‘บิ๊กตู่’ถอยฉีกคำสั่งให้ปชป.คุมใต้


เพิ่มเพื่อน    

 พรรคร่วมฝ่ายค้านร่อนแถลงการณ์สับ "บิ๊กตู่"  บริหารล้มเหลวทำประเทศวิกฤติ ทั้งเรื่องโควิด-แก้ รธน. บี้ลาออกจากนายกฯ ทันที พร้อมเตรียมยื่น ป.ป.ช.เอาผิด "จุรินทร์" โล่ง รมต.ปชป.ดูแลใต้เหมือนเดิม หลังนายกฯ ยอมถอยฉีกคำสั่งปัญหาทิ้ง "วิษณุ" เผย 29 เม.ย.จบ ชงฉบับปรับปรุงให้เซ็น

    ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 เมษายน หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์พรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองและเข้าบริหารราชการแผ่นดิน รวมเวลาที่อยู่ในอำนาจเกือบ 7 ปีเต็ม แต่การบริหารประเทศกลับล้มเหลวเกือบทุกด้าน สร้างปัญหาและผลกระทบต่อประเทศ และความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่ประชาชนในวงกว้าง ดังนี้
     1.ล้มเหลวและมีความผิดพลาดในการจัดการการระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดหาวัคซีน การกระจายวัคซีน การฉีดวัคซีน จนกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนวัคซีนและฉีดวัคซีนอันดับท้ายๆ ในภูมิภาค นอกจากนั้นรัฐบาลกลับเป็นต้นตอเสียเองในการระบาดในหลายๆ ระลอก ความล้มเหลวในการควบคุมการระบาด 2.ล้มเหลวในการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ ตลอดเวลาที่บริหารมาเกือบ 7 ปีกว่าก็ย่ำแย่อยู่แล้ว การระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ล้มเหลวที่สุดในโลกด้านเศรษฐกิจ ด้านเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชนยากลำบากจากมาตรการเยียวยาที่ผิดพลาด ไม่ตรงจุด ไม่เพียงพอ ธุรกิจล้มตายจำนวนมาก แรงงานว่างงานมากสุดในรอบกว่าสิบปี พี่น้องประชาชนเข้าสู่ภาวะไม่ตายเพราะโรค ก็ตายเพราะไม่มีจะกิน
       3.ล้มเหลวในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของคนทั้งประเทศ สนับสนุนพวกพ้อง ทำลายผู้เห็นต่าง สร้างความแตกแยกในสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อาศัยพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือและข้ออ้าง เพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์และอำนาจของตน หลอกลวงประชาชนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเพื่อต้องการรักษาอำนาจและต่อท่ออำนาจของตนเองให้ขยายออกไป นอกจากนี้ ภายใต้กลไกของรัฐธรรมนูญปี 2560 แม้จะมีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเอาผิดได้ จนทำให้การทุจริตคอร์รัปชันในช่วงของรัฐบาลนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเห็นว่า เพื่อระงับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องยุติบทบาทในการบริหารประเทศโดยทันทีด้วยการลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้มีรัฐบาลมืออาชีพ มีความรู้ความสามารถ ไม่ยึดติดอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์เข้ามาบริหารประเทศ
    นอกจากนี้ หากเราต้องการก้าวไปสู่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตัดต้นตอของปัญหา ซึ่งประกอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 และรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการผลักดันให้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติให้มีผลบังคับใช้ เพื่อจัดทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเก่า แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นคู่ขนานไปกับการเดินหน้ายกเลิกอำนาจของวุฒิสภาในการเลือกนายกฯ เพื่อป้องกันไม่ให้อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการอย่างถาวร
    ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมกันให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อดำเนินคดี พล.อ.ประยุทธ์ โดยจะยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนและมีความเห็น กรณีมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 53 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยได้ปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้เชื้อโรคโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดใหญ่ ประชาชนต้องล้มป่วยและเสียชีวิตไปจำนวนมากต่อไป สุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ ต้องลาออกจากตำแหน่งสถานเดียว และไม่กระทำการใดๆ ที่จะเป็นการวางกับดักต่อท่ออำนาจของตนเองต่อไป
    นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขอเสนอโรดแมป เพื่อออกจากวิกฤติ ดังนี้ ประเด็นแรก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต้องยุติบทบาทการบริหารประเทศด้วยการลาออกทันที, ประเด็นที่สอง ตั้งรัฐบาลใหม่ชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ ปัญหาสถานการณ์โควิด และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นสุดท้ายคือ ยุบสภาเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งทั่วไป โดยทั้งหมดจะทำภายในเวลาไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น
    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีปัญหาความไม่พอใจของพรรคประชาธิปัตย์กับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564 เรื่อง มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด ว่าเรื่องนี้น่าจะยุติได้แล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่าคำสั่งนี้แบ่งเป็น 2 ฉบับคือ ฉบับที่หนึ่ง (คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 243/2563 เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2563) คำสั่งเดิมที่ไม่มีปัญหา และคำสั่งฉบับที่สอง คือฉบับที่กำลังเป็นปัญหา ซึ่งวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีแจ้งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบว่าให้ยึดถือคำสั่งแรกไปก่อน และขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งทำอะไร โดยนายกฯ มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปดูแลปรับปรุง จากนั้นให้เสนอมายังนายกฯ เพื่อตัดสินใจ
    “ผมได้หารือกับนายวิษณุ ซึ่งผลหารือให้ยึดคำสั่งฉบับที่ไม่มีปัญหาไปก่อน แล้วนายวิษณุจะดำเนินการทำข้อเสนอไปยังนายกฯ เพื่อพิจารณาและลงนามต่อไป โดยถือหลักให้ทุกอย่างเหมือนคำสั่งฉบับที่หนึ่ง ยกเว้นส่วนที่รัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งจำเป็นต้องปรับปรุง รวมทั้งถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนที่รัฐมนตรีแต่ละคนจะแลกเปลี่ยนภารกิจกันเป็นการส่วนตัว ฉะนั้นผมจึงคิดว่าทุกอย่างน่าจะยุติได้แล้ว” นายจุรินทร์ระบุ
    ส่วนกรณีที่มีข่าวนายกฯ ไม่พอใจที่มีคนแอบนินทานั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ จึงไม่ขอให้ความเห็น และในส่วนของพรรค ไม่ได้กำชับอะไร เพราะเราไม่มีข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลผสม การทำงานร่วมกันจะต้องมีการนำนโยบายความเห็นของแต่ละพรรคการเมืองมาผสมผสานกัน และกำหนดเป็นแนวทางและนโยบายของรัฐบาล การดำเนินการตัดสินใจพิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่งจะมีรูปแบบในภาพรวม ตนเป็นรัฐบาลมาหลายครั้ง จะทำความเห็นซึ่งกันและกัน และนำมาสู่การตัดสินใจร่วมกันโดยที่ประชุม ครม. เป็นกลไกหลักในการพิจารณาตัดสินใจ
    ด้านนายวิษณุเปิดเผยว่า การแบ่งงานรัฐมนตรีให้ดูแลพื้นที่จังหวัดต่างๆ นั้น ขณะนี้ให้กลับไปยึดคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 243/2563 ก่อน เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงสลับตำแหน่งรัฐมนตรีรับผิดชอบพื้นที่ให้เรียบร้อย เพราะรัฐมนตรีบางคนประสงค์จะสลับจังหวัดกันเองด้วย จึงยังไม่สามารถพูดรายละเอียดออกมาได้ โดยเรื่องดังกล่าวจะดำเนินการเสร็จสิ้นวันที่ 29 เม.ย. ก่อนที่จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนามเพื่อออกเป็นคำสั่งใหม่ ซึ่งจะมีผลแทนคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564 และเมื่อเรียบร้อยแล้วจะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง
    ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าคำสั่งของนายกฯ ฉบับใหม่ พรรคพลังประชารัฐจะไปฮุบฐานเสียงภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เรื่องนี้นายกฯ ชี้แจงไปแล้ว ไม่ขอตอบ เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของหัวหน้าพรรค
    เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรมีส่วนร่วมในการเขียนแผนแบ่งจังหวัดกับนายกฯ ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แล้วแต่นายกฯ ว่าไป เพราะเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องของพรรค
    เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะมาดูแลพื้นที่จังหวัดภาคใต้ พล.อ.ประวิตรตอบเสียงดังว่า นายกฯ ตอบไปแล้ว ฟังไม่รู้เรื่องหรือ
    ส่วนที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ตำหนิรัฐมนตรีนินทาในที่ประชุม ครม.นั้น ตนไม่ทราบว่านายกฯ ตำหนิใคร และเรื่องนี้ไม่ได้คุยกับนายกฯ ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นเอกภาพในการทำงาน เรียบร้อย ไม่มีปัญหา ตอนนี้ต้องมุ่งการบริหารงานของรัฐบาลก่อนดีกว่า เรื่องการเมืองเอาไว้ก่อน
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนนายกฯ กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขจะงอนกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีหรอก สื่อคิดไปเอง.

 


ผมดูๆ ข่าวช่วงนี้ ทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้นะ? เรื่อง ป.ป้อม-ป.ประยุทธ์ นั่นแหละ สื่อบางสำนักตีข่าวเป็นจริง-เป็นจัง โดยจับประเด็นมาจาก ป.ประยุทธ์ หัก ป.ป้อม ปลด "ธรรมนัส-นฤมล" จาก รมช.โดยไม่บอก

๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว
"ประชารัฐ-ธรรมนัส"