
‘พิพัฒน์’ ให้รอลุ้นหลัง 16 มี.ค. ดีเซลขยับราคาอย่างไร ส่วนเบนซินปรับตามสถานการณ์น้ำมันดิบ ย้ำสบายใจได้ไม่ขาดตลาดแน่ ก.พลังงาน เร่งเจรจาซื้อน้ำมันเพิ่มจากรัสเซีย
13 มี.ค. 2569 – เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก. แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมถึงความความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี 23 คน ว่า ขณะนี้ลูกเรือ 20 คน อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว กำลังนำลูกเรือทั้ง 20 คน ไปที่เมืองคาซับ ประเทศโอมาน เพื่อจะเดินทางกลับมาสู่ประเทศไทยต่อไป
นายพิพัฒน์ กล่าวถึงเรื่องค่าการกลั่นน้ำมันก่อนหน้าที่จะมีสงคราม อยู่ที่ 2 บาท แต่ปัจจุบันนี้ขยับไปถึง 6 บาท ซึ่งจะต้องขอให้สมาคมโรงกลั่นกับอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมาช่วยชี้แจงแทน นอกจากนี้ ขอยืนยันจากข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในเรื่องของราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเราจะต้องตรึงราคาไปจนถึงกระทั่งถึงวันที่ 16 มี.ค. หลังจากนั้นเราจะมีการประชุมหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่า หลังจากครบกำหนด 15 วันแล้วราคามันดีเซลเราจะมีการขยับอย่างไร ซึ่งจะมีบทสรุปหลังจากมีการประชุมหารือเรียบร้อย
“ในวันที่ 16 มี.ค. ผม หรือนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง อาจจะมาเป็นผู้แถลงให้ประชาชนได้รับทราบว่า หลังจากวันที่ 16 มี.ค.ราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซลจะปรับอย่างไร โดยเฉพาะหน้าสถานีบริการเราจะปรับในลักษณะไหน ที่สำคัญในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เฉพาะหน้าสถานีบริการเพียงอย่างเดียว ยังมีน้ำมันภาคอุตสาหกรรมด้วย” นายพิพัฒน์ ระบุ
โดยปกติภาคอุตสาหกรรมจะเป็นการซื้อในระบบขายส่งกับพ่อค้าคนกลาง (Jobber) หรือบริษัทแม่ของ Jobber มีบริษัทตัวแทน เช่น ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์ ซึ่งใน 3 บริษัทนี้มี Jobber เป็นของตัวเอง มีบริษัทค้าส่งเป็นของตัวเอง ส่วนบริษัทที่นอกเหนือจากนี้อาจจะไม่มีบริษัทขายส่งเป็นตัวเอง แต่จะมีบริษัทขายปลีกหน้าสถานีบริการ เช่น บริษัทพีที บริษัทซัสโก้ หรืออาจจะบริษัทเชลล์ แต่ไม่แน่ใจว่า ปัจจุบันเชลล์มีการขายส่งหรือไม่ ส่วนที่บริษัทที่เคยขายส่งจะต้องมาเจรจาว่า ลูกค้าของคุณที่เป็นภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอุตสาหกรรมในที่นี้คือ อุตสาหกรรมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค อาจจะลงไปรวมถึงภาคการเกษตร ซึ่งในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ พวกเราโดยเฉพาะตน นายเอกนิติ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน คงจะต้องหารือกันว่า ในขั้นต่อไปเราจะเป็นอย่างไร
ส่วนน้ำมันเบนซินขณะนี้อาจจะมีการปรับในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งก็ปรับไปตามสถานการณ์ของราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นตลอดเวลา อย่างไรก็แล้วแต่ ขอยืนยันว่า ขณะนี้เราสามารถหาน้ำมันดิบที่จะมาทำการกลั่น จากที่ตนเคยชี้แจงวันคือ 92 วัน ขณะนี้เราขยายเวลาออกไปเป็น 98 วัน รัฐบาลยังมีความมั่นใจ เพราะจากการยืนยันของกระทรวงพลังงาน สามารถที่จะจัดหาน้ำมันดิบ ซึ่ง 50% เราต้องหาน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่น้ำมันดิบนอกอ่าวเราก็มีอีก 50% ก็พยายามที่จะขอเจรจาซื้อเพิ่มขึ้นในส่วนที่ขาดจากอ่าวเปอร์เซียแล้ว และเป็นข่าวดีเล็ก ๆ จากการประกาศของประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ขณะนี้สหรัฐเลิกบอยคอตประเทศรัสเซียในการที่จะส่งน้ำมันดิบออกมาขายให้กับประเทศอื่นๆ ซึ่งประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศหนึ่งที่เรากำลังจะไปเจรจา โดยกระทรวงพลังงานไปขอเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซีย
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงพลังงานพยายามที่จะจัดหาน้ำมันดิบเพื่อมาเพิ่มในส่วนที่ขาดของอ่าวเปอร์เซีย ฉะนั้น ขอยืนยันกับคนไทยทุกคน น้ำมันดิบ ณ ขณะนี้ เรายังมีสำรองไปได้อีก 98 วัน แต่หลังจากนี้ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ขณะนี้เราเติมไบโอดีเซล 7% หลังจากนี้เราอาจจะต้องขยายไปเป็น 10% และสุดท้ายอาจจะขยายไปถึง 20% คำว่า 20% ในตรงนี้ ซึ่งในอดีตเราเคยประกาศใช้ 20% สำหรับรถบรรทุกซึ่งสามารถใช้ได้ทุกยี่ห้อ แต่ B10 เชื่อว่ารถเล็ก โดยเฉพาะรถปิกอัพเราสามารถใช้ได้ เพราะก่อนหน้านี้เราก็มีการใช้อยู่ เพราะฉะนั้น ขอให้สบายใจได้ว่า เรื่องของพลังงานเราน่าจะจัดหามาสำรองโดยไม่มีการขาดตลาดอย่างแน่นอน แต่ในเรื่องของกลไก เรื่องราคาเราคงจะต้องค่อย ๆ ทยอยปล่อยราคาไปตามกลไกของตลาดจากภาวะสงครามที่ราคาน้ำมันดิบ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 90 กว่าเหรียญ เกือบๆ 100 เหรียญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สามารถ' เตือนเค้กก้อนโต! มูมมามกันมากระวังติดคอ
‘สามารถ’ เตือนงบเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ปรับโครงสร้างพลังงาน เสี่ยงทุจริตเชิงนโยบาย อ้างพบส่วนต่างติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปหลังละ 3 หมื่นบาท
เปิดสำรวจแหล่งพลังงานบนบกใหม่ L1/66–L3/66 หาก๊าซราคาถูกให้คนไทย
ก.พลังงานเดินหน้าเชิงรุก มอบสิทธิสำรวจ 2 แปลงติดแหล่งสินภูฮ่อม L1/66–L3/66 เร่งหาก๊าซราคาถูกในประเทศให้คนไทย คาดสร้างรายได้รัฐตลอดโครงการกว่า 60,000 ล้านบาท ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า ต่อยอดมาตรการ B20 E20 และโซลาร์ภาคประชาชน
‘ภัทรพงศ์’ดันเปิดเส้นทางบินตรง‘ไทย-จีน’ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิง 40.5 ล้านต่อปี
‘ภัทรพงศ์’ ดันโครงการ DRSA พัฒนาเส้นทางบินตรงไทย–จีน เพิ่มประสิทธิภาพจราจรทางอากาศ ช่วยเซฟเชื้อเพลิงกว่า 40 ล้านบาท ลด CO₂ ได้ถึง 2,561 ตันต่อปี ประหยัดเชื้อเพลิงกว่า 1.1 แสนกิโลกรัม พร้อมเดินหน้าพัฒนาอีก 3 เส้นทาง มุ่งสู่ Green ATM และ Aviation Hub ระดับโลก
‘หนู’โต้ฝ่ายค้าน บูลลี-โมหจริต
“นายกฯ อนุทิน” ชูโซลาร์ประชาชนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ลดพึ่งนำเข้า เดินหน้าลดภาษี E20-B20 หนุนเกษตรกร ย้ำลดภาษี

