ครม.ต่ออายุ‘เราชนะ’ ลุยแพ็กเกจเยียวยาอีก


เพิ่มเพื่อน    

เราชนะเฮ!แจกเงิน 7 พัน เพิ่ม 2.4 ล้านคน ครม.อัดฉีดงบเข้าโครงการอีก 3,042 ล้านบาท ขยายเวลาถึงสิ้น มิ.ย. นายกฯ ถกด่วนทีมเศรษฐกิจ “สุพัฒนพงษ์” แย้มคลอดแพ็กเกจเยียวยาอีกรอบเดือน มิ.ย. ลุยคนละครึ่งเฟส 3 กดรับสิทธิ์ พ.ค. เตรียมไม้เด็ด จูงใจคนกระเป๋าหนัก คลายเงิน 6-7 แสนล้านออกมาใช้จ่าย

    เมื่อวันที่ 20 เมษายน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบเปลี่ยนแปลงโครงการเราชนะ ขยายกลุ่มเป้าหมายและกรอบวงเงิน จากกลุ่มเป้าหมายจำนวนประมาณ 31.1 ล้านคน กรอบวงเงินไม่เกิน 210,200 ล้านบาท เป็นกลุ่มเป้าหมายจำนวนประมาณ 33.5 ล้านคน กรอบวงเงินไม่เกิน 213,242 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3,042 ล้านบาท และขยายระยะเวลาใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2564 จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2564
         นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบแนวทางจัดการเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลการทบทวนสิทธิ์ที่อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงและการกำหนดกรอบระยะเวลารับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าว โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้รับแจ้งจากประชาชนภายในวันที่ 13 พ.ค.2564
    นายอนุชายังแถลงด้วยว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติโครงการสร้างรายได้ด้วยแฟรนไชส์ฝ่าโควิด-19 ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ วงเงิน 68 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินงาน 8 เดือน (พ.ค.-ธ.ค.2564) เพื่อช่วยเหลือและสร้างอาชีพแก่คนว่างงานและคนตกงาน กระตุ้นและฟื้นฟูธุรกิจแฟรนไชส์ และธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็ก โดยจะมีกิจกรรม เช่น จัดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพโรดโชว์ 2021 ในภูมิภาค รวม 15 ครั้ง รวม 15 จังหวัด ประมาณเดือนละ 2 จังหวัด เป้าหมาย 100 ธุรกิจ โดยจะประสานงานการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างเจ้าของแฟรนไชส์และสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพาณิชย์ที่มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่ผู้ที่ต้องการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ได้มีเงินลงทุนเพื่อประกอบอาชีพได้ง่ายขึ้น เป็นต้น
    ด้านนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การดำเนินการของโครงการเราชนะ ณ วันที่ 20 เม.ย.2564 พบว่า ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.2564 เป็นต้นมา จำนวน 73,197 ล้านบาท และประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการเราชนะแล้ว จำนวน 16.8 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.2564 เป็นต้นมา จำนวน 113,010 ล้านบาท
        สำหรับประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.3 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. เป็นต้นมา จำนวน 14,146 ล้านบาท ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการเราชนะแล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 32.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 200,353 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชันถุงเงิน ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ นอกจากนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตของประชาชนหรือผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ โดยมีพฤติกรรมการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เช่น การแลกวงเงินสิทธิ์เป็นเงินสด การขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น ซึ่งกระทรวงการคลังได้ประสานขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามและตรวจสอบ โดยหากพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง จะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือแอปพลิเคชันถุงเงิน ของร้านค้า และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
     ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า สำหรับมาตรการเยียวยาประชาชน จะประชุมหารือในเรื่องเหล่านี้เพิ่มเติมกับฝ่ายเศรษฐกิจว่าเราจะสามารถใช้งบประมาณต่างๆ ได้มากน้อยเพียงใด และในโครงการใดบ้าง แต่โครงการที่ค้างอยู่ในขณะนี้โครงการเราชนะ ซึ่งคงทำต่อไปในขณะนี้ และในส่วนของมาตรา 33 โครงการอื่นที่จบไปแล้วจะพิจารณากันอีกครั้ง คงได้คำตอบในเร็ววันนี้ โดยต้องนึกถึงรัฐบาลเรามีงบประมาณอยู่แค่ไหนอย่างไร เราไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ อย่างไรก็ต้องจัดหาให้จนได้ แต่จะหาด้วยวิธีไหนเท่านั้นเอง ว่าจะมีงบประมาณที่เพียงพอหรือไม่ในสถานการณ์เช่นนี้
    เมื่อถามว่า จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้กระทบเศรษฐกิจและมีคนตกงาน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องคนตกงานรัฐบาลก็มีหลายมาตรการที่ออกไป ซึ่งต้องไม่ลืมว่ามาตรการที่ออกมาก่อนหน้านี้เป็นมาตรการที่ทำให้รักษาการจ้างงานไว้ให้ได้มากที่สุด และก็จะดูว่าจะทำอย่างไรกันอีก
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ครม. นายกฯเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจเพื่อหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน, นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าร่วมการประชุม
         ต่อมา นายสุพัฒนพงษ์เปิดเผยภายหลังการหารือว่า พล.อ.ประยุทธ์เรียกทีมเศรษฐกิจหารือถึงมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกที่สาม การเปิดประเทศ โดยมีภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง รวมถึงรายงานความคืบหน้าดึงดูดนักลงทุน ซึ่งมีผู้ลงทุนสนใจ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าการเปิดประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตยังเป็นไปตามกำหนดเดิม คือวันที่ 1 ก.ค.2564 ซึ่งความต้องการนักท่องเที่ยวยังมีความต้องการมาเที่ยวภูเก็ต เพราะยังอยู่ในเป้าหมาย
    ส่วนมาตรการกระตุ้นการลงทุนจะออกมาเป็นแพ็กเกจประมาณเดือน พ.ค. และจะเริ่มมาตรการได้ในเดือน มิ.ย. อาทิ คนละครึ่งเฟส 3 เราเที่ยวด้วยกัน โดยจะเป็นมาตรการเดิมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งให้กดยืนยันตัวตนรับสิทธิ์ได้ รวมถึงยังมีพระราชกำหนดกู้เงินสินเชื่อฟื้นฟูและพักทรัพย์พักหนี้ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังจะมีมาตรการใหม่เพื่อสนับสนุนให้คนมีเงินออมที่มีอยู่ 6-7 แสนล้านบาท ให้ออกมาใช้จ่าย อยู่ระหว่างกระทรวงการคลังคิดมาตรการ โดยมาตรการที่ออกมาไม่ต้องแข่ง ให้คนที่เคยรับสิทธิ์มาตรการของรัฐบาลอยู่แล้วกดรับสิทธิ์ยืนยัน คนมีเงินก็จะได้ใช้เงินให้เต็มที่ด้วย จะได้ไม่ต้องไปแย่งโครงการคนละครึ่ง    
    สำหรับเรื่องงบประมาณมีเพียงพอประมาณ 2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเกิดการแพร่ระบาดจะมีรอบใหม่เกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่ถ้างบประมาณไม่พอ ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากต้องเตรียมไว้.

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว