้ายกัน อย่างไรก็ดีนโยบายของพรรคภูมิใจไทยชัดเจนว่าพูดแล้วทำ นั่นก็คือถ้าไม่เลือกก็จะไม่จัดสรรงบประมาณไปให้ ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยตรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 27 ได้ย้ำว่าการจะเลือกปฏิบัติเพราะความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกันไม่ได้ และถ้านักการเมืองใช้วิธีนี้ก็จะทำให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกเหมือนเช่นที่เคยเกิดสมัยที่มีการเลือกปฏิบัติในยุคของคุณทักษิณ นอกจากนั้นจะเกิดความไม่เป็นธรรม ในขณะที่การเมืองในระบอบประชาธิปไตยก็จะมีความผิดเพี้ยนไป โดยพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือก ส่วนพื้นที่ที่ไม่เลือกก็จะไม่พัฒนาแต่เก็บภาษีเขา “

ส่วนเปรียบเทียบว่าพื้นที่หนึ่งในจังหวัดภาคใต้มีนายกรัฐมนตรี2สมัยให้กลับไปดูว่ามีการพัฒนาอย่างไรบ้างโดยเฉพาะในจังหวัดตรัง นายชวนกล่าวว่า ตนเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย บริหารประเทศ6ปี ไม่ได้เจาะจงทำเฉพาะจังหวัดตรัง แต่ริเริ่มโครงการการทำถนน 4 เลนทั่วประเทศ ทั่วทุกภูมิภาค ภาคเหนือถึงจังหวัดเชียงราย ภาคอีสานสิ้นสุดที่จังหวัดหนองคาย ภาคใต้สิ้นสุดที่จังหวัดชายแดนเชื่อมมาเลเซีย นอกจากนั้นยังริเริ่มโครงการเบี้ยผู้สูงอายุ และโครงการนมโรงเรียน

นายชวนยังกล่าวต่อว่า ในการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ถือหลักว่าเราเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศ ดังนั้นการจะทำนโยบายอะไรก็ตาม ต้องไม่เจตนาที่จะทำเพื่อประโยชน์ในบ้านตัวเองเท่านั้น ต้องทำเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศ ทุกจังหวัด นี่เป็นแนวที่ตนและพรรคประชาธิปัตย์ได้ยึดปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการเป็นนักการเมืองจะต้องให้ความสำคัญกับประชาชนทุกจังหวัด จะทำให้ประชาธิปไตยเดินไปได้

อดีตนายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ส่วนการที่นายพิพัฒน์ พูดไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไปเปรียบเทียบคนละอย่างกัน เช่นไปเปรียบเทียบกับจังหวัดสุพรรณบุรีกับตรังนั้น คงเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะสุพรรณบุรีไม่มีสนามบิน และอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ส่วนจังหวัดตรัง ห่างจากกรุงเทพ 800 กว่ากิโลเมตร ติดทะเลต้องมีเส้นทางคมนาคม ขณะนี้เรากำลังทำให้สนามบินนานาชาติเพิ่มศักยภาพขึ้นจากการได้รับจัดสรรงบประมาณ 3,800 ล้านบาท ทำให้จังหวัดตรังมีสนามบินมาตรฐานและสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะรายได้ของจังหวัดตรังลดลงมา ปัจจุบันอยู่ที่1หมื่นบาท ส่วนจังหวัดที่รายได้ลดมากที่สุดคือจังหวัดที่นายกมนตรีปัจจุบันเป็นลูกเขยคือระนอง คือลดลงไปเหลือ 9,000 กว่าบาท เพราะราคายางตกต่ำ จึงมองหาทางออกด้วยการขยายการท่องเที่ยวเพื่อให้เครื่องบินลำใหญ่ลงได้

"ใครมาเป็นรัฐบาลในครั้งหน้า ไม่ว่าใครก็ตาม อย่าใช้วิธีที่นายพิพัฒน์พูด พี่น้องภาคใต้ขอให้รับรู้ถ้าทำอย่างที่นายทักษิณเคยทำ ควรจะเลือกพรรคการเมืองประเภทนี้หรือไม่ สำหรับพี่น้องชาวตรัง ขอให้รับทราบว่า ผมได้พัฒนาจังหวัดตรัง เหมือนที่พัฒนาจังหวัดอื่น ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เอาเปรียบจังหวัดอื่น ให้ความเป็นธรรมกับทุกจังหวัด ในฐานะที่เป็นตัวแทนชาวตรัง ไม่อยากให้ใครมาจังหวัดตรังแล้วด่าว่าจังหวัดนี้เอาเปรียบจังหวัดอื่น เอางบประมาณมากองอยู่ที่นี่ผมไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น"

เมื่อถามว่าถ้านายพิพัฒน์มาขอพูดคุยทำความเข้าใจจะว่าอย่างไร นายชวนกล่าวว่า ส่วนตัวรู้จักกัน นายพิพัฒน์ ก็ลงไปหาสส.เจอในเครื่องบินอยู่ ที่นายพิพัฒน์ มาพูดดี ตนคิดว่านายพิพัฒน์เป็นนักธุรกิจที่ทำงานการเมือง ทัศนคติจะเป็นลักษณะนักธุรกิจการเมือง มองเรื่องจะต้องมีกำไรขาดทุน เมื่อลงทุนแล้ว ต้องได้ ดังนั้นเลือกถึงจะให้ ซึ่งความจริงนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยจริงๆทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะงบหลวงไม่ใช่งบส่วนตัว การเลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่ควรจะมีเพราะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเข้า 90 กว่าปี สิ่งเหล่านี้พรรคไทยรักไทยได้บทเรียนมาแล้ว ไม่มีสส.ใต้แม้แต่คนเดียว ซึ่งเป็นผลมาจากที่เรารณรงค์ว่าพรรคการเมืองจะได้เรียนรู้และไม่ใช่วิธีนี้ปฏิบัติ

เมื่อถามว่าการที่นายพิพัฒน์ออกมาพูดเช่นนี้เหมือนกับนายทักษิณ แสดงว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ได้ที่นั่งใช่หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ถ้าข้อมูลนี้ไปถึงชาวบ้านตนว่าเขาจะคิด เพราะเขาบอกว่าพูดแล้วทำ แต่ตนว่าเรื่องนี้ จะมีปัญหาอยู่เหมือนกัน ความจริงตนก็ไม่มีอะไร ฉะนั้นท่านจะมาพาดพิงเรื่องอะไร ถ้าท่านไปหาต้นตอที่ตรัง ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ว่าท่านทำเหมือนกับไม่ให้เกียรติคนตรัง แต่ท่านก็ไปพูดอย่างนี้ ไม่ไปว่าอะไร เจอก็ทักทายกัน

เมื่อถามย้ำว่า เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการตอบรับที่ดีในภาคใต้ใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ไม่ทราบว่าดีหรือไม่ดี แต่แนวปฏิบัติเรามีมามากแล้ว ท่านอาจจะไม่สามารถปรับเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้ 100% ท่านอาจมองเป็นเรื่องธุรกิจที่ต้องได้ประโยชน์ และต้องได้กำไรการเมืองจะคิดอย่างนั้นไม่ได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' เซอร์ไพรส์อีกแล้ว ขับมอเตอร์ไซค์ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงย่านห้วยขวาง

"อนุทิน" เซอร์ไพรส์ช่วย "ประเดิมชัย" หาเสียงย่านบึงพระรามเก้า ห้วยขวาง รับเลือกตั้ง 69 ไม่แจ้งล่วงหน้า ไร้พิธีรีตอง ได้ทีคว้ามอเตอร์ไซค์ เรียก "เอกนัฏ" ซ้อนท้าย บึ่งไปเวทีปราศรัย-ทักทายขอคะแนนเสียงชาวบ้าน

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยังแทงกั๊ก 'จับ-ไม่จับ' มือใคร!

'จุลพันธ์' ไม่ทราบ สก.ผู้ช่วยหาเสียง เปิดศึกผู้สมัครพรรคคู่แข่ง มองเป็นเรื่องปกติช่วงเลือกตั้ง ย้ำเพื่อไทยชูนโยบาย-แนวคิดแคนดิเดตฯ เป็นหลัก ย้ำยังไม่คิดจับ-ไม่จับมือกับใคร หลังแอบหยอด ปชป.ในรายการดีเบต

'อนุทิน' หาเสียงแบบออร์แกนิก เดินชิลๆที่ตลาดศรีย่าน ทักทายประชาชน แวะซื้อขนม ผลไม้

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้า​ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทักทาย​ประชาชน​พบปะพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดศรีย่าน กรุงเทพฯ​ โดยนายอนุทินแวะซื้อขนมครก และผลไม้ ก่อนเดินทางเข้าทำเนียบ​รัฐบาล 

สังคมขานรับ 'ดรีมทีม' ภูมิใจไทย กระแสแรงดึงคนนอกร่วมบริหาร

การเปิดตัว "ดรีมทีม" ของพรรคภูมิใจไทย ที่ดึงบุคคลจากนอกแวดวงการเมืองอย่าง "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" และ "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" มาเป็นรัฐมนตรีสมัยหน้าและคนรุ่นใหม่ของพรรค อย่าง "ไชยชนก ชิดชอบ" เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย "ซาบีดา ไทยเศรษฐ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม