คมนาคมคุมเข้มโควิด-19


เพิ่มเพื่อน    

 

    วนกลับมาเป็นรอบที่สามสำหรับการแพร่เชื้อของไวรัสโควิด-19 พูดได้เลยว่าตอนนี้กระทบต่อเศรษฐกิจไทยเข้าสู่มุมอับอีกครั้ง หลังจากทำท่าว่าจะฟื้นตัวดีขึ้น ภาครัฐมีการเตรียมการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ ทุกอย่างดูฝันสลายลงไป ก็ต้องกลับมาวังวนเดิมคือการคุมเข้มมาตรการการแพร่เชื้อ แต่อย่างไรก็ดี การดูแลผลกระทบและการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จำเป็นต้องทำต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป

            ขณะที่การดำรงชีวิตของประชาชนก็ต้องใช้ชีวิตแบบต้องดูแลตัวเอง ขณะที่ภาครัฐก็ยังคงเพิ่มความเข้มข้นและความถี่ในการตรวจกำกับดูแลให้สถานประกอบการดำเนินมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ตามที่กำหนดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มยังเปิดดำเนินการได้ตามที่กำหนดในแต่ละพื้นที่ โดยให้เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อจัดระเบียบและระบบป้องกันโรคโควิด-19

            มาที่การขนส่งคมนาคมในระบบให้บริการรถสาธารณะ โดยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น กระทรวงคมนาคมจึงได้ออกแนวทางปฏิบัติให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการ เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาด รวมทั้งเพิ่มมาตรการให้มีความเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น

            โดยมีแนวทาง ดังนี้ แนวทางปฏิบัติ/มาตรการป้องกัน ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด โดยเว้นระยะระหว่างกันและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น (D-Distancing) สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดให้มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมืออย่างทั่วถึง เพียงพอ และล้างมือบ่อยๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ติดตั้งและใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ บุคคลที่เคยไปในพื้นที่เสี่ยง/กิจการเสี่ยง/กิจกรรมเสี่ยง หรือสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลในกลุ่มเสี่ยง ขอให้ใช้มาตรการกักตนเองอย่างเคร่งครัด

            ขณะที่ในเดือนเมษายน 2564 แจ้งให้ส่วนราชการในสังกัด รวมทั้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจนำมาตรการให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งของส่วนราชการ (Work from Home) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 มาใช้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะวันที่ 16 และ 19 เมษายน 2564 เพื่อลดความคับคั่งในการเดินทางกลับจากต่างจังหวัดของประชาชน

            สำหรับแนวทางปฏิบัติเมื่อพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมงนับตั้งแต่พบผู้ป่วย เพื่อให้ดำเนินการสอบสวน ป้องกัน และควบคุมโรค โดยให้ดำเนินการตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ/คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หยุดกิจกรรมหรือการให้บริการในแผนก/พื้นที่ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อ

            โดยในส่วนของกรมการขนส่งทางราง ได้ออกประกาศเรื่อง แนวทางปฏิบัติการเพื่อป้องกันและยับยั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร โดยประกาศฉบับนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.นี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลายหรือมีประกาศเปลี่ยนแปลง

            เพื่อให้หน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งทางรางทุกระบบดำเนินการเพิ่มความเข้มงวดสูงสุดในการกำกับและถือปฏิบัติมาตรการป้องกันโควิด โดยขอความร่วมมือในการจำกัดการบริการเดินรถ โดยให้มีเส้นทางการบริการ ขบวน หรือความถี่เท่าที่จำเป็น ในช่วงเวลา 23.00-04.00 น.ของวันรุ่นขึ้น เพื่อให้เกิดการชะลอหรืองดการเดินทางที่ไม่มีเหตุจำเป็น โดยเฉพาะการเดินทางเข้าไปในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด

            ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ออกประกาศกรมการขนส่งทางบก ในการจัดรถออกวิ่งให้บริการประชาชนตามปกติ โดยจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา, ปรับลดจำนวนรถกะสว่างที่วิ่งให้บริการในแต่ละเส้นทาง ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชน และยังได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เพื่อลดผลกระทบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.

            ก็ถือเป็นมาตรการที่กระทรวงคมนาคมได้มีการออกประกาศให้ทุกหน่วยงานในสังกัดมีความพร้อมและปรับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลให้บริการในระบบสาธารณะแก่ประชาชน นั่นหมายถึงว่าต้องมีความเข้มงวดสูงสุดในการกำกับและถือปฏิบัติมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด.

 กัลยา ยืนยง

 

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว