'กันต์'ลงบันทึกประจำวัน หลังสุนัขถูกพิทบูลขย้ำ


เพิ่มเพื่อน    

 

          กันต์ กันตถาวร ดารานักแสดงและพิธีกร พร้อมด้วยแฟนสาว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เพื่อลงบันทึกประจำวัน หลังสุนัขพันธุ์พิทบูลของเพื่อนบ้าน ได้หลุดออกมากัดสุนัขของตนเอง บริเวณหน้าบ้าน จนได้รับบาดเจ็บถึงสองตัว เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ก่อนแจงได้ทำความตกลงกับเจ้าของพิทบูลไปแล้ว อีกฝ่ายยอมรับผิดทุกอย่าง

          โดย กันต์ เปิดเผยว่า “ไม่อยากเรียกคู่กรณีเลย เรียกว่าอีกฝ่ายแล้วกันเนอะ จริงๆ มีการตกลงกันแล้วจากที่เกิดเหตุ วันนี้น่าจะมาด้วยกันแต่บังเอิญพี่เขาติดธุระด่วน โอเคเป็นความเข้าใจซึ่งกันและกันด้วยความจริงใจ วันนี้ไม่ใช่การมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดว่าเขาผิดหรืออะไร เพราะเขาได้ยอมรับผิดอยู่แล้วโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ซึ่งผมก็ถือว่ามันเพียงพอสำหรับเจ้าของสุนัขหรือคนที่รักหมา เพราะฉะนั้นวันนี้ผมมาแค่ลงบันทึกประจำวันกับทางตำรวจ เพื่อให้กรณีนี้มันถูกกิจจะลักษณะ สำหรับคนที่จะเลี้ยงหมาทุกคนไม่ว่าพันธุ์อะไรก็แล้วแต่ เพราะว่าแต่ละพันธุ์มันจะมีวิธีการที่เลี้ยงดูที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะพันธุ์พิทบูลมันเป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างดุ แต่เหตุการณ์นี้ในเมื่อมีการขอโทษซึ่งกันและกันแล้ว ผมคงทำได้แค่ให้อภัย

 

 

          ถ้าไม่ให้อภัยมันคงจะร้อนและโกรธกันไปแบบไม่มีวันจบสิ้น และที่สำคัญเป็นคนอยู่หมู่บ้านเดียวกันด้วย เป็นหมู่บานเล็กๆ อยู่กันแค่ 80 หลังคาเรือนก็ไม่อยากอยู่กันแบบไม่ถูกกันเพราะเรื่องไม่ได้เกิดจากเราสองคนเลย เพียงแต่ว่าคนดูแลสุนัขมันจะต้องดูแลด้วยความรับผิดชอบมากๆ เลย เพราะว่าเหตุแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมันเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ เป็นคนแก่ หรือว่าสุนัขเอง  โชคดีนะว่าหมาผมไม่ตาย โชคดีมากที่ไม่ใช่เด็ก เพราะก่อนหน้าที่เขาจะวิ่งมาบ้านผมที่เกิดเหตุเขากำลังวิ่งไล่สุนัขอีกตัวหนึ่งกับเด็กคนหนึ่งซึ่งเขาวิ่งเข้าบ้านได้ทัน

            โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลาห้าโมงสิบห้าโดยประมาณ ซึ่งเป็นเวลาที่ผมกับพลอยไม่ได้อยู่บ้าน กลับมาสิ่งแรกที่เห็น ผมเห็นใครก็ไม่รู้อยู่ในบ้านผม ปรากฏว่าคนคนนั้นคือคนงานที่มาช่วย มองไปในบ้านเห็นแม่บ้านผมกำลังยืนตกใจตัวสั่นแล้วก็จูงหมาผมเหมือนกำลังปลอบหมาที่มีเลือดอาบทั้งสองตัว บริเวณหน้าบ้านผมมีเลือดเต็มไปหมด ตอนนั้นทุกอย่างมันเร็วมาก เกิดอะไรขึ้น ยังไง พอเจอผู้จัดการหมูบ้านเขาบอกว่าสุนัขตัวนี้เป็นของอีกบ้านหนึ่ง ผมไม่ได้อยากให้เขาเป็นโจทย์ของสังคม คือตอนนั้นเจ้าของบ้านเขาไม่อยู่แต่หมาเขาหลุดออกมา

 

 

          ผมได้ฟังยิ่งเดือดเลยว่าพิทบูลหลุดได้ยังไง ถ้าหลุดออกมาแปลว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน โชคดีมากที่สุนัขผมโดนกัดไปแค่ 5 นาที ผมก็ถึงบ้าน อีกไม่เกิน 10 นาทีเจ้าของพิทบูลเขามาพอดี ซึ่งพอผู้จัดการหมู่บ้านแจ้งไปว่าหมาของเขามากัดหมาคุณกันต์เขาก็มาทันที มันเป็นความรับผิดชอบของเขา ซึ่งผมว่าเขาน่ารักนะ เขาบอกว่าสิ่งแรกที่เขาคิดหมาคุณกันต์ตายแน่ๆ เขาก็พูดตรงๆ ผมก็เล่าให้ฟังว่าคนงานมาช่วยแยก ต้องมีคนงานถึง 5 คนช่วยแยกออกไป อีกอย่างผมต้องชมแม่บ้านผมมากๆ สติดีมากๆ ไม่ปล่อยหมาผมทั้งสองตัวเลย แม่บ้านผมได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ได้โดนพิทบูลกัดละครับ มีถลอกตามเนื้อตามตัว ตอนนี้ก็ไปรักษาพยาบาล ผมก็ดูแลเต็มที่ ทางพี่เจ้าของพิทบูลเขาก็ยินดีรับผิดชอบทุกอย่างโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น เขาขอโทษ

            ถามผมว่าโกรธไหม ยอมรับครับว่าโกรธมาก ผมรักสุนัขเหมือนลูก เหมือนคนในครอบครัวผม ทางพี่เขาก็บอกว่าถ้าเป็นพี่พี่ก็โกรธถ้ามีใครมาทำหมาพี่แบบนี้ ผมก็คิดในมุมกลับกันถ้าผมเป็นพี่เขาผมก็คงทำได้แค่ขอโทษเขา เพราะเหตุมันเกิดไปแล้ว เพียงแต่ว่าเราสองคนได้คุยกันว่าเหตุแบบนี้มันไม่ควรจะเกิด เขายินดีรับผิดชอบค่าเสียหายทุกอย่าง ผมถือว่าเขาก็แฟร์มากพอ จริงๆ วันนี้เรานัดมากันทั้งคู่ ผมขออนุญาตเขาว่ามาด้วยกันเนอะ ผมไม่อยากแจ้งความ ผมไม่ได้ต้องการเอาผิดอะไรคุณ เราถือว่าเราได้คุยกันแล้ว แต่อยากลงบันทึกประจำวันด้วยกันเพื่อเป็นกรณีของสังคมว่า คนที่จะเลี้ยงสุนัขอะไรก็แล้วแต่ ทุกคนรัก แต่เรามีเหตุผลในการเลี้ยงสุนัขต่างพันธุ์กัน เพียงแต่ว่าสุนัขนั้นๆ ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษในทุกๆ กรณี เพราะการผิดพลาดแม้แค่ครั้งเดียวมันหมายถึงชีวิต และมันหมายถึงทรัพย์สินหลายๆ อย่าง”

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @kankantathavorn

 

 

 


"น้องเทนนิส" เหมือนฝนหยดมาเม็ดกลางใจแล้งพี่น้องไทยในภาวะระงมโควิด! เธอกับคณะ ที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดคือ "โค้ชเช-ชัยศักดิ์" บินมาลงที่สนามบินภูเก็ตเช้าวาน (๒๖ ก.ค.๖๔) ท่ามกลางคณะต้อนรับพองาม

"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"
จุฬาฯ"เน่าที่หน่อหรือราก?"
'เจาะเวลาหาจุดจบโควิด'
"เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์"
"สงครามข่าว"ที่มองข้าม