"จากรุ่นลูกถึงรุ่นแม่"


เพิ่มเพื่อน    

    พรุ่งนี้ ก็เข้าเดือน "พฤษภาคม"

                เดือนนี้ ปกติจะมีการพระราชพิธีหลายงาน แต่ช่วงนี้ โควิดระบาดรุนแรง

                ทาง "สำนักพระราชวัง" จึงประกาศ "งดพระราชพิธี" ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ ดังนี้

                ๑.พระราชพิธีการพระราชกุศลทักษิณานุปทานและพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช ๒๕๖๔ วันที่ ๒-๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔

                ๒.พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ตรงกับวันที่ ๙ และ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔

                ๓..พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ปีนี้ตรงกับวันที่ ๒๕ และ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔

                ก็รับทราบกันตามนี้นะ

                มาเข้าเรื่องพูดคุยประจำวันของเราบ้าง เมื่อวาน (๒๙ เม.ย.) นายกฤษฎางค์ ทนายจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

                พร้อมแม่ๆ ไปยื่นประกันตัว "เพนกวิน" กับพวก รวม ๗ คน ต่อศาล อีกครั้ง

                ตกเย็น ทนายกฤษฎางค์ ทวีตข้อความ
                ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้ง ๗ ผู้ต้องขังทางการเมืองในทุกคดี โดยสั่งในลักษณะเดียวกันว่า

            ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว

            กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต

            ทุกคำสั่ง ลงนามโดยนายเทวัญ รอดเจริญ

                พร้อมถ่ายภาพคำสั่งและลายเซ็น "เน้นชื่อ" ผู้พิพากษาประกอบด้วย

                ผมดูข่าวให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ ทนายอ้างเหตุที่ต้องยื่นประกันอีกว่า เพนกวินป่วยหนัก ถึงขั้นถ่ายเป็นชิ้นเนื้อ เพราะกระเพาะอาหารย่อยเนื้อเยื่อตัวเอง

                "เฒ่าชาญวิทย์" อดีตเจ้าสำนักท่าพระจันทร์ ถึงขั้นโพสต์สนับสนุนว่า

                "....เพนกวินอาการทรุดลงเรื่อยๆ หมอสันนิษฐานว่ากระเพาะเริ่มย่อยตัวเอง"

                ผมฟังก็ตกใจ.......

                เกิดจากท้องพ่อ-ท้องแม่ เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละว่า "อดอาหารแล้วถ่ายเป็นชิ้นเนื้อ"

                ถ้าจริงตามนั้น ไม่ใช่เพราะเพนกวินอดอาหารหรอก...คุณทนาย และคุณเฒ่าชาญวิทย์

                ผมว่า เพนกวินถูก "เสกหนังควายเข้าท้อง" มากกว่า จึงถ่ายเป็นชิ้นเนื้อแบบนั้น

                เรื่องนี้ นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ น่าจะตอบได้

                เพราะเขาเป็นจอมขมังเวทประจำคณะ "สามนิ้ว-สามสัส"

                เป็นเจ้าพิธี "ฝังฝาส้วมคณะราษฎร" ที่สนามหลวง ขลังจนทำให้เข้าคุกกันทั้งโขยง นั่นไง

                แต่ฟังทางราชทัณฑ์แถลง มันไม่เป็นอย่างที่ทนายและไอ้เฒ่าแอบจิตอ้างนี่ เพราะทางราชทัณฑ์ ยืนยันว่า....

                หมอตรวจเพนกวินแล้วตอนเช้า ถึงไม่กินข้าว แต่กินเกลือแร่ ฉีดสารอาหาร ทุกอย่างยังคงปกติดี!

                ก็เลยไม่แน่ใจ เชื่อทนายดีหรือเชื่อราชทัณฑ์ดี แต่สรุปแล้ว ผมเชื่อราชทัณฑ์มากกว่า

                เพราะตอนผมไปนอนเล่นโรงพยาบาล หมอให้น้ำเกลือผสมสารอาหาร มีอาหารมาให้กิน ก็ไม่กิน เพราะไม่หิว กลับกระปรี้กระเปร่า เนื้อตัวเบา สมองปรู๊ดปร๊าด สบายดีด้วยซ้ำ

                อยากให้คุณทนายขออนุญาตราชทัณฑ์เข้าไปตรวจ เอาจมูกเข้าไปดมชิ้่นเนื้อก้อนนั้นใกล้ๆ เอาให้แน่ชัดซิว่า

                เป็นชิ้นเนื้อกระเพาะเพนกวิน......

                 หรือชีวภาพเพนกวิน บำเพ็ญตบะในคุกแล้วขลัง ถ่ายออกมาเป็น "ลูกกรอก"?

                ถ้าเป็นลูกกรอก ขอแนะให้คุณทนายนำไปปิดทอง ใส่พาน ตั้งไว้ประจำ "ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน"

                กราบไหว้บูชาซะ แล้วจะเจริญ ก้าวหน้า เผลอๆ ได้ไปเป็นทนายประจำยูเอ็นโน่น

                แต่ผมเห็นมีคนโพสต์ลูบหัวเฒ่าชาญวิทย์กลายๆ โดย IPST Thailand ทำไมกระเพาะอาหารจึงไม่ย่อยตัวเอง?

                อ่านแล้ว ขอแสดงความยินดีคุณทนาย

                แม่นแล้ว คุณโชคดี ที่เพนกวินถ่ายออกมาไม่ใช่ชิ้นเนื้อแน่ หากแต่เป็นลูกกรอก "ชีวภาพเพนกวิน" แน่

                เพราะ IPST Thailand ให้ความเข้าใจเป็นวิทยาศาสตร์ว่า

                "กระเพาะอาหารเป็นอวัยวะมหัศจรรย์ที่ย่อยอาหารทุกชนิดที่เรารับประทาน แค่เคยสงสัยไหมว่า ทำไมกระเพาะถึงไม่ย่อยตัวเอง?

            นั่นเพราะกระเพาะอาหารมีวิธีป้องกันตัวเอง โดยมีชิ้่นเนื้อเยื่อที่เรียกว่า มิวโคซา (Gastric Mucosa Prolapse) ปกคลุมอยู่ นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแห่งแอละแบมา สหรัฐอเมริกา พบว่า บนเนื้อเยื่อเหล่านั้นยังมีชั้นของคาร์โบไฮเตรตมาคลุมอีกชั้นหนึ่ง

            และยังมี Prostaglandins ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีในเซลล์มนุษย์ทั่วไป ระดับของ Prostaglandins จะเกี่้ยวข้องสัมพันธ์กับระดับของคาร์โบไฮเตรต ที่จะไปทำให้กรดในน้ำย่อยลดความรุนแรงลงนั่นเองค่ะ

            ดังนั้น คุณทนายเก็บชีวภาพเพนกวินไว้บูชาเหอะ ไสยศาสตร์กับนิติศาสตร์ประยุกต์แล้วขลัง

                ตกลงว่า ศาลยังไม่ให้ประกันเพนกวินกับพวกทั้ง ๗

                คณะพรรคสามนิ้วก็เลยบุกเข้าไปอาละวาดในบริเวณศาล             "น.ส.เบนจา อะปัญ" ศิษย์เอกธรรมศาสตร์ ใส่หน้ากากใต้คาง  ทั้งปราศรัย ทั้งวิ่งขึ้นบันไดศาล "โปรยเอกสาร" เกรี้่ยวกราด

                เก่งจัง....

                'จานธรรมศาสตร์แก๊งเฒ่าชาญวิทย์คงภูมิใจมาก ที่สามารถล้างสมองศิษย์ให้ประจานธรรมศาสตร์ได้ขนาดนี้!

                "ธนาธร" ก็ไม่รีรอผสมวง โพสต์เฟซทันที

            "ปล่อยเพื่อนเรา - ผู้พิพากษาอาจกำลังละเมิดกฎหมายเสียเอง"

                ว่าเข้าไปนั่น ทอนเพื่อนเรา ซนฟืน-ซนไฟ เข้าเตาห่างๆ แบบนั้นน่ะ ตัวเองปลอดภัย แต่มันอันตรายเผาเด็ก รู้ใช่มั้ย

                ถ้าไม่รู้ "อาจารย์ชูชาติ ศรีแสง" ท่านจะให้ความรู้

                Chuchart Srisaeng

                TLHR / 18.05 น. ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้ง 7 ผู้ต้องขังทางการเมืองในทุกคดี โดยสั่งในลักษณะเดียวกันว่า         ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์ เคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยน·

                วันนี้ที่ 29 เมษายน 2564 เวลา 14.00 นาฬิกา ที่ศาลอาญา มีแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางมาสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุม

                เพื่อยื่นจดหมายและรายชื่อผู้สนับสนุนเรียกร้องให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎร พร้อมเปิดปราศรัยที่หน้าบันไดศาล           โดยกล่าวโจมตีและเรียกร้องให้ผู้พิพากษาลงมารับจดหมายด้วยตัวเอง

                แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประกาศขอให้อยู่ในความสงบก็ไม่เป็นผล ถูกผู้ชุมนุมโห่อย่างต่อเนื่อง

                ต่อมาเวลา 15.00 นาฬิกา เมื่อผู้พิพากษาไม่มารับจดหมายและรายชื่อ นางสาวเบนจา อะปัญ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

                ได้วิ่งขึ้นบันไดศาล แล้วโปรยเอกสารรายชื่อที่รวบรวมมาทั้งหมดรอบบันไดศาล และปราศรัยด้วยความคับแค้นให้ปล่อยเพื่อนเราที่กำลังจะตาย ซึ่งทางศาลได้ทำการปิดประตูอาคารแล้ว

                พฤติการณ์ดังกล่าว เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล

                จึงเป็นการกระทำความผิดฐานละเมิดศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) และมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท

                กรณีที่เกิดขึ้นในวันนี้ ศาลอาญาต้องลงโทษให้หนักตามที่สามารถลงโทษได้ตามกฎหมาย

                เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่นๆ ไม่ให้กระทำเช่นนี้อีก

                อืมมมม....

                ดูๆ ก็พอเข้าใจการจัดทัพของขบวนการ ๓ นิ้ว เขาจะปล่อยตัวแสดงออกมาเป็นชุุดๆ ไล่มาแต่ชุดจ่านิว มานายโรม

                ต่อด้วย ทนายอานนท์ ไผ่ เพนกวิน รุ้ง ไมค์ มาเรื่อยๆ ถูกจับไปรุ่น ก็เปลี่ยนอีกรุ่นออกมานำ

                จนกระทั่ง "รุ่นลูก" ชักหมดตัวเล่น ต้องเอา "รุ่นแม่" ออกมาเล่นแล้ว ทั้งแม่เพนกวิน แม่ไผ่ แม่ไมค์ แม่อานนท์ แม่แอมมี่

                ซักวัน คงถึงยุค "แม่สมพร" จนได้!