เตือนคนไทยในอิสราเอล หากได้ยินเสียงไซเรน หาที่หลบภัยภายใน 1 นาที

ศบก. เตือนคนไทยในอิสราเอล ยังสู้รบรุนแรง หากได้ยินเสียงไซเรน หาที่หลบภัยภายใน 1 นาที ยันเร่งค้นหา 3 ชีวิตลูกเรือมยุรีนารี ส่วนอีก 20 คน ถึงไทย 16 มี.ค.นี้ เจ้าของเรือยืนยันจ่ายค่าจ้างตามปกติ-ได้สิทธิประโยชน์ครบถ้วนตามกม.

14 มีนาคม 2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สำหรับพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ขยายวงนอกเหนือเป้าหมายทางทหาร โดยอิหร่านยกระดับการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเดินเรือ และระบบไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในหลายประเทศในภูมิภาค ในขณะที่กองทัพอิสราเอล และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยังคงแลกเปลี่ยนการโจมตีกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนอิสราเอล เลบานอน นอกจากนี้สถานการณ์การสู้รบในอิรักทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นายปาณิดล กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และคอยติดตามข่าวสาร คำแนะนำจากช่องทาง ทางการของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 13 มี.ค. โดยมีรัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นประธาน ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นพ้องว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด และเรียกร้องให้มีการยุติการใช้ความรุนแรง และกลับสู่แนวทางการทูตโดยเร็ว พร้อมย้ำความสัมพันธ์ของการยึดมั่นในหลักการกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสรีภาพในการบิน และการเดินเรือ

นายปาณิดล กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงผลกระทบที่มีต่ออาเซียนในหลายมิติ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งสินค้า และด้านพลังงาน ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤติด้านเศรษฐกิจและพลังงาน โดยไทยได้เสนอให้กระชับความร่วมมือด้านกงสุลผ่านเครือข่ายของสถานทูตในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตร่วมกัน และยกระดับความร่วมมือ ภายใต้ความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน ให้สามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน และพลังงานทางเลือก

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ในส่วนการช่วยเหลือลูกเรือ 20 คนจากเรือบรรทุกสินค้าไทยที่ประสบเหตุ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยบริษัทเจ้าของเรือจะนำลูกเรือเดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมืองเมืองคาซาบ ประเทศโอมาน ไปยังสนามบินนานาชาติมัสกัต ประเทศโอมาน เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉิน รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประสานเรื่องวีซ่าให้กับลูกเรือทั้ง 20 คนแล้ว โดยทางการโอมาน ได้แจ้งยืนยันความพร้อมอำนวยความสะดวกลูกเรือในการผ่านแดน เพื่อขึ้นเครื่องบินที่กรุงมัสกัต ซึ่งจะมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 16 มีนาคมนี้

นายปาณิดล กล่าวว่า ในส่วนของการค้นหาและการช่วยเหลือลูกเรืออีก3 คน ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศ กองทัพเรือและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติการค้นหา และให้ความช่วยเหลือต่อไป สำหรับการอพยพคนไทย โดยคนไทยเดินทางออกจากอิหร่านกลุ่มสุดท้าย จำนวน 7 คนได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว เมืองวาน ประเทศตุรกี ได้มีการอพยพคนไทยที่ประสงค์เดินทางออกจากอิหร่านหมดแล้ว

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์การโจมตีที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านและฮิซบอลเลาะห์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนภายในพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอล หากได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัยให้เข้าที่หลบภัยภายใน 1 นาที 30 วินาที และขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปบริเวณชายแดนตอนเหนือของอิสราเอล ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ติดค้าง และได้รับความช่วยเหลือออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางแล้วจำนวน 591 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย

ด้านนายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์แรงงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สำหรับจำนวนแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศและพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางประมาณ 67,047 คน และได้แจ้งความประสงค์ทางสถานเอกอัครราชทูตเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย 977 คน ขณะนี้เดินทางกลับมาแล้ว 72 คน และอยู่ระหว่างเดินทางกลับอีก 9 คนจากบาห์เรน

นายสันติกล่าวว่า ส่วนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 23 คนจากเหตุการณ์เรือมยุรีนารีถูกโจมตีนั้น กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการประสานความช่วยเหลือ โดยประสานบริษัทเดินเรือเพื่อช่วยเหลือลูกเรือ กระทรวงแรงงานโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ประสาน บริษัท พรีเชียส ฟลาวเวอร์ส จำกัด เจ้าของเรือมยุรีนารี ซึ่งได้มีการดูแลช่วยเหลือลูกเรือ 20 คนที่ภายหลังได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาอย่างปลอดภัยแล้ว โดยบริษัทได้จัดให้ลูกเรือทุกคนพักอาศัยที่โรงแรมในเมืองคาซาบ ราชอาณาจักรโอมาน โดยให้พักเดี่ยวพร้อมจัดอาหาร ยาเวชภัณฑ์ และเครื่องนุ่งห่มที่มีความจำเป็นอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ลูกเรือทุกคนยังสามารถใช้โทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารไปยังครอบครัวในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง

นายสันติ กล่าวว่า สำหรับลูกเรือ 1 รายที่ได้รับบาดเจ็บที่มือ ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่และกลับมาพักที่โรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ทางบริษัทยังสนับสนุนบริการด้านสุขภาพจิต โดยให้คำปรึกษาผ่านทางออนไลน์กับนักจิตวิทยาและที่ปรึกษาชาวไทยที่มีใบอนุญาตและมีการรับรองตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้บริการแก่ลูกเรือแต่ละรายตามคำร้องขอ ส่วนลูกเรืออีก 3 คนที่ยังติดอยู่ในเรือ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือดังกล่าวต่อไป

นายสันติ กล่าวว่า ในส่วนของการติดตามสิทธิประโยชน์เรื่องค่าตอบแทนของลูกเรือ บริษัทยืนยันว่าลูกเรือทุกคนจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน รวมถึงค่าตอบแทนพิเศษสำหรับการปฎิบัติงานในพื้นที่ตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่วันเริ่มงานจนถึงวันที่เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยบริษัทจะดำเนินการโอนค่าจ้างเข้าบัญชีธนาคารของลูกเรือแต่ละรายในสิ้นเดือนของทุกเดือนตามปกติ ในส่วนของทรัพย์สินส่วนตัวที่ลูกเรือจำเป็นต้องทิ้งไว้บนเรือ บริษัทจะดำเนินการชดเชยค่าเสียหายเต็มจำนวนให้แก่ลูกเรือแต่ละรายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้บริษัทได้ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะรักษาการจ้างงานของลูกเรือทุกคน และพร้อมรับลูกเรือกลับเข้ามาปฏิบัติงานทันทีเมื่อมีความพร้อมและมีความประสงค์ที่จะกลับมาปฏิบัติงานอีกครั้ง

นายสันติ กล่าวอีกว่า ในส่วนการอำนวยความสะดวกการเดินทางกลับของลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือ กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี ได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัดกัต อย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเอกสาร เพื่อให้ลูกเรือได้รับการช่วยเหลือทั้งหมดได้เดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ลูกเรือทั้ง 20 คน มีเอกสารที่จำเป็นพร้อมต่อการเดินทาง โดยมีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม

นายสันติ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กระทรวงแรงงานได้มีการมอบหมายให้แรงงานจังหวัดพร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจกับครอบครัวญาติพี่น้องของลูกเรือไทยทั้ง 23 คน เพื่อเป็นการสื่อสารในการให้ความช่วยเหลือให้ครอบครัวแรงงาน รวมทั้งเรื่องการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ลูกเรือทั้งหมดจะต้องได้รับจากนายจ้างตามกฎหมาย ทั้งนี้กระทรวงแรงงานได้ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการประสานความช่วยเหลือในสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ลูกเรือทั้ง 23 คนควรจะได้รับต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พน.ทาบซื้อนํ้ามัน‘รัสเซีย’

“พิพัฒน์” ชี้หลัง 16 มี.ค. รู้ผลดีเซลขยับราคาอย่างไร เผยพลังงานพยายามเจรจาซื้อน้ำมันเพิ่มเติมจากรัสเซีย ยันไม่มีขาดตลาดแน่นอน “อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน” บอกโรงกลั่นไทยรับน้ำมันแดนหมีขาวได้

ลงตรวจ 'โบสถ์ยิว' จ.ภูเก็ต กำชับจัดกิจกรรมภายใต้กฎหมายไทยเคร่งครัด

นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรป่าตอง และฝ่ายปกครองอำเภอกะทู้ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดกิจกรรมของศาสนสถานของชาวยิวนิกาย ใ

ลุ้น! ปรับราคา 'ดีเซล' หลัง 16 มี.ค. เร่งเจรจาซื้อน้ำมันรัสเซีย

'พิพัฒน์' ให้รอลุ้นหลัง 16 มี.ค. ดีเซลขยับราคาอย่างไร ส่วนเบนซินปรับตามสถานการณ์น้ำมันดิบ ย้ำสบายใจได้ไม่ขาดตลาดแน่ ก.พลังงาน เร่งเจรจาซื้อน้ำมันเพิ่มจากรัสเซีย

ลุยสุ่มตรวจ 'ปั๊มน้ำมัน' ฮึ่มกักตุน-แพงเกินจริง โทษหนักคุก 7 ปี

นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันแนวถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลัก

'อิหร่าน' ขู่! จะทำสงครามยืดเยื้อ

อิหร่านเตือนว่าอาจก่อสงครามยืดเยื้อกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งจะ "ทำลาย" เศรษฐกิจโลก แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะกล่าวเมื่อคืนวันพุธว่าสาธารณรัฐอิสลามกำลังเผชิญกับความพ่ายแพ้ที่ใกล้เข้ามาแล้วก็ตาม