หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดรายละเอียดการเจรจาคลี่คลายข้อพิพาทเหมืองทองอัคราระหว่างรัฐบาลไทยกับ Kingsgate Consolidated Limited ระบุจัดตั้งชุดเฉพาะกิจ “ทีมนินจา” หลังขออนุมัติ พล.เอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หวังทำความเข้าใจ ลดความเสี่ยงชดใช้ค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาท
21 กุมภาพันธ์ 2569 - นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงเบื้องหลังการเจรจาคลี่คลายคดีเหมืองทองอัครา ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทย กับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (Kingsgate Consolidated Limited) ที่ยืดเยื้อมานาน
นายพีระพันธุ์ ระบุว่า จุดเริ่มต้นของปัญหาเกิดจากการที่บริษัทคิงส์เกตฯ เข้าใจผิดว่าถูกรัฐบาลไทย "กลั่นแกล้ง" โดยการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 จากรัฐบาล คสช. สั่งระงับการประกอบกิจการเหมืองทองคำ หลังมีกระแสคัดค้านจากภาคประชาชน ซึ่งความเป็นจริงแค่อำนาจปกติของอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ก็สามารถสั่งการได้อยู่แล้ว ซึ่งพอมาใช้ม.44 จึงกลายเป็นประเด็นที่บริษัทเข้าใจผิด และนำไปสู่การเป็นข้อพิพาทชั้นอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์
นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงช่วงที่เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ ข้อเท็จจริงได้รับฟังไปครบแล้วและใกล้จะมีการชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์ ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ประเทศไทยต้องชดใช้ค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาท ปกติจะมีทีมทางการที่มีท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการอยู่แล้ว แต่เนื่องจากต้องมีการเจรจาทำความเข้าใจในเชิงลึกนอกรอบ จึงได้มีการขออนุมัติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ตั้งชุด "ทีมนินจา" ขึ้นมาโดยมีตน กับ ศ.อธึก อัศวานันท์ , พล.ท.นิธิ จึงเจริญ (ตำแหน่งในขณะนั้น) และตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาเจรจากับผู้แทนบริษัทอัคราฯ และบริษัทแม่ แจ้งข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนาแกล้ง แต่เป็นเพียงความเข้าใจผิดในขั้นตอนการใช้อำนาจทางการปกครอง ส่วนคดีอาญาของทางบริษัท รัฐบาลไม่สามารถเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราก็พยายามชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการทำธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาว
นายพีระพันธุ์ ระบุอีกว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทคิงส์เกตฯ ที่ออสเตรเลียเชื่อมั่นและยอมรับแนวทางเดียวกันกับผู้บริหารในไทย ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันขอขยายเวลาคำชี้ขาดออกไปโดยไม่มีการคัดค้าน โดยต่อมาสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็ไม่ได้แต่งตั้งชุดเจรจาใหม่
ทั้งนี้ "ทีมนินจา" ยังคงช่วยประสานงานต่อมา จนสุดท้ายผู้ถือหุ้นยอมรับเงื่อนไขตามที่ฝ่ายบริหารเสนอ โดยไม่ต้องพึ่งพิงคำชี้ขาดจากอนุญาโตตุลาการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว
กฎหมายชัด มันทำไม่ได้! ‘สิริพงศ์’ อัด ‘พีระพันธุ์’ ปมจวก ‘พาณิชย์’ เกียร์ว่าง ไม่คุมราคาน้ำมัน สวนแรง ตอนมีอำนาจไม่ทำให้เสร็จ เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหน
กรณี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาอธิบายว่า ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมันได้ เนื่องจากหน่วยงานไม่มีอำนาจ ต่อมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาวิจารณ์ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำลังเสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
'พีระพันธุ์' แฉ 'ไพ่ไฟ2569' เตือนกกต.หากนิ่งเฉย อายุความมันยาว
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความเรื่อง "ไพ่ไฟ 2569" ระบุรายละเอียดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ปรา
'พีระพันธุ์' ลั่นอย่าเลือกพรรคที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อต้องการเอาชนะพรรคที่เกลียด
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา
'พีระพันธุ์' ฟาด กกต. เรียกสอบซื้อเสียง 2 พัน กลับเมินเงินปริศนา 450 ล้าน
'พีระพันธุ์' ฟาด กกต. สองมาตรฐาน เรียกสอบซื้อเสียง 2 พันบาท แต่เมินเงินสดปริศนา 450 ล้าน ชี้เข้าข่าย 'ผิดปกติ' เสี่ยงละเว้นปฏิบัติหน้าที่
'พีระพันธุ์' จวกรัฐบาลสนใจแต่ตัวเลข GDP ละเลยคุณภาพชีวิตประชาชน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่ บริเวณตลาดวงศกร เขตสายไหม และ ตลาดถนอมมิตร เขตบางเขน ช่วยนายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 11 เบอร์ 4 และ นายธนกฤต ธนิศราพงศ์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 12 เบอร์ 11 หาเสียงเลือกตั้ง

