ฮือฮา 'จตุพร' เปิดตัว '2 บิ๊กเนม' ร่วมเวทีรวมสีไล่ 'ประยุทธ์' ยกสอง


เพิ่มเพื่อน    

22 เม.ย.64 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk ถึงรูปแบบการปราศรัยออนไลน์ เวทีไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ในหัวข้อ “24 เมษา ยก 2 ประยุทธ์ออกไป ว่า การจัดรูปแบบชุมนุมผ่านโซเชียลมีเดีย ในนัยยะหนึ่งเกี่ยวกับมาตรการโควิด-19 มีการระบาดไปทั่วประเทศ จะต้องมีการวิพากษ์ถึงความล้มเหลวชี้ให้เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ ไม่สมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปแม้แต่เพียงวันเดียว วันที่ 24 เมษายน เริ่มปราศรัย13.00 น.เป็นต้นไป ไฮไลท์อยู่ที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในแง่มุมต่างๆ  ทั้งเศรษฐกิจของประเทศ การเงินการคลัง หรือกรณีเรื่องทุนผูกขาด จึงอยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับรู้อย่างเท่าเทียมกันว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ไหน  อยากให้พี่น้องประชาชนได้รับฟังว่าอย่างน้อยที่สุดในฐานะที่เราเป็นเจ้าของประเทศร่วมกันนั้นเราควรมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ถึงสถานการณ์ที่เป็นความจริงของประเทศไทย หรือแม้กระทั่งพลเอกประยุทธ์ ก็ควรจะรับฟัง  
 
ใครเข้ามามีอำนาจ หูก็จะเริ่มหาย คือเป็นเหมือนกับโดเรมอนแต่ว่าเป็นมนุษย์ที่ไร้หูซึ่งหมายความว่าใครพูดอะไร เสียงจะไม่เข้าหู แต่จะเข้าจมูกเป็นหลัก ก็จะมีการอาละวาดไปตอบโต้ไม่รับฟัง การบริหารการจัดการเรื่องวัคซีน ต้องโทษคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี แม้กระทั่งการจัดหาวัคซีน นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขหรือรัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขเข้าไปเป็นกรรมการร่วมรับผิดชอบ แปลความว่าปัญหาทั้งหมดที่พยายามยกมาอธิบายว่ามีการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดคิดว่าควบคุมโควิด-19 ได้ทำให้การบริหารการจัดการเรื่องวัคซีนไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ซึ่งเป็นการอธิบายความล้มเหลวได้อย่างทุเรศ แต่ปัญหาหลักวันนี้ ที่อยากให้นายกรัฐมนตรีได้ทบทวนคือ สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกหรือไม่

นายจตุพรกล่าวว่า กิจกรรมในวันที่ 25 เมษายนนี้ ไฮไลท์จะอยู่ที่นายไพศาล พืชมงคล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนที่ติดตามในเรื่อง สถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งถึงปัจจุบัน รัฐบาลรับมือบกพร่องผิดพลาดกันอย่างไร ในสถานการณ์การที่บริหารประเทศจนกระทั่งไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ โควิด-19 ได้ หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมพลเอกประยุทธ์ จึงไม่ทำเรื่องขอเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อทรงขอคำปรึกษาหรือฟังข้อเสนอแนะจากในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งปกติแล้วในสถานการณ์ที่บ้านเมืองวิกฤตคนที่เป็นผู้นำประเทศต้องทำเรื่องขอเข้าเฝ้าเพื่อขอพระราชทานคำปรึกษาในการแก้ไขปัญหาวิกฤตินี้  ซึ่งหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมพลเอกประยุทธ์ไม่กระทำ  เพราะสถานการณ์ที่มันเลยเถิดจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้มีหลากหลายเรื่องราวที่เดินเข้ามาสู่จุดนี้และนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่กระทำการในเรื่องนี้

นายจตุพรกล่าวอีกว่า การจะอยู่โดยกล่าวอ้างสถานการณ์โควิด-19 โดยแก้ไขปัญหาชาติไม่ได้ หรือ จะอยู่โดยอ้างว่า รอฉีดวัคซีนคนให้ครบนั้น หากเป็นคนที่มีประสิทธิภาพปีนี้ทุกอย่างจะจบหมด แต่เพราะเรามีรัฐบาลที่ด้อยประสิทธิภาพ ยโส โอหัง อวดดี และห่วยแตก ไม่รับฟังใคร อยากเรียกร้องให้ผู้ที่มีความรู้ กล้าที่จะลุกขึ้นมาอธิบายเพราะหลากหลายเรื่องราวมันผิดปกติเป็นที่น่าสงสัย เพราะอย่างน้อยจะได้แลเห็นว่าในสถานการณ์ที่คนไทยได้รับโชคชะตากันอย่างนี้นั้นก็มีคนได้ประโยชน์กันอยู่มากมายและที่สำคัญที่สุดก็คือ ประโยชน์อันนี้มันคือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหลาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ค้างคาที่ต้องการจะสื่อความให้เห็นว่าทำไมเราไม่สามารถที่จะให้พลเอกประยุทธ์บริหารประเทศชาติบ้านเมืองได้ต่อไป  

7 ปีที่ผ่านมานั้น ถ้ามันมีความสำเร็จเป็นรูปธรรมเพียงแค่เรื่องเดียวให้เห็น คนอาจจะมีความรู้สึก ตั้งแต่ 22 พฤษภาคมที่จะครบ 7 ปีในเดือนหน้านี้ มีอะไรที่เป็นความสำเร็จ มีอะไรที่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาบ้าง หากพลเอกประยุทธ์ออกไป เชื่อว่า เราจะได้สถาปนารัฐธรรมนูญโดยประชาชน การอยู่หรือไปของพลเอกประยุทธ์นั้น ขอย้ำอีกครั้งว่า จะเคียงคู่กับรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 นั้นอย่างที่เคยบอกว่าเป็นมรดกบาปเป็นพินัยกรรมของคนที่ได้รับประโยชน์คือพลเอกประยุทธ์ ฉะนั้นการแก้ไขพินัยกรรมเพื่อให้ประโยชน์ตกเป็นของคนอื่นนั้นคนที่ได้รับประโยชน์จากพินัยกรรมไม่มีวันจะทำให้ดังนั้น มันจึงเป็นหน้าที่ของประชาชน

ในปรากฏการของคณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยนั้นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น แต่ไปตรงกับความรู้สึกของประชาชนที่เขามีความทุกข์ยาก  ดังนั้นแม้ว่าเป็นเรื่องที่ยากของการเปิดประตูให้กับคู่ขัดแย้งที่จะต้องวางเรื่องของตัวเองไว้ชั่วคราวสามัคคีกันเฉพาะหน้าเอาพลเอกประยุทธ์ออกไปนั้นยังเป็นภารกิจที่มีความสำคัญจะต้องทำจิตใจให้กว้างขวาง ต้องทำจิตใจให้ผ่องโต ต้องทำจิตใจให้ใหญ่มากเพื่อแลกกับสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องได้รับความเชื่อมั่นกลับคืนมานั่นคือการเอาพลเอกประยุทธ์ออกไป


ชั่วโมงนี้.... "มงลง" สาวงามชื่อ "เสาวภา ไชยวิชา" ครับ! ในฐานะตัวแทน "พยาบาลทุกท่าน" ในสนามรบโควิด-๑๙

"เยรูซาเลม"ถึง"เข็มฉีด"
"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา