'จตุพร'อัด'บิ๊กตู่'รัฐประหารเงียบเหน็บ'ปชป.-ภท.'ไร้ราคา นัดทุ่มตรงเปิดไฟมือถือไล่ประยุทธ์


เพิ่มเพื่อน    

'
30 เม.ย.64 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talkว่า หายนะของโควิดระบาดรุนแรงนั้น เริ่มต้นจากคนรวยทั้งสิ้น แล้วมาสร้างความฉิบหายให้คนจน เมื่อสถานการณ์คลี่คลายขึ้น พวกคนรวยกลับมาได้รับผลประโยชน์กันอีก การอภิปราย1-2 พ.ค. จึงมีนักการเมืองและนักวิชาการเข้าร่วม เพื่อเสนอข้อมูลให้ประชาชนได้รู้ทันประยุทธ์ อย่างเข้าใจได้ถ่องแท้และชัดเจนยิ่งขึ้นถึงพวกคนอยู่เบื้องหลังประยุทธ์ด้วย ขอให้ฟังการถ่ายทอดออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่ที่บ้าน เป็นการปกป้องโควิดระบาดรุนแรง นอกจากนี้ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสีย น้าค่อม ชวนชื่น ตนขอตั้งความสงสัยให้หาความจริง ว่า การสูญเสียชีวิตจำนวนมากในช่วงโควิดระบาดนั้น เกิดจากอะไรกันแน่ เพราะมีการอ้างถึงโรคประจำตัวของผู้ป่วย หรือเกิดจากไวรัสโควิด หรือได้รับผลข้างเคียงจากวัคซีน ดังนั้น ความจริงจากการเสียชีวิตจึงควรมีความกระจ่างและชัดเจน

นายจตุพร กล่าวว่า ประยุทธ์ รวบอำนาจตามกฎหมาย 31 ฉบับว่า เปรียบเสมือนทำ รัฐประหารเงียบยึดอำนาจจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาเป็นขอตัวเอง ตนจะชำแหละเนื้อหาและอำนาจในกฎหมายทั้ง 31 ฉบับให้เป็นเรื่องราวกัน เพราะประชาชนสมควรได้รับรู้ถึงอำนาจที่ยึดมานั้นมีหลายเรื่องไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาโควิดระบาดพร้อมทั้งจะชี้ให้เห็นสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ว่า ประยุทธ์ ต้องการชี้และแสดงตัวให้คนได้เห็นถึงกฎหมายคือข้าพเจ้าและข้าพเจ้าเป็นกฎหมาย ซึ่งสะท้อนถึงการใช้อำนาจเพื่อตัวเอง สิ่งนี้คือความแยบยลในการครองอำนาจของตัวเองเอาไว้ ความแยบยลของประยุทธ์ ยังสะท้อนมาตั้งแต่การยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค. 2557 โดยอ้างรักษาความสงบ และเช่นกัน มาถึง รปห.เงียบครั้งนี้ด้วยการรวบอำนาจจากกฎหมาย 31 ฉบับ แม้กฎหมายหลายฉบับไม่เกี่ยวกับปัญหาโควิด แต่ความต้องการนำอำนาจมาไว้ที่ตนเอง จึงแสดงให้เห็นว่า ประยุทธ์ ไม่เชื่อน้ำยาของ รมต. ฝ่ายนักการเมือง แต่นักการเมืองเหล่านั้น ทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย กลับทำตัวเป็นพวกสีทนได้อย่างหน้าตาเฉย

“ประยุทธ์ ทำเช่นนี้ได้ เพราะเขาไม่กลัวสูญเสียอำนาจ ขณะที่พวกนักการเมืองกลับทำตัวไร้ราคา ไม่มีน้ำยา หากนักการเมืองเกิดแข็งขืนแสดงถึงอาการพอมีน้ำยาอยู่บ้าง น้ำหน้าทหารแก่อย่างประยุทธ์ จะกล้าทำเช่นนี้หรือ ดังนั้น เกียรติยศ ศักดิ์ศรีนักการเมืองไม่มี จึงยอมให้ประยุทธ์ กดขี่ได้ปานนี้”

นายจตุพร กล่าวถึงในสถานการณ์วิกฤตช่วงนี้ได้พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า ประยุทธ์ ไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหาการระบาดโควิดรุนแรงทั้ง 3 รอบ ดังนั้น ประยุทธ์ ต้องเข้าเฝ้าในหลวงเพื่อขอคำปรึกษาจากพระเจ้าแผ่นดิน โดยการปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ถ้าศึกษาจากอดีตแล้ว ย่อมพบว่า เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นนายกรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าเพื่อขอคำปรึกษาจากพระเจ้าแผ่นดิน แต่ประยุทธ์ กลับละเลย อีกทั้งยังทำ รปห. เงียบรวบอำนาจตามกำหมาย 31 ฉบับมาเป็นของตัวเองแต่ผู้เดียวอีก

“เมื่อนักการเมืองไม่คัดค้าน และนิ่งเงียบเหมือนนักการเมืองเป็นทาสในเรือนเบี้ย ยังสะท้อนว่า ประยุทธ์ มีอำนาจเหนือนนักการเมือง เปรียบเหมือนองค์รัฎฐาธิปัตย์เป็นประมุขของประเทศ ผมมีคำถามคือ ทำไมประยุทธ์ ไม่เข้าถวายรายงานและขอคำปรึกษาจากพระเจ้าแผ่นดิน ประยุทธ์ต้องการอะไรและคิดอะไรอยู่หรือ”

 ประธานนปช. กล่าวอีกว่า การใช้อำนาจตามกำหมาย 31 ฉบับ ซึ่งมีบางกฎหมายที่ต้องการให้กระชับอำนาจ บางเรื่องเกี่ยวกับการโยกย้าย และไม่เกี่ยวกับปัญหาการระบาดของโควิด ดังนั้น ตนคงย้ำอีกว่า ประยุทธ์ ต้องการอะไรในการรวบอำนาจ เพื่อต้องการรักษาอำนาจ หรือต้องการสู้กับใคร ประยุทธ์คิดอะไรอยู่  สิ่งที่กังขาเหล่านี้ ตนจะชำแหละให้เห็น โดยการคลี่กำหมายที่ละฉบับในวันที่1 พ.ค.

"การละเลยไม่ขอทำเรื่องขอเข้าเฝ้า เพื่อถวายรายงานและขอคำปรึกษา ได้สะท้อนชัดเจนว่า ประยุทธ์และคนที่อยู่ข้างหลังประยุทธ์ อยู่ในสถานการณ์ไหน นอกจากนี้ ประยุทธ์ ยังได้ประโยชน์จากการใช้ ม.112 ทั้งที่เคยประกาศไม่เอาโทษ แต่กลับมาเอาโทษ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความสงสัยว่า ประยุทธ์คิดอะไรและต้องการอะไรกันแน่ อย่าคิดว่า ประยุทธ์ ไม่คิดอะไร เพราะทุกท่วงทำนองได้ออกแบบวางแผนแยบยล ดังนั้นประชาชนต้องรู้ทัน จับให้ได้ไล่ให้ทันว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้น ทำไปเพื่ออะไร โดยเฉพาะเมื่อโควิดมีอยู่จริงและสถานการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนก็มีอยู่จริง ดังนั้น ต้องมีคนรับผิดชอบ"

นายจตุพร กล่าวต่อว่า สิ่งที่ประยุทธ์ ทำมานั้น เหมือนจะเอาฝ่ามือไปปิดแผ่นฟ้า ซึ่งปิดได้ไม่มิดแน่ ขอเตือนไว้ว่า อำนาจมีมาแล้วก็หมดไป ไม่ยั้งยืน การรวบอำนาจจากกฎหมาย 31 ฉบับ ได้สะท้อนตัวตนประยุทธ์ ชัดเจน เมื่อหงายไพ่ออกมาจึงรู้ว่า ประยุทธ์ ต้องการอะไรกันแน่ ดังนั้นเราจึงเรียกร้องให้ ประยุทธ์ ต้องออกไป
 
แกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชน กล่าวว่า คณะประชาชนไม่ทน พวกเราขอยืนหยัดเดินบนเส้นทางไล่ประยุทธ์ให้บรรลุผล สิ่งนี้ไม่ใช่ทำเพื่อเรื่องส่วนตัว แต่เพราะเราต้องการนำให้ประเทศเดินเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไคยตามเดิม ซึ่งถ้าไม่ทำลายระบอบประยุทธ์แล้ว เราก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เมื่อประยุทธ์ ยังอยู่ต่อเท่ากับขวางทางพัฒนาประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์ไล่ประยุทธ์นี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึก เนื่องจากโควิดระบาดมาสามรอบแล้ว จึงแสดงว่า ม้าไม่ดีจึงเกิดระบาดมาสามรอบ จึงต้องเปลี่ยนม้าได้ ยิ่งเป็นม้าไม่ดี ยิ่งต้องรีบเปลี่ยน เนื่องจากประเทศกำลังทำสงครามชีวภาพและต่อสู้ทางเศรษฐกิจ ยิ่งจะให้ม้าไม่มีสภาพออกไปรบไม่ได้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยน

"บัดนี้ได้เวลาเปลี่ยนม้าแล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนก็จะมีการระบาดรอบสี่อีก ความรับผิดชอบเยียวยาให้ประชาชนก็ไม่มี คงมีแต่มาตรการบังคัประชาชน แม้ประยุทธ์และพวกพ้องข้างหลังอยู่ได้ แต่คนอื่นอยู่ไม่ได้ พวกเราจะจัดเวทีไล่ออนไลน์แบบนี้ และต่อไปคงนัดยกระดับอีก อาจนัดเวลา19.00 น. เปิดไฟฉายมือถือ พร้อมตะโกนกันทั่วประเทศว่า ประยุทธ์ออกไป ซึ่งจะนัดกันอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม วันพรุ่งนี้ตั้งแต่บ่ายโมงตรงเป็นต้นไป เราพร้อมกับนักการเมืองจะฉายภาพให้เห็นว่า ทำไมประยุทธ์ จึงต้องออกไป ทั้งที่อยู่มา 7 ปียังไม่ทำอะไรให้เกิดความสำเร็จได้เลยสักชิ้นงาน เอาแต่ทำเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองไว้เท่านั้น จึงไม่สมควรให้อยู่อีกต่อไป”นายจตุพร กล่าว