ไตรมาส 2 ใช้สิทธิเบิกจ่ายตรง ค่ารักษาพยาบาลผ่านแอปฯเป๋าตังอีก 2 แห่ง

โฆษกรัฐบาล เผยความคืบหน้าการใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงผ่านแอปฯเป๋าตัง สำหรับการเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาล

27 มี.ค.2566-นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง สำหรับการเข้ารับการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาล (Onsite) ซึ่งได้รับความสนใจ และการประสานงานจากสถานพยาบาลจำนวนหลายแห่งในการขอเข้าร่วมโครงการ โดยกรมบัญชีกลางคาดว่าภายในไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จะมีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ และพร้อมให้บริการเพิ่มอีกจำนวน 2 แห่ง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.2565 กรมบัญชีกลางได้อำนวยความสะดวกและเพิ่มการเข้าถึงการใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงให้แก่ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว ผ่านการเพิ่มช่องทางการใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก ผ่านกระเป๋าสุขภาพบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง สำหรับการเข้ารับการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาล ซึ่งได้นำร่องกับสถานพยาบาลของทางราชการแล้วจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1) โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 2) โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ 3) สถาบันมะเร็งแห่งชาติ 4) โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ 5) โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 6) โรงพยาบาลสระบุรี และ 7) โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

ทั้งนี้ จากข้อมูลจากกรมบัญชีกลางพบว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงวันที่ 28 ก.พ.2566 มีมูลค่าการใช้สิทธิรวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 7,054,809 บาท ดังนี้ 1) โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มีมูลค่าการใช้สิทธิเป็นเงินจำนวน 6,032,744.50 บาท 2) โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า มูลค่าการใช้สิทธิเป็นเงินจำนวน 669,891.50 บาท 3) โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มูลค่าการใช้สิทธิเป็นเงินจำนวน 236,956.50 บาท 4) สถาบันมะเร็งแห่งชาติ มูลค่าการใช้สิทธิเป็นเงินจำนวน 41,196.50 บาท 5) โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มูลค่าการใช้สิทธิเป็นเงินจำนวน 57,072 บาท 6) โรงพยาบาลสระบุรี มูลค่าการใช้สิทธิเป็นเงินจำนวน 5,118.50 บาท และ 7) โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต มูลค่าการใช้สิทธิเป็นเงินจำนวน 11,829.50 บาท

“โครงการพัฒนาระบบเบิกจ่ายนี้เป็นความพยายามของรัฐบาล เพื่ออำนวยความสะดวก และลดการรอคิวการทำธุรกรรม ณ จุดชำระเงินของสถานพยาบาล โดยได้นำร่องกับสถานพยาบาลตั้งแต่ วันที่ 7 ธ.ค.2565 และคาดว่าจะขยายโครงการให้ครอบคลุมกับสถานพยาบาลมากยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบให้การเบิกจ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัลที่มุ่งเน้นให้ประชาชนได้ผลประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภท.-ปชน.' แตกหักปม112 'พท.' ตัวแปรรอร่วมรัฐบาล

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญ พรรคการเมืองต่างเร่งนำเสนอนโยบาย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรี เพื่อขอโอกาสประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า

ธกส. ช่วยคนชายแดน ยกหนี้กรณีเสียชีวิต ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

ธกส. ออกมาตรการช่วยลูกค้าได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา ยกหนี้กรณีลูกหนี้เสียชีวิตหรือสาบสูญ พร้อมปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 2 หมื่นบาท

เริ่มแล้ววันนี้! รัฐบาล ชวนฝากบ้านกับตำรวจ 4.0 อุ่นใจเดินทางไกลปีใหม่ 2569

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าโครงการ ตำรวจร่วมใจ ยกระดับความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0)

สนามเลือกตั้งเมืองหลวง-กทม. ศึกชิง33เก้าอี้-แย่งเสียงปาร์ตี้ลิสต์ พรรคส้มเหงื่อตก หลายพรรครอเจาะยาง

หนึ่งในสาเหตุทางการเมืองที่คนยังเชื่อว่า พรรคส้ม-พรรคประชาชน จะชนะการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.2569 ก็เพราะมองว่า สนามเลือกตั้งเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร ที่มี

'อนุทิน' ระวัง! ติดกับดักตัวเอง ปมคำถามประชามติ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี วางกับดักตัวเอง ในการส่งคำถามประชามติของคณะรัฐมนตรี