วิสามัญ 2 ศพริมโขง แก๊งค้ารถเถื่อน ยิง นรข. หวังหลบหนี สุดท้ายถูกจับตาย

วิสามัญ 2 ศพริมโขง แก๊งค้ารถเถื่อนข้ามชาติ เปิดฉากยิง นรข.หวังหลบหนี สุดท้ายถูกจับตาย ยึดอาวุธปืนพร้อมยาบ้า

7 เมษายน 2569 - เมื่อค่ำวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตฯ) โดยว่าที่ ร.อ.เพชรนคร ผิวขำ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง (หน.สน.เรือบ้านแพง) ได้รับแจ้งในเบื้องต้นว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จากประเทศเพื่อนบ้านมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณบ้านนาเขท่า หมู่ 3 ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ซุ่มอำพรางอยู่บริเวณจุดเสี่ยง จุดล่อแหลม

ต่อมาพบเรือหาปลาติดเครื่องยนต์ แล่นมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ใช้กล้องส่องเวลากลางคืน มีบุคคลรวม 3 คนนั่งอยู่ในลำเรือ มาจอดเทียบที่บันไดทางขึ้น-ลง บ้านนาเขท่า หมู่ 3 จากนั้นทั้งหมดได้ขึ้นมาที่ริมถนนสาธารณะเลียบลำน้ำโขง และได้ช่วยกันเข็นรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน ออกจากพงหญ้าริมถนนลงบันได ช่วยกันยกใส่เรือไปแล้ว 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ถูกกลุ่มผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่หลายนัด จึงเกิดการยิงโต้ตอบกันขึ้น

หลังเสียงปืนสงบจึงเข้าเคลียร์พื้นที่ พบมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 รายอยู่บนเรือหาปลา ทราบชื่อภายหลังว่าท้าวกอก อายุ 23 ปี และมีผู้เสียชีวิตอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงใกล้กับเรือ ทราบว่าชื่อนายพล อายุ 21 ปี เป็นลูกครึ่งไทยลาว นอกจากนี้พบท้าวชา อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นคนขับเรือนอนหมอบอยู่กับพื้นทรายจึงควบคุมตัวไว้ จากนั้นได้นำตัวท้าวกอกผู้บาดเจ็บไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลบ้านแพง แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงได้แจ้งพนักงานอัยการ ปลัดฝ่ายปกครอง แพทย์โรงพยาบาลบ้านแพง ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ และนำศพผู้เสียชีวิตทั้งสองรายไปเก็บรักษาไว้ที่วัดชัยมงคล เขตเทศบาลตำบลบ้านแพง เพื่อรอให้ญาติมารับไปดำเนินการตามประเพณี

โดยจุดที่ปะทะกันริมแม่น้ำโขง มีรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจำนวน 3 คัน คือ 1.ฮอนด้า รุ่น เวฟ 125 เอส สีขาว-ดำ 2.ฮอนด้า รุ่นโนวา อาร์เอส สีน้ำเงิน-ดำ และ 3.ฮอนด้า ไม่ทราบรุ่น สีเขียว-แดง อาวุธปืนสั้น 1 กระบอก และยาบ้าประมาณ 1,000 เม็ด จึงนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง พร้อมได้รายงานผู้บังคับบัญชาว่าคนร้ายต่อสู้และขัดขืน ไม่ยอมให้จับกุมจนเกิดการปะทะกันขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย ควบคุมตัวผู้ต้องหาร่วมขบวนการ 1 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล และรายงานสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียดอีกครั้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากคดีแอร์มีนา สู่บทพิสูจน์หลัก Wilful Blindness ศาลสูงออสเตรเลีย เมื่อการเลือกที่จะไม่รู้อาจไม่ใช่ข้อแก้ตัว

นักวิชาการอิสระ ชี้ในมุมของกฎหมายเปรียบเทียบ คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำให้สังคมไทยได้รู้จักหลัก Wilful Blindness

'ผบ.ตร.' กัดไม่ปล่อย ตั้งเข็มจับปลาใหญ่คดีแอร์สาว

ผบ.ตร.สั่งยกระดับปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ล่าทั้งขบวนการคดีแอร์โฮสเตสขนยาเสพติดข้ามชาติ ตั้งคณะทำงานสืบสวนขยายผลผู้อยู่เบื้องหลัง

กู้ภาพประเทศ ยึด Zero Trust ยกระดับมาตรการท่าอากาศยาน

โฆษกรบ. แจงนโยบายปราบยาเสพติด ยกระดับการทำงานต่อเนื่องทั้งการจับกุม ป้องกัน บำบัด ยึด Zero Trust ยกระดับมาตรการท่าอากาศยานและความปลอดภัย

เลขาฯ ป.ป.ส. เผยตำรวจเจอตัวไรเดอร์ส่งพัสดุให้แอร์โฮสเตสแล้ว เร่งเค้นสอบข้อเท็จจริง

เลขาฯป.ป.ส. เผยพบตัวคนขับเก๋งหิ้วพัสดุปริศนาส่งคอนโด “แอร์มีนา” แล้ว อยู่ระหว่างสอบมีตัวการใหญ่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน 2 ราย รับผิดชอบส่งยาไปออสเตรเลีย-ไต้หวัน ไทยแค่ทางผ่าน