ระเบิดลงกลางดงขมิ้น-เขย่าไปสู่ยุคใหม่ของวงการสงฆ์


เพิ่มเพื่อน    

                            ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์

มฤตยูจร (0) เดินอยู่ในราศีเมษทับลัคนาและพระอาทิตย์  (๑) ดวงเดิมดวงเมือง

พระเสาร์จร (7) เดินอยู่ในราศีธนูทับพระเสาร์ดวงเดิม (๗)กรรมเก่าแรงมาก

พระเสาร์จร (7) เดินอยู่ในราศีธนูทับพฤหัสบดีดวงเดิม (๕)กรรมเก่าเรื่องศาสนา

พฤหัสบดีจร (5) เดินถอยหลังในราศีตุลและจะวกกลับเดินหน้าวันที่ 17 กรกฎาคม 2561

        แม้จะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าถึงการสะสมพลังของมฤตยูจรเจ้าของการ ปฏิวัติ เปลี่ยนแปลงกะทันหันไม่ทันคาดคิด ผลัดเปลี่ยน การต้องเนรเทศ ภัยอาเพศ เหตุร้าย โชคไม่แน่นอน ฯลฯ ที่กำลังเดินอยู่ในราศีเมษ ทับลัคนาดวงเมืองรัตนโกสินทร์มาตั้งแต่ 6 มีนาคม 2559 สร้างความสะเทือนไปยังองค์กร-บุคคล-โครงสร้างสำคัญในเมืองชนิดถึงรากแก้ว รวมทั้งวงการสงฆ์ที่กำลังร้อนฉ่าด้วยเรื่องเงินทอนวัด-ล้างความไม่ดีงาม ตามที่เขียนไว้ในแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 222 เรื่อง สะสมพลัง-เปลี่ยนแปลงในวงการสงฆ์ ก็ตาม

        แต่สถานการณ์ระเบิดในวงการสงฆ์ที่เกิดขึ้นวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ที่ตำรวจสอบสวนกลางนำหมายศาลไปค้นวัดต่างๆ คือ วัดสระเกศราชวรวิหาร, วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร และวัดสามพระยาวรวิหาร ที่เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด และ ที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม คดีของพระพุทธะอิสระ รวมทั้งวัดตราชู และวัดกุฏีทอง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี กรณีที่ชาวบ้านไปร้องกองปราบฯ ว่าพระพุทธรูปในวัดดังกล่าวหายไปนั้น ยังทำให้ผู้เขียนอึ้งได้ชนิดไม่คาดว่าชาตินี้จะได้เห็น

      ปฏิบัตินี้การนำไปสู่การหายไปของพระชั้นผู้ใหญ่ถึงสองรูป (เนรเทศตัวเอง-ถูกเนรเทศหนึ่งในความหมายของมฤตยู) จับสึกอีกหก รวมทั้งพุทธะอิสระ และที่สุดคือ สมเด็จพระสังฆราชฯ มีพระบัญชาปลดพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยาฯ และพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ พ้นคณะกรรมการมหาเถรสมาคม เรียกได้ว่าสะเทือนไปถึงฐานรากขององค์กรสูงสุดของสงฆ์เลยทีเดียว

        เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ และที่จะเกิดต่อไปในวงการสงฆ์เพราะยังเหลือวัดที่อยู่ในข่ายคดีเงินทอนอีกเจ็ดวัด  ทำให้ต้องประเมินระดับการปฏิวัติ-เปลี่ยนแปลง-กวาดล้างสิ่งเก่าสถาปนาสิ่งใหม่ของมฤตยูในวงการศาสนาใหม่ เพราะที่ผ่านมาคงจะประเมินผลของมฤตยูต่ำไป

        และที่สำคัญ มฤตยูจรนี้ยังจะคงเดินอยู่ในราศีเมษไปถึงตั้งวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 ซึ่งผู้เขียนจึงยังย้ำเหมือนเดิมว่าพอถึงวันนั้นเรายืนอยู่ข้างกำแพงพระนครเราจะถามตัวเองว่าเมืองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และคิดไม่ออกเหมือนกันว่าวงการศาสนาจะเป็นอย่างไรเมื่อตอนนั้น

        ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ผู้เขียนขออ่านดวงชะตาเมืองระยะใกล้ให้ละเอียดยิ่งขึ้น เพื่อเป็นเค้าโครง-แนวโน้มให้กับเรื่องนี้ คือ

        1.มฤตยูจรที่ราศีเมษยังลอยอ้อยอิ่ง (มฤตยูเดินช้า อยู่ราศีใดจะยาวนาน 7 ปี) สะสมพลังการเปลี่ยนแปลง-ระเบิด-กวาดล้างสิ่งเก่า-สถาปนาสิ่งใหม่-เริ่มสะสมพลังครั้งใหม่ ต่อไปเรื่อย ดังที่ได้เกิดขึ้นในวงการสงฆ์ (และเมือง) มาเป็นระยะๆ ตั้งแต่มีนาคม 2559 และ ยังจะเป็นต่อไปถึง 8 กรกฎาคม 2565

        พร้อมกันนี้ มฤตยูยังพร้อมจะ เปลี่ยนแปลง-ปฏิวัติบุคคลสำคัญ-ผู้นำ ในวงการต่างๆ รวมทั้งพระสงฆ์รูปสำคัญๆ ในเมืองชนิดพลิกล็อกชวนตาค้าง ทั้งคนเก่า-คนใหม่ ต่อไป (มฤตยูทับพระอาทิตย์ ๑ ดวงเดิมดวงเมืองซึ่งเป็นตัวแทนผู้นำ-คนมียศศักดิ์-ตำแหน่ง เป็นรากร่วมภัยตามคติของโหรภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ จึงจะมีทั้งคนตก-ได้ตำแหน่งชวนตาค้าง)

        2.ปรากฏการณ์ซ้อนเข้ามาตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2560-1มีนาคม 2563 คือ กรรมเก่าในเมืองจะแรงมาก คนสำคัญ-ผู้นำในองค์กรต่างๆ ทำอะไรไว้กรรมจะสนองทั้งดีและร้าย (ปรากฏการณ์พระเสาร์จรทับพระเสาร์ดวงเดิมดวงเมืองตามโฉลก..เสาร์ถึงสถิตเสาร์ ปะทะกันและกันเอง โทษทุกข์แต่ปางเพรง ก็จะก่อจะเกิดมี ฯลฯ)

        ดังจะเห็นได้ว่า สิ่งที่พระสงฆ์ที่เป็นเป้าถูกเล่นงานทั้งก่อนหน้านี้ และเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 นั้น ล้วนเป็นเรื่องกรรมเก่าที่เคยทำไว้ทั้งนั้น เป็นการทำชนิดที่ย่ามใจ เพราะสถานะมั่นคง (มั่งคั่ง) มีแต่คนกราบไว้บูชาจนถูกมฤตยูไล่ล่าในที่สุด

      3.ปรากฏการณ์ซ้อนเข้ามาระยะสั้นคือ การเช็กบิลเรื่องเก่า ตรวจสอบดำเนินคดีเรื่องใหญ่ๆ ในวงการสงฆ์รวมทั้งกรณีเงินทอนวัด-พระที่เข้มข้นจะเป็นไปต่อไป รอบนี้เริ่มมาตั้งแต่ 14 เมษายน 2561 (พฤหัสบดีจรตัวแทนศาสนา-นักบวชเดินถอยหลังจากราศีพิจิกเข้าราศีตุล-ภพที่เจ็ด-ปัตนิดวงเมืองในความหมายคดีความ)

        4.ตามตำราของอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร แล้ว วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 เมื่อพฤหัสบดีจรวกกลับเดินหน้า จะเป็นช่วงที่จุดระเบิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้น (เกิดก่อน-หลังประมาณเจ็ดวัน) และเหตุการณ์นี้คงจะสร้างความตะลึง-ประหลาดใจในเมืองชนิดเกินคาดฝันอีกรอบ (พระมฤตยูจรที่เมษเล็งกับพฤหัสบดีจรที่ตุล)

        แค่พฤหัสบดีเดินถอยหลังเล็งกับมฤตยู ยังไม่จุดวกกลับ ยังเกิดเหตุใหญ่เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ขนาดนี้ แล้วระยะวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 จะขนาดไหน และสถานการณ์จริงคือเงินทอนวัดล็อตสามนี้ยังเหลืออีกตั้ง 7  วัดที่อยู่ในบัญชีของพันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่จะตรวจสอบ

        5.แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีเกณฑ์ทางโหรพอให้คนไทยสบายใจ คือ ระยะที่พฤหัสบดีวกกลับจากการเดินถอยหลังหลังนั้น จะมีปรากฏการณ์ด้านดีนำและแทรกเข้ามาก่อนคือระหว่าง 15 มิถุนายน-17 กรกฎาคม 2561 เป็นระยะที่ชะตาเมืองกำลังได้โชคเทวฤทธิ์ หรือ เทวดาให้โชคอีกรอบ (ปรากฏการณ์ที่พฤหัสบดีหัวหน้าเทวดาประจำเมืองตัวแทนศาสนาและนักบวช ตรึงกับพระอาทิตย์ดาวตัวแทนยศศักดิ์เป็นคู่มิตรใหญ่) ซึ่งรอบที่แล้วก็มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น ตลาดหุ้นทำสถิติใหม่ตลอดกาล-ไทยหลุดจากธงแดงไอเคโอ-อียูเปลี่ยนใจหันมาคบกับรัฐบาลทหาร ฯลฯ

        ที่สำคัญคือ ถ้ามฤตยูผสมโรงกับดาวอื่นที่ให้ผลด้านบวก (กรณีนี้พฤหัสบดี-ตรึงกับพระอาทิตย์) ก็จะให้คุณอย่างล้ำเลิศชวนตะลึงตาค้างเหมือนกัน คราวนี้เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการแต่งตั้งตำแหน่งคน-ตำแหน่งสำคัญทางพระชนิดเกินคาดคิด?

        6.ส่วนระยะยาวกว่านั้น ผู้เขียนเพิ่งคิดออกคือ คาดว่าการจัดระเบียบวงการสงฆ์ครั้งนี้ จะนำไปสู่ยุคใหม่ของวงการพระพุทธศาสนาในประเทศประเทศไทยที่จะปรากฏปลายขอบฟ้าเริ่มตั้งแต่ประมาณ 2 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป (พฤหัสบดีจรร่วมกับพระเสาร์จรที่ราศีธนู-ภพที่เก้าความเชื่อศาสนาของเมือง)

        อันเป็นไปพร้อมๆ กันกับการที่ดวงเมืองรัตนโกสินทร์จะเริ่มเข้าสู่ยุคใหม่ที่สิบสามตามหลักการคิดยุคของอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร อันจะกินเวลาไปยาวนานอีกยี่สิบปี.

                                    ฟองสนาน จามรจันทร์


สภาปลุกเสก "๓ พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้าน" มา ๕ วัน บ่ายวาน (๓๑ พ.ค.๖๓) ก็ประสิทธิเมฉบับที่ ๑ ........"พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑ ล้านล้าน

เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้