ไปตลาด..อย่าได้เตลิด


เพิ่มเพื่อน    

       กลายเป็นโรคหวาดระแวงแพร่ระบาดกันในสังคมไทยทุกวันนี้เสียแล้ว กับบรรยากาศของตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่วิ่งกระฉูดไม่หยุด

                ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ หรือช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ คุณหมอและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเองก็ออกโรงเตือนแล้วว่า หลังหยุดยาววันปีใหม่ไทย คาดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการเดินทาง การไปมาหาสู่ รวมมิตรครอบครัวสังสรรค์กัน

                ความกลัว ความหวาดระแวง ดูเหมือนจะเป็นประเด็นปัญหาที่แก้ยาก โดยเฉพาะในบ้านเรา ซึ่งนิยม "แพร่ข่าว" กันแบบปากต่อปาก โดยส่วนใหญ่ไม่สนใจเลยว่าควรจะ "ตรวจสอบ" แหล่งที่มาของเรื่องราวหรือเปล่า แต่หลายคนเลือกที่จะเชื่อ "คนเล่า" สู่กันฟัง เพราะมันง่ายดีกระมัง!!!  

                มนุษย์ป้าตั้งข้อสังเกตแบบนี้ ก็เพราะในวันหนึ่งที่อยู่ระหว่างเวิร์กฟรอมโฮม พอสิ้นเสียงรถพุ่มพวงกระจายเสียง.."กับข้าวมาแล้วคร้าบกับข้าว" บรรดาแม่บ้านที่ล้อมรถพุ่มพวง ก็เสวนากันด้วยเรื่องสัพเพเหระ ซึ่งไม่พ้นหัวข้อฮอตฮิตติดเทรนด์ นั่นคือโควิด-19

                ดูเหมือนว่า พ่อค้าเจ้าของรถพุ่มพวงจะกลายเป็นโฆษก ศบค.โดยปริยาย เสียงดังฟังชัดไม่แพ้หมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ส่วนจะหล่อเท่าเทียมหรือไม่นั้น มนุษย์ป้าไม่ได้ออกไปร่วมเสวนาด้วย เลยให้คะแนนไม่ได้

                ถ้อยแถลงของพ่อค้ารถพุ่มพวง หรือโฆษก ศบค.สัญจร สาธยายราวกับว่าท่านนั่งอยู่ในที่ประชุม ศบค.หรือไม่ก็ร่วมบริหารจัดการโรงพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่ง อันเกี่ยวกับปัญหาของการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งฟังไปฟังมาก็เคลิ้มเหมือนกัน และคุณแม่บ้านหลายคนที่เลือกเสพข่าวสารทางตรงจากปากพ่อค้ารถพุ่มพวง คงจะรู้สึกเห็นสอดคล้องว่า รัฐบาลไม่เอาเรื่องเอาราว เพราะเอาไม่อยู่กับการแพร่ระบาดในรอบนี้ นอกจากนั้นที่มองข้ามไม่ได้คือ คุณแม่บ้านทั้งหลายใจเตลิด และคงไม่กล้าที่จะออกจากบ้านอีกนาน

                สุดท้ายพ่อค้าพุ่มพวงก็คงจะกระเป๋าตุง เพราะเดลิเวอรี่กับข้าว หมูเห็ดเป็ดไก่ ผักนานาชนิด ไปส่งถึงบ้านได้ทุกวัน ท่ามกลางความหวาดระแวงของคุณแม่บ้านทั้งหลาย.

 "ป้าเอง"