'ครูธัญ'ก้าวไกล โต้ บอล เชิญยิ้ม อย่าอคติคนเป็นเอดส์


เพิ่มเพื่อน    

 

25 เม.ย. 2564 นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี นายชัชชัย จำเนียรกุล (บอล เชิญยิ้ม) ตลกชื่อดัง ที่ออกมาสื่อสารต่อประชาชน ว่าไวรัสโควิด -19 ไม่น่ากลัวเท่าผู้ติดเชื้อ Aids และ HIV นั้น

ธัญวัจน์ กล่าวว่า กรณีนี้เกิดจากอคติที่เกิดขึ้นของสังคมต่อผู้อยู่ร่วมเชื่อ HIV นั้นเกิดจากการสื่อสารเกี่ยวกับประเด็นเชื้อ HIV ที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันบกพร่องในยุคแรกของการค้นพบโรคดังกล่าว ที่สังคมส่วนใหญ่เข้าใจแบบภาพรวมคือ “ผู้ป่วยเอดส์”  ที่นำเสนอภาพผู้ป่วย และเนื้อหาโดยขาดความเข้าใจเชิงสังคมทำให้อคติของคนในสังคมนั้นฝังลึก

“เช่นเดียวกับกรณี คุณบอล เชิญยิ้ม นักแสดงตลกที่ออกมาพูดถึงบุคคลที่เป็น “เอดส์” ก็เป็นผลพวงของการสื่อสารที่สร้างอคติต่อผู้อยู่ร่วมเชื้อ และในความเป็นจริงแล้วก็ยังมีคนจำนวนมากที่ยังขาดความเข้าใจต่อผู้อยู่ร่วมเชื้อและส่งผลทางตรงต่อ เศรษฐกิจ สังคม และจิตใจ”

ธัญวัจน์ กล่าวต่อไปว่า เชื้อ HIV นั้นติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ได้ติดต่อทางลมหายใจ หรือการใช้ชีวิตร่วมกัน โดยในปัจจุบันนั้นทางการแพทย์ก็มียาต้านไวรัสที่สามารถควบคุมเชื้อดังกล่าวได้ให้อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ต่ำจนสามารถมีเพศสัมพันธ์และตั้งครรภ์ได้ และในความเป็นจริงของผู้อยู่ร่วมเชื้อนั้น หากมีการใช้ยาต้านไวรัสก็มีชีวิตที่ยืนยาวแทบเหมือนอายุคนทั่วไป สามารถทำงาน คิดงาน สร้างสรรค์งาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้เหมือนกับคนทั่วไป แต่น่าเสียดายที่อคติทางสังคมกับก่อปัญหาทำให้ผู้อยู่ร่วมเชื้อในปัจจุบันถูกรังเกียจเดียดฉันท์

มีหลายบริษัทเอกชน และ หน่วยงานรัฐ ที่มีการตรวจเลือดประจำปี และผู้อยู่ร่วมเชื้อที่มีศักยภาพในการทำงานต้องถูกให้ออกจากงาน ทั้งที่การตรวจเลือดเป็นสิทธิส่วนบุคคลแต่กลับถูกละเมิด ส่งผลให้ผู้อยู่ร่วมเชื้อเกิดปัญหาในการใช้ชีวิตในสังคม เกิดปัญหาเศรษฐกิจ และ จิตใจถูกซ้ำเติม แทนที่จะมีความสุข อยู่ร่วมในสังคม ทำงานเต็มศักยภาพของตนเอง แต่ทุกอย่างส่งผลในทางกลับกันจาก “อคติ”

“ในความเป็นจริงแล้วนั้นไม่ว่าหน่วยงานรัฐ หรือ บริษัทเอกชน ไม่มีความจำเป็นต้องทราบว่าเรามีพนักงานเป็นผู้อยู่ร่วมเชื้อหรือไม่ เพราะในการใช้ชีวิตไม่ได้ส่งผลด้านใดดับสังคม เพราะเราทานอาหาร พูดคุย ทำงาน ด้วยกันได้ เหตุใดจึงต้องละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในการตรวจเลือดในสถานทำงาน เรารู้หรือไม่รู้นั้น ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อเรา แต่สิ่งเหล่านี้ ส่งผลทางลบต่อผู้อยู่ร่วมเชื้อ” ธัญวัจน์ กล่าว

ทั้งนี้ ธัญวัจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนคิดว่าสื่อมวลชนมีความสำคัญที่จะร่วมเปลี่ยนแปลงสังคมให้เกิดความเข้าใจในการอยู่ร่วมกัน เลิกการตีตรา เพราะผู้อยู่ร่วมเชื้อก็เป็นมนุษย์ในสังคมเหมือนเราทุกคนที่ต้องการทำงาน ต้องการเพื่อน และ ต้องการความรัก


วันนี้ นึกว่าคงไม่ไหว.... เพราะหัวหมุนติ้วแต่เช้า กะนอนคุยกับเพดานซักวัน แต่ฟังโขมงโฉงเฉงข่าวจากโทรทัศน์ ที่ว่า.... การที่พลเอกประยุทธ์ "แยกคนละทาง" กับพลเอกประวิตร ในการลงพื้นที่ เมื่อวาน (๒๒ ก.ย.)

"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!