‘วีรศักดิ์’แจงหนี้หมื่นล.แค่ค้ำประกัน


เพิ่มเพื่อน    

 

จับตาพลังประชารัฐยึดประเทศ ผลพวงคำสั่ง "บิ๊กตู่" มอบ รมต.คุมพื้นที่ทุกจังหวัด พปชร.สยายปีกส่ง "ธรรมนัส" รับบทหัวหน้าทีมสะตอ หลังทำผลงานเขี่ย ปชป.เมืองคอนสำเร็จ "ศรีสุวรรณ" ยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ "วีรศักดิ์-เมีย" หลังหาย 1.1 หมื่นล้าน แถมรวยขึ้นในเวลาแค่ 2 ปี เปิดเซฟ “นายก อบจ.ราชบุรี” สามี ส.ส.พปชร. อู้ฟู่ 761 ล้าน

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายกฯ มีคำสั่งที่ 85/2564 เรื่องมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด หลัง ครม.มีมติเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา และถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแบ่งงานให้รัฐมนตรีแต่ละคนแต่ละพรรครับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดที่เป็นฐานเสียงของตัวเอง ซึ่งที่เห็นเด่นชัดคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่เดิมดูแลพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู พะเยา เชียงราย แต่เปลี่ยนมาเป็นดูแลพื้นที่จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต ซึ่งทำให้เห็นว่าอาจจะเป็นการเตรียมพื้นที่เลือกตั้งในอนาคต หลังจากก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัสได้เป็นหัวหน้าทีมรับผิดชอบเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 3 และทำให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชนะการเลือกตั้งต่อพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิมมาแล้ว
    อีกทั้งยังมีกระแสข่าวภายใน พปชร. ว่าให้ ร.อ.ธรรมนัสไปเป็นหัวหน้ากลุ่มดูแล 14 ส.ส.ใต้ ซึ่งเดิมยังกระจัดกระจาย และไม่มีหัวหน้ากลุ่มดูแลอย่างเป็นทางการ ในส่วนพื้นที่เดิมที่ ร.อ.ธรรมนัส ดูแลพื้นที่จังหวัดพะเยา เชียงราย ในคำสั่งฯ ได้มอบหมายให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เข้าไปดูแลแทน    
    ขณะที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ยังได้รับผิดชอบพื้นที่เดิมคือ จังหวัดเพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และพิจิตร ส่วนนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ได้ดูแลพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จากเดิมที่ดูแลจังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิอยู่แล้ว ส่วนนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขาธิการ พปชร. ได้ดูแลพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเพิ่มขึ้น นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จากเดิมดูแลพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มหาสารคาม เปลี่ยนมาดูแลพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี ระนอง ขณะที่รัฐมนตรีของ พปชร.คนอื่นๆ ก็ดูแลพื้นที่จังหวัดเดิมที่รับผิดชอบอยู่
    ขณะที่ 4 รัฐมนตรีใหม่ที่น่าสนใจคือ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ดูแลพื้นที่จังหวัดสระแก้ว นครสวรรค์ พิษณุโลก, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ดูแลพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี, นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ดูแลพื้นที่จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร จากเดิมดูแลพื้นที่อุบลราชธานีและศรีสะเกษ แต่ในคำสั่งฯ มอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ดูแลแทน และนายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ ดูแลพื้นที่จังหวัด หนองบัวลำภู ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่านายสินิตย์เป็น ส.ส.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นโควตาภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ต้องรับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน
    จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนางยลดา หวังศุภกิจโกศล ภริยานายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2564 โดยนายวีรศักดิ์อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีเกือบ 2 ปี แต่มีที่น่าสังเกตว่าหนี้สินประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทหายไปเกือบทั้งหมด เหลืออยู่ประมาณ 35.5 ล้านบาทที่เป็นเงินเบิกเกินบัญชี ขณะที่นางยลดามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 150,147,276 บาท ส่วนนายวีรศักดิ์มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 211,469,361 บาท รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 361,616,637 บาทนั้น
    นายวีรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า หนี้ที่หายไปมีประมาณกว่า 9,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นหนี้ในส่วนของตนที่ก่อขึ้น แต่เป็นหนี้ที่เกิดจากการเซ็นค้ำประกันการทำงานทางธุรกิจให้กับบุคคลอื่นก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี เมื่อเขามีการชดใช้ตกลงเคลียร์กันแล้ว หนี้ในส่วนนี้ก็หายไป ตนยืนยันว่าไม่ได้เป็นหนี้เอง ซึ่งเมื่อมาเป็นรัฐมนตรีแล้วก็ไม่เคยไปเซ็นค้ำประกันให้ใครอีกเลย  ทั้งนี้ก็ไม่จำเป็นต้องไปชี้แจงอะไรเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามเอกสาร และเป็นไปตามข้อมูลข้อเท็จจริง
    "เรื่องนี้ถ้าคุยรายละเอียดกันจะยาวมาก ขอให้ไปตรวจสอบเอกสารจาก ป.ป.ช. เพราะมีเอกสารเป็นจำนวนมาก หากผมพูดไปเกรงว่าอาจจะพูดไม่ครบถ้วน" นายวีรศักดิ์กล่าว
    ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องที่ผิดปกติดังกล่าว โดยจะไปยื่นในวันพฤหัสบดีที่ 22 เม.ย.
    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายวิวัฒน์ นิติกาญจนา กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 8 ก.พ.64 โดยนายวิวัฒน์แจ้งว่า ตนและนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 761,428,357 บาท เป็นทรัพย์สินของนายวิวัฒน์ 721,805,740 บาท เป็นของนางบุญยิ่ง 39,622,616 บาท โดยเป็นเงินฝากของทั้งคู่ 13,890,796 บาท ที่ดิน 60 รายการ มูลค่ารวม 498,330,189 บาท ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.เมืองฯ อ.ปากท่อ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เขตบางขุนเทียน กทม. อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม สิทธิและสัมปทาน 11,202,370 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของนายวิวัฒน์ 4 รายการ ได้แก่ สองชั้นครึ่งตึกไม้ อยู่ที่ อ.ปากท่อ, สองชั้นครึ่งตึกไม้ อยู่พระราม 2 แสมดำ กทม., สองชั้นครึ่งตึกไม้ อยู่ อ.สวนผึ้ง และตึกสามชั้น อยู่ อ.เมืองฯ จ.ราชบุรี มูลค่ารวม 96,000,000 บาท เงินลงทุนของนายวิวัฒน์ 88,330,000 บาท โดยเป็นเงินลงทุนในบริษัทในเครือกาญจนา กรุ๊ป รวม 6 บริษัท ทั้งนี้ ผู้ยื่นและคู่สมรสแจ้งว่าไม่มียานพาหนะ นอกจากนี้ผู้ยื่นแจ้งว่าตนเองและคู่สมรสมีหนี้สินทั้งสิ้น 46,773 บาท ซึ่งเป็นเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น
    สำหรับรายการทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป นายวิวัฒน์แจ้งว่า ผู้ยื่นและคู่สมรส มีจำนวน 27 ราย มูลค่ารวม 53,675,000 บาท โดยมีรายการที่น่าสนใจ อาทิ พระเครื่อง จำนวน 113 องค์ มูลค่า 6,845,000 บาท, พระพุทธรูป จำนวน 3 ภาพ มูลค่า 200,000 บาท, พระเครื่องรวมสร้อยคอทองคำ 4 รายการ มูลค่า 7,400,000 บาท, นาฬิกาตั้งโต๊ะ จำนวน 2 เรือน มูลค่า 800,000 บาท, โทรทัศน์ จำนวน 3 เครื่อง, มูลค่า 250,000 บาท, เครื่องเสียง 1 รายการ มูลค่า 130,000 บาท, ตู้แช่ไวน์ 500,000 บาท, อาวุธปืน 7 กระบอก และยังมีเครื่องประดับเพชร ทองคำ นาฬิกา กระเป๋าถือ ชุดเครื่องครัวติดผนัง ตู้โชว์พร้อมเครื่องประดับ นาฬิกาตั้งพื้นอิตาลี แจกันดอกไมตั้งพื้น ชุดโคมไฟติดเพดาน ชุดรับประทานอาหาร  
    นอกจากนี้ นายวิวัฒน์ได้แจ้งว่า มีรายได้ต่อปีจากค่าตอบแทนของบริษัทปีละ 1,200,000 บาท และเงินเดือน ส.ส.ของนางบุญยิ่ง 1,395,127 บาท ค่าตอบแทนสมัยเป็นที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม 526,330 บาท เบี้ยประชุมของผู้ยื่น 144,000 บาท เงินปันผลกรมธรรม์ของผู้ยื่นและคู่สมรส มูลค่ารวม 11,202,370 บาท ขณะเดียวกัน นายวิวัฒน์ยังแจ้งว่ามีรายจ่ายต่อปี เป็นค่ารายเดือนโทรศัพท์มือถือของทั้งผู้ยื่นและคู่สมรส 38,000 บาท ค่าน้ำประปาและค่าไฟ 816,000 บาท และมีรายจ่ายอื่นเป็นค่าคนขับรถ 1 คน ปีละ 193,440 บาท และค่าแม่บ้าน 2 คน 386,880 บาท.  

 

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว