คู่ท้าชิงประธานสภาฯ ‘โสภณ - พริษฐ์’ ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์แรก บริหารรัฐสภา

เริ่มแล้ววาระเลือกประธานสภาฯ   “โสภณ” เปิดวิสัยทัศน์ 20 ปีในสภา ดันสภาฯเป็นศูนย์กลางแก้ปัญหาประชาชน เร่งรื้อกฎหมายเก่า หวังสส.เสนอกม.ให้รัฐบาลแก้ปัญหาทุกมติ  พร้อมตรวจสอบถวงดุลฝ่ายบริหาร  “พริษฐ์” ชี้ ประธานสภาฯคนใหม่ ต้องกอบกู้ความไว้วางใจจากปชช. – วางตัวเป็นกลางใช้มาตรฐานเดียวกันทุกพรรค ต้องยกระดับสภาโปร่งใสตรวจสอบได้ หวังยืนข้างประชาชนไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

15 มี.ค. 2569 –   เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 มีค. มีการประชุมสภาฯ ชุดที่ 27  เลขาธิการสภาฯ ได้เชิญ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร  สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย   และ เป็นบุคคลที่มีความอาวุโสที่สุด ทำหน้าที่ ประธานชั่วคราวจากนั้นได้นำสมาชิกสส. ที่เข้าประชุม 498  คน ได้กล่าวปฏิญาณตนปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนฯเพื่อให้ สส. มีอำนาจทำหน้าที่ได้โดยสมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญ 

จากนั้นได้ดำเนินการตามวาระ ญัตติ เลือกประธานสภาฯ  และให้มีการแสดงวิสัยทัศน์  โดยนายประเสริฐ  จันทรรวงทอง  สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอนาย นายโสภณ ซารัมย์  สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาฯ   ต่อมา นายปกรณ์วุฒิ  อุดมพิพัฒน์สกุล  สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้เสนอ นายพิริษฐ์ วัชรสินธุ   สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานสภาฯ

นายโสภณกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและทำงานอยู่ในสภา ได้เห็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของการทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ จึงหวังว่าจะนำประสบการณ์จากอดีตมาผสมผสานกับองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อให้การทำงานของสภาเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อาสาเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และอำนาจหน้าที่ของสภาในฐานะสถาบันนิติบัญญัตินั้นมีอยู่ 3 ประการสำคัญ

ประการแรก คือ การรับฟังและรับเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อนำมาบอกกล่าวให้สภารับทราบ และใช้กลไกของสภาในการผลักดันให้ฝ่ายบริหารนำไปแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ประการที่สอง คือ บทบาทการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติต้องทำหน้าที่อย่างมีคุณภาพ มีความสมดุล และตั้งอยู่บนเหตุผล เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน

ประการที่สาม คือ การออกกฎหมาย ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของสภา โดยในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤติหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า สังคม การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและภูมิรัฐศาสตร์ของโลก รวมถึงความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่สงคราม ดังนั้นจึงอยากเห็นสภาแห่งนี้เป็นหลักสำคัญในการฟันฝ่าวิกฤติต่าง ๆ เคียงคู่กับรัฐบาล ด้วยการใช้กฎหมายและกลไกของสถาบันนิติบัญญัติเป็นเครื่องมือสำคัญ

นายโสภณกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาการเสนอร่างกฎหมายส่วนใหญ่มาจากฝ่ายรัฐบาล แต่ครั้งนี้ตนอยากเห็นกฎหมายที่มีจุดเริ่มต้นจากสภาแห่งนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารนำไปใช้ในการทำงาน เพราะปัจจุบันยังมีกฎหมายล้าสมัยจำนวนมาก บางฉบับไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน อีกทั้งในอดีตการออกกฎหมายใช้เวลานาน และหลายครั้งไม่สามารถผลักดันให้สำเร็จได้

ดังนั้นจึงหวังว่าสภาชุดนี้จะร่วมกันสังคายนากฎหมายเหล่านั้น ปรับปรุงหรือยกเลิกให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันกฎหมายใหม่ที่จะออกมาจะต้องเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารนำไปใช้แก้ไขปัญหาได้จริง มีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกและประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านความรวดเร็วและประสิทธิภาพ

นายโสภณกล่าวว่า ประชาชนไม่ได้ต้องการเห็นการใช้วาทกรรมเพื่อเอาชนะกันในทางการเมือง แต่ต้องการเห็นการออกกฎหมายที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน และร่วมกันเสนอร่างกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

“สภาเป็นที่พึ่งและความหวังของพี่น้องประชาชน และต้องเป็นต้นแบบของการทำงานทางการเมือง หากเราไม่สามารถทำให้สภาแห่งนี้เป็นสถาบันที่สร้างศรัทธา เป็นเกียรติ เป็นศรี และเป็นสภาที่สง่างามได้ ก็ยากที่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยเติบโตอย่างมั่นคง และนำพาประเทศไปสู่การพัฒนา ฉะนั้น หากผมได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมขอปวารณาว่าจะทำงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งจรรโลงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

จากนั้น เวลา 09.48 น.  นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่าขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่กรุณาเสนอชื่อตนในวาระการเลือกประธานสภาฯในวันนี้ ตนเข้าใจดีว่าการเสนอชื่อตนครั้งนี้ ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเรื่องเข้าไปทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ เพราะตั้งแต่ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา พวกเราพรรคประชาชนชัดเจนมาโดยตลอด ว่าเราเคารพสิทธิ์ของพรรคอันดับ 1 ในการเดินหน้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ถึงวันนี้เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่าได้รวบรวมสิ่งครบเพียงพอแล้ว และคงจะถูกพิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัยในการลงมติเลือกประธานสภาฯในวันนี้

นายพริษฐ์ กล่าวว่า แต่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาชนมองว่าบทบาทของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การตรวจสอบรัฐบาล และผลักดันกฎหมายในสภา แต่ยังรวมถึงบทบาทในการแสดงวิสัยทัศน์ และทิศทางที่เราเห็นว่าประเทศนั้นควรจะเดิน เพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้ว่าที่รัฐบาลรับไว้พิจารณา และเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้ใช้ประกอบการตัดสินใจในอนาคต

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของวิสัยทัศน์เกี่ยวกับตำแหน่งประธานสภาฯ ภารกิจสำคัญที่สุดของประธานสภาฯ คือการกอบกู้ความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อนักการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อว่าแม้สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นองค์กรเดียวในระดับชาติ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แต่หลายครั้งสภาผู้แทนราษฎรกลับทำลายศรัทธาของพี่น้องประชาชนไปมากเช่นกัน ส่วนคำถามว่าแล้วประธานสภาฯจะทำอะไรได้ในภารกิจนี้ ถ้าเปิดดูข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 9 (1) ประธานสภาฯจะต้องหวังตนเป็นกลางในการปฎิบัติหน้าที่ ตนเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนเห็นตรงกันว่าประธานสภาฯ จะต้องวางตนสเป็นกลางระหว่างพรรคการเมืองทุกพรรค และสมาชิกทุกคน ไม่ว่าพรรคไหนทำผิดข้อบังคับ ประธานสภาฯต้องตักเตือนห้ามปรามด้วยมาตรฐานเดียวกัน พรรคไหนเสนอญัตติหรือกฎหมายอะไรประธานสภาฯต้องปฏิบัติด้วยมาตรฐานเดียวกัน 

อย่างไรก็ตาม ตนมีความเห็นว่าหากเราจะทำให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นองค์กรที่ประชาชนฝากความหวังไม่ได้ มี 4 เรื่องสำคัญที่หวังว่าประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลาง คือ 1.ประธานสภาฯคนต่อไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลางระหว่างการหยุดอยู่กับที่กับการเดินไปข้างหน้า ตนอยากเห็นสภาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแห่งอนาคตมากกว่านี้ เพื่อยกระดับงานของฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น การจัดทำระบบฐานข้อมูลที่รวบรวมคำอภิปรายของสส. ทั้งห้องประชุมใหญ่และห้องประชุมกรรมาธิการ เพื่อให้ประชาชนค้นหาได้ หรือการเพิ่มความเป็นไปได้ของการประชุมออนไลน์ ทั้งการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการพิจารณาร่างกฎหมาย เพื่อทำให้สภาตอบสนองต่อวิกฤตของประชาชนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอวาระการประชุมปกติ  

2.ประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลางระหว่างการปกปิดกับความโปร่งใส สภาที่โปร่งใสจะทำให้ประชาชนรับรู้ว่าผู้แทนที่เขาเลือกไปทำงาน ทำงานคุ้มค่ากับภาษีประชาชนหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่สภาทำได้คือการจัดทำ และเผยแพร่ Dashboard ให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้ทันทีทันใด ว่าสส.บ้านเขาขาดประชุมหรือไม่อภิปรายมากน้อยแค่ไหน ลงมติเรื่องต่างๆได้ตรงกับความเห็นของคนในพื้นที่หรือไม่ อีกเรื่องคือการสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมาธิการเหมือนกับการถ่ายทอดสดการประชุมสภาในห้องใหญ่

3.ประธานสภาฯคนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลางระหว่างการเผาผลาญกับการปกป้องภาษีประชาชน ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ประชาชนเผชิญกับปัญหาปากท้อง และถูกซ้ำเติมจากวิกฤตทั้งภายในภายนอก สิ่งสุดท้ายที่ประชาชนอยากเห็น คือการเห็นสส.ที่เขาเลือกเข้าไปกลับไปใช้เงินภาษีอย่างฟุ่มเฟือย สิ่งสุดท้ายที่เขาอยากเห็น คือเห็นประธานสภาฯที่ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดี กลับนำงบประมาณไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง และสิ่งสุดท้ายที่ประชาชนอยากเห็นคือสภาผู้แทนราษฎรที่ลงทุนกับการตกแต่งอาคารรัฐสภามากกว่าลงทุนกับการแก้ไขปัญหาของประชาชน ดังนั้น หวังว่าประธานสภาฯคนถัดไปจะเป็นหัวหอกสำคัญลุกขึ้นมาเสนอปรับหรือลดงบประมาณ ในส่วนที่ไม่จำเป็น และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม แม้ต้องขัดกับเพื่อนสมาชิกในที่นี้อยู่บ้าง 

4.ประธานสภาฯคนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลางระหว่างอำนาจของใครไม่กี่คน กับอำนาจของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรชุดไหนที่ไม่ปกป้องอำนาจของประชาชน เปรียบเสมือนกับสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ปกป้องเหตุผลในการมีอยู่ขององค์กรตนเอง ในยุคปัจจุบันที่ประชาธิปไตยถูกบีบให้อ่อนแอ อำนาจของประชาชนอ่อนล้า เสียงของประชาชนถูกบีบให้เบาลง ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานสภาฯคนถัดไปจะลุกขึ้นมาถือธงนำในการปกป้องเจตนารมณ์ของประชาชนทุกคน ไม่ให้ถูกขัดขวางครอบงำโดยอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ เห็นว่าประธานสภาฯคนถัดไปจะต้องทำทุกทาง เพื่อทำให้การได้มา และการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระนั้น เป็นอิสระจากการถูกทุกแทรกแซงโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทางการเมือง แต่ไม่เป็นอิสระจากประชาชน และในฐานะตัวแทนของสส. 500 คนที่มาจากการเลือกตั้งเห็นว่าประธานสภาฯคนถัดไป จะต้องมีบทบาทสำคัญในการรวมพลังทุกพรรค และสมาชิกทุกคน เพื่อตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา และทำให้สังคมเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไปจะเสรีเป็นธรรม และโปร่งใส และในฐานะประธานรัฐสภา เห็นว่าประธานสภาฯคนถัดไปจะต้องทำให้กระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง รวดเร็ว เปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ได้แสดงออกผ่านการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา

 “คำถามที่สำคัญที่สุดในวันนี้อาจจะไม่ใช่คำถามว่าใครจะได้เป็นประธานสภาฯ แต่คือคำถามที่ว่า 4 ปีข้างหน้าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะยืนอยู่อยู่ข้างใคร ระหว่างประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศกับกลุ่มอำนาจไม่กี่กลุ่ม ที่อาจจะมีความพยายามในการครอบงำผู้แทนราษฎร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการลงคะแนนลับ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ เสนอญัตติให้ที่ประชุมพิจารณาต่อการเปลี่ยนแปลงการออกเสียง จากเดิมที่กำหนดให้เขียนชื่อผู้สมัคร ไปเป็นเขียนหมายเลขแทน

ทั้งนี้พบว่าที่ประชุมได้ถกเถียงต่อประเด็นดังกล่าว โดยส่วนหนึ่งแสดงความเห็นคัดค้านและขอให้ใช้การเขียนชื่อเช่นเดิม 

อย่างไรก็ดีสส.ฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นสนับสนุนญัตติของนายรังสิมันต์ โดย ทั้งนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล  สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยไม่ขัดข้องที่จะเปลี่ยนวิธีการลงคะแนน ทำให้นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ประธานชั่วคราวของที่ประชุมได้วินิจฉัยให้เปลี่ยนแปลง โดยหมายเลข 1 เป็นชื่อของนายโสภณ และหมายเลข 2 เป็นชื่อของนายพริษฐ์ ขณะที่การโหวตงดออกเสียง ให้เขียนคำว่า งดออกเสียง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘โสภณ’ โชว์วิสัยทัศน์ประกาศหลอมรวมคนรุ่นเก่า - รุ่นใหม่ พัฒนางานนิติบัญญัติ

นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ แคนดิเดตประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีหากได้ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นงานที่ท้าทายหรือไม่

'น้ำเงิน' กุมสภาพการเมืองเบ็ดเสร็จ ศึกตะวันออกกลางพิสูจน์ฝีมือรบ.

ชัดเจนจากปาก "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ต้องการเป็นแกนนำรัฐบาลที่มีกว่า 300 เสียง!

โสภณโบกมือลาทำ เนียบฯ ส้มดันเท้งชิงเก้าอี้นายกฯ

“โสภณ” อำลาทำเนียบฯ รอนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ “ปชน.” ส่งชื่อ “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วน ปธ.ฝ่ายนิติบัญญัติยังอุบชื่อ “ภคมน” ลั่นค้านแบบไม่ออมมือแน่ ด้าน “ปชป.”

'โสภณ' เชื่อขรก.ยึดกม. ตอบสังคมได้ อย่ากังวลข่าวตีตก 'คดีฮั้ว สว.'

'โสภณ' เชื่อข้าราชการยึดหลักกฎหมายเป็นหลังพิง หลังมีข่าวชุดอนุฯ กกต. ยกคำร้อง 'คดีฮั้ว สว.' ขออย่ากังวลในยุคตรวจสอบ ต้องตอบคำถามสังคมได้