สี่ปีผ่านไป…ได้ความสบายใจ


   

วาทกรรมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล คสช.ที่กล่าวหาว่า สี่ปีที่ผ่านไป รัฐบาล คสช.นำทางประเทศไทยสู่ความมืดที่อันตราย นับว่าเป็นวาทกรรมที่เป็นเท็จ เพราะข้อความดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริงเลย ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตรงกันข้ามกับวาทกรรมดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นสี่ปีที่ประเทศไทยอยู่ในความสว่าง และหลุดพ้นจากอันตราย ไม่ใช่อยู่ในความมืดที่เป็นอันตราย

สี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยหลุดพ้นจากอันตรายของพรรคที่ใช้อำนาจทำร้ายคนคิดต่าง หลุดพ้นจากอันตรายของการถูกยิง ถูกระเบิด ถูกทำร้ายจากกลุ่มคนมะเขือเทศที่ทำหน้าที่รับใช้ผู้ที่มีอำนาจทางการเมือง นอกจากนั้นแล้วก็หลุดพ้นจากอันตรายของกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่ซ่องสุมผู้คน สะสมอาวุธที่พร้อมจะทำร้ายผู้ที่คิดต่างตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ เพราะรัฐบาล คสช.สามารถที่จะค้นพบการสะสมอาวุธและกวาดล้างได้สำเร็จหลายที่หลายแหล่ง และเมื่อมีการพบเจอแล้วก็ได้จัดการ ตั้งแต่เริ่มต้นการบริหารประเทศ ทำให้ตลอดช่วงสี่ปีที่ผ่านมาเรื่องราวที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหายไป ทำให้พวกเรามีความสบายใจ ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะต้องเผชิญกับอันตรายจากการกระทำรุนแรงของกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่รับใช้ผู้มีอำนาจ ที่เป็นเผด็จการภายใต้ภาพลวงตาของความเป็นประชาธิปไตยเพราะว่ามาจากการเลือกตั้ง

สี่ปีที่ผ่านไป เราได้เห็นการชำระสะสางคดีที่คั่งค้าง และผู้พิพากษาท่านสามารถทำงานด้วยความสบายใจ เพราะไม่มีกลุ่มคนไปชุมนุมกดดันหน้าศาล ทำให้การดำเนินคดีต่างๆ สามารถลุล่วงไปได้ ในการสะสางคดีต่างๆนั้นเราได้ฟังคำพิพากษาที่ลงรายละเอียดการกระทำความผิดที่ชัดเจน ทำให้เราพบกับความสว่าง ไม่มีข้อกังขาใดๆ ว่าคนที่ทำความผิดและถูกลงโทษนั้นมีความผิดจริงๆ แม้ว่าหลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาทำผิดอะไร แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน และอาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นการมโนไปเอง หรือบางคนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือเป็นขบวนการล่าแม่มดหรือไม่ เมื่อได้ฟังคำพิพากษาทำให้ได้รับความกระจ่างสว่างไสว ไม่มีความมืดมนใดๆ นอกจากนั้นแล้วเชื่อว่า แม้แต่คนที่เคยเชื่อว่าพวกเขาไม่ผิดอะไรแต่โดนกลั่นแกล้ง ก็น่าจะมีการเปลี่ยนใจกันบ้าง ที่เคยรักเคยหลง หูตาก็สว่างและเปลี่ยนใจ ไม่อาจจะรักได้อย่างเดิมอีกต่อไป เช่นนี้แล้วจะมาสร้างวาทกรรมว่าสี่ปีที่ผ่านมา คสช.นำพาประเทศเข้าสู่ความมืดที่เป็นอันตรายได้อย่างไร ในทางตรงกันข้าม สี่ปีที่ผ่านมาเราได้พบกับความสว่างมากมายหลากหลายเรื่อง

สี่ปีผ่านไป ข้าราชการคนดีที่ถูกกลั่นแกล้งได้คืนสู่ตำแหน่ง เพราะการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม การฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมที่ถูกปล่อยให้เงียบหายไป เหมือนไม่มีการทำอะไรเลย ก็มีการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด คนที่ควรจะได้ตำแหน่งก็ได้ คนที่รับใช้นักการเมืองที่ใช้อำนาจเผด็จการก็หลุดจากตำแหน่งไป คนที่ใช้อำนาจรังแกข้าราชการคนดีก็มีอันเป็นไป เป็นสี่ปีแห่งตุลาการภิวัฒน์ อำนาจตุลาการที่ถูกกดขี่ข่มเหงมาในอดีต ก็ได้อธิปไตยกลับคืนมา สามารถทำงานได้โดยไม่มีอำนาจทางการเมืองมากดดัน ทำให้ประชาธิปไตยของเรามีสามขาอย่างแท้จริง เพราะก่อนหน้านี้เราจะเห็นว่าฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัตินั้นรวมหัวกันใช้อำนาจข่มขู่กดดันฝ่ายตุลาการ มองข้ามอำนาจตุลาการ ไม่ยอมรับฟังคำตัดสินของฝ่ายตุลาการ ทำตัวเหนือกฎหมาย

สี่ปีที่ผ่านมา พวกเราสบายใจเรื่องของการไปไหนมาไหนด้วยความปลอดภัย ไม่ต้องระแวงระวังการใช้อาวุธทำร้ายประชาชนในที่สาธารณะ เพราะการค้นพบอาวุธหลายๆ ชนิดในหลายๆ พื้นที่ ทำให้คนที่คิดจะก่อการร้ายในบ้านเมืองไม่กล้าที่จะออกมาทำอะไร ทำให้เรามีความสบายใจในการจะไปยังแหล่งสาธารณะต่างๆ กลุ่มคนที่เป็นลิ่วล้อประเภทฮาร์ดคอร์รับใช้เผด็จการในการป่วนบ้านป่วนเมืองหายหน้าหายตาไป ไม่กล้าที่จะออกมาสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง เป็นความสบายใจของประชาชนอย่างไม่ไม่เคยมีมาก่อน

สี่ปีผ่านไป เราสบายหูไปมาก เพราะเราไม่ได้ยินได้ฟังวาทกรรมโกหกพกล้ม กล่าวหาว่าร้าย พูดจายุยงปลุกปั่นและส่อเสียด ถึงแม้จะมีบ้างสำหรับพวกหมูไม่กลัวน้ำร้อน แต่ก็ไม่มากจนรกหูเหมือนแต่ก่อน ที่พวกเราจะต้องทนฟังการโกหก การยุยงปลุกปั่น นอกจากเราจะสบายหูเราแล้ว เรายังมั่นใจด้วยว่าคนที่เคยถูกครอบงำโดยวาทกรรมหลอกลวงเหล่านั้น ก็จะได้ยินได้ฟังข้อมูลแตกต่างจากที่พวกเขาเคยได้ยินมา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วพวกเขาก็เหมือนได้เดินออกจากความมืดเข้าสู่ความสว่าง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะมาบอกว่าเป็นสี่ปีที่ คสช.นำพาประเทศเข้าสู่ความมืดที่เป็นอันตรายได้อย่างไร ในทางตรงกันข้าม เราต้องพูดว่า สี่ปีที่ผ่านมา คสช.ทำให้พวกเราได้พบกับความสว่าง และออกจากมุมมืดที่ปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายของเผด็จการที่มาในคราบของประชาธิปไตย


สี่ปีที่ผ่านมา เราสบายใจกับปัญหาคอร์รัปชัน หากจะมีข่าวเรื่องคอร์รัปชันก็จะเป็นเรื่องที่ข้าราชการประจำทำกันมานานแล้วเป็นสิบๆ ปี ซึ่งก็ไม่รู้ว่านักการเมืองที่ดูแลบ้านเมืองนั้นปล่อยให้ข้าราชการโกงกินกันมากมายและยาวนานอย่างนั้นได้อย่างไร ปัญหาคอร์รัปชันได้รับการชำระสะสาง ข้าราชการขี้โกงก็ถูกลงโทษตามที่ควรจะได้รับ ซึ่งมีถึงขั้นไล่ออกแบบไม่ได้บำเหน็จบำนาญอะไรเลยก็มี ได้เงินคืนให้กับประเทศชาติไม่น้อย รวมทั้งการเรียกคืนผืนป่าให้กลับคืนมาเป็นสมบัติของแผ่นดินอีกเป็นจำนวนมาก หากไม่ใช่สี่ปีภายใต้รัฐบาล คสช. เราคงไม่อาจจะเรียกสมบัติของชาติกลับคืนมาได้ เราเคยอยู่ในประเทศที่การคอร์รัปชันเกิดขึ้นทั้งกับนักการเมืองและข้าราชการ แต่ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาเราไม่ได้ยินเรื่องคอร์รัปชันของคนที่เข้ามาทำงานการเมืองในฐานะผู้บริหารประเทศ ทำให้โครงการต่างๆ สามารถเดินหน้าโดยที่พวกเราไม่มีความรู้สึกระแวงว่าจะมีใครคนใดได้ 30% จากการทำโครงการต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มีการทำโครงการใหญ่ยักษ์ทีไร พวกเราก็ต้องระแวงว่านักการเมืองคนไหนได้เงินทอน 30% จากการทำโครงการดังกล่าว นี่คือความสว่างไสวที่เราได้เห็นในช่วงเวลาสี่ปีที่ผ่านมา แล้วจะมีวาทกรรมว่าเราอยู่ในความมืดที่เป็นอันตรายได้อย่างไร เราไม่ได้ชอบเผด็จการ เราชอบประชาธิปไตย แต่ที่ผ่านมาคนที่มาจากการเลือกตั้งตามครรลองของประชาธิปไตย ไม่ได้ทำให้เราสบายใจหรือไว้วางใจพวกเขาได้เลย จนมีคนบางคนต่อต้านการพัฒนา เพราะเกรงว่าทุกครั้งที่มีโครงการพัฒนาใหญ่ๆ เงินภาษีอากรที่เราเสียไปเพื่อการพัฒนาประเทศก็จะหล่นเข้ากระเป๋าใครบางคนให้เราเศร้าใจทุกที.
 


ได้ลองของใหม่..... ที่ผ่านมาประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มักจะมาจากสายศาล กับสายตำรวจ มาถึง กกต.ชุดที่ ๕ เป็นครั้งแรกที่ประธานเป็นนักการทูต ไปดูกันก่อนว่า กกต.ชุดใหม่ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคมที่ผ่านมานั้น มีใครบ้าง

ความลับที่ประชาชนรู้ไม่ได้?
นวัตกรรมมาหนังสือต้องไป?
'สามมิตร' ที่นายกฯ ไม่รู้จัก?
'เราเป็นคนไทยนะเว้ย'
'ณเดชน์' กลเม็ดใหม่ฝ่าย คสช.
'วันแม่' ในสังคมเลี้ยงเดี่ยว