อัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ 'รัชกาลที่ 9' ประดิษฐาน ณ ค่ายภูมิพล

ทบ.อัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ประดิษฐานอย่างสมพระเกียรติ  ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล

6 มี.ค.2565 –  กองทัพบก ได้เผยแพร่ข่าวและภาพพิธีอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ขึ้นประดิษฐานบนแท่นฐานของพระบรมราชานุสาวรีย์ ที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล จังหวัดลพบุรี

โดยเมื่อเวลา 9.45 น. พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยพลตรีหญิง พิมพ์พิศา จิตต์แก้วแท้ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี อธิบดีกรมศิลปากร นายอำเภอเมืองลพบุรี ข้าราชการทหาร ข้าราชการพลเรือน ประชาชนในพื้นที่ร่วมในพิธี ประกอบด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ของพระสงฆ์ 10 รูป พิธีบวงสรวงพระบรมรูปฯบริเวณแท่นประดิษฐาน

โดยคณะโหรพราหมณ์ กล่าวโองการบวงสรวง การโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่เครื่องบวงสรวง จากนั้นประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมรูปฯ ขึ้นประดิษฐาน ผู้บัญชาการทหารบก ดึงสายสูตรอัญเชิญประดิษฐานพระบรมรูปฯ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา คณะโหรพราหมณ์เป่าแตรสังข์ลั่นฆ้องชัยและลั่นบัณเฑาะว์ พิธีสุดท้ายผู้บัญชาการทหารบกถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ถวายพานพุ่มดอกไม้ จุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์

ทั้งนี้พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ สร้างขึ้นจากความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และกองทัพบกได้อัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประดิษฐาน ณ ค่ายภูมิพลแห่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุด เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นศูนย์รวมพลัง แห่งความจงรักภักดี และยึดมั่นในภารกิจของกองทัพในอันที่จะพิทักษ์และเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งเพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่บรรดาเหล่าทหารและประชาชนในพื้นที่จังหวัดลพบุรี รวมถึงประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้มาเคารพ สักการะ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และงดงามยิ่งด้วยภูมิทัศน์แห่งนี้

สำหรับการอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์มาประดิษฐาน ณ ค่ายภูมิพล ในครั้งนี้ กองทัพบกได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 โดยได้รับการสนับสนุน จากกรมศิลปากรในการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมแท่นประดิษฐาน และแบบภูมิทัศน์ โดยรอบพระบรมราชานุสาวรีย์ จากนั้นได้ดำเนินการก่อสร้างตามกรอบเวลาจนแล้วเสร็จ โดยกรมยุทธโยธาทหารบกเป็นหน่วยควบคุมงาน

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้กับกองทัพบกได้อัญเชิญมาประดิษฐานอย่างสมพระเกียรติ ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับค่ายทหารแห่งนี้เดิมชื่อค่ายพหลโยธิน และได้เปลี่ยนนามค่ายเป็น ค่ายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ค่ายภูมิพล เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2562.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร

ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ชี้ความเสียหายที่กัมพูชากระทำต่อไทย ไม่อาจลบล้างด้วยการบิดเบือนข้อมูล

'เนติวิทย์' ไม่ต้องกลับมาเกณฑ์ทหาร​แล้ว อายุ 30 ปี ถูกปลดเป็นทหารกองหนุนชั้นที่ 2

พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวภายหลัง ศาลพิพากษา จำคุก 6 เดือน นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมการเมือง แสดงอารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมกับการบังคับเกณฑ์ทหาร แต่ไม่เคยต้องโทษมาก่อนให้รอการลงโทษ 1 ปี

เสธ.ทบ. เคลียร์ปมร้อน 'กอ.รมน.' มีไว้ทำไม

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร( กอ.รมน.) แถลงยืนยันว่า ยังมีความจำเป็นในการมี กอ.รมน.อยู่เพราะมีบทบาทหน้าที่เป็นแกนกลางในการบูรณาการหน่วยงานโดยนำผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยต่างๆ เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหารวมกัน่

กห. จัดงบ 1.455 พันล้าน เดินหน้า 'ทหารอาสา' 2.5 หมื่นอัตรา

กลาโหมตั้งงบ 1,455 ล้าน เดินหน้า 'พลทหารอาสา' เปิดรับสมัครอออนไลน์ ก.ย. - ม.ค. 2.5 หมื่นอัตรา 'สภา กห.' เคาะกฎกระทรวงรองรับ เตรียมหารือกรมบัญชีกลางสัปดาห์หน้า

คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ภูมะเขือ ผามออีแดง รับฟังข้อเท็จจริงเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา

กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย