" เป๊ป"สดุดีแข้งซิตี้อัด"ปารีส"ได้อีก ฉลุยชิงฯครั้งแรกในประวัติศาสตร์


เพิ่มเพื่อน    


เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สดุดีนักเตะเรือใบสีฟ้า หลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผงาดเข้าชิงฯ ถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ด้วยการย้ำชัย ถล่ม แชมป์ลีกเอิง เปแอสเช 2-0 รวมสกอร์ 2 นัด ชนะ 4-1 ในเกมรอบรองฯ เลกสอง ที่ เอติฮัด เสตเดี้ยม เมื่อคืนวันอังคาร
    ริยาด มาห์เรซ โชว์ฟอร์มเหมาคนเดียว 2 ประตู นาทีที่ 11, 63 นำ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ อิสตันบูล วันที่ 29 พฤษภาคม นี้ โดยหลังจากเสียไป 2 ประตู เปแอสเช ยังเสียผู้เล่นไปอีกคนเป็น อังเคล ดิ มาเรีย ที่โดนใบแดงไปอีกในนาทีที่ 69
    แม้ทีมเยือนจะมีกองหน้าที่น่ากลัวที่สุดในโลกอยู่ 2 คน แต่นัดนี้ใช้งานได้แค่คนเดียวคือเนย์มาร์ ส่วน คิลิย็อง เอ็มบัปเป้ มีชื่อแค่สำรอง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ วางหน้า 3 ตัว มีเนย์มาร์, เมาโร อิคาร์ดี้ กับ อังเคล ดิ มาเรีย แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยเอาสกอร์ให้ทีมได้แม้แต่ลูกเดียวในนัดนี้ ต้องชม 2 เซนเตอร์แบ็คของทีมเรือใบสีฟ้า รูเบน ดิอัส กับ จอห์น สโตนส ที่เล่นคู่กันอย่างได้เหนียวแน่นเป็นพิเศษ และช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของทีมของยอดกุนซือย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังจะได้เล่นในนัดชิงถ้วยยุโรป เป็นครั้งแรกในรอบ 51 ปี หลังจากเคยได้ครองถ้วย คัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1970
    อันที่จริงเกมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันอังคาร เปแอสเช ออกสตาร์ทได้ดีแล้ว และได้จุดโทษเร็วตั้งแต่นาทีที่ 7 เมื่อ บียอร์น คุปเปอร์ส ผู้ตัดสินชาวดัตช์ เป่า โอเล็กซานเดอร์ ซินเซนโก ทำแฮนด์บอล
    อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสินต้องกลับคำตัดสินหลังจากไปเช็คภาพกับ VAR และเห็นว่าบอลไปโดนที่หัวไหล่ของ แบ็คซ้ายชาวยูเครน ไม่ใช่โดนแขน หรือมือ และแม้เกมนี้ เปแอสเช จะครองบอลได้มากกว่าอยู่เล็กน้อย คิดเป็นเปอร์เซนต์คือ 56% กับ 44% มีโอกาสยิงก็มากกว่า คือ 14 ครั้งแต่ ตรงกรอบเป็น 0 ต่างจาก ซิตี้ ที่ยิง 12 ตรงกรอบ 5 เป็น 2 ประตู
    ฟิล โฟเดน ช่วงท้ายเกือบบวกลูกที่ 3 ให้ซิตี้ ยิงไดรฟ์ข้าม นาวาส ผู้รักษาประตูไปแล้ว แต่ชนเสาไกล แต่เท่านั้น ซิตี้ ก็ชนะไปแล้วสบายๆ สกอร์รวม 4-1 ผ่านเข้าไปรอเจอผู้ชนะรหว่าง เชลซี กับ เรอัล ที่ลงเตะในคืนวันพุธ
    กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม ซิตี้ กล่าว "เราชนะทีมที่น็อค บาร์เซโลน่า กับ บาเยิร์น มิวนิค ตกรอบได้"
    "ช่วงต้นเกมเราทำได้ไม่ดีนัก แต่เราค่อยๆเล่นดีขึ้น ดีขึ้น โดยเฉพาะในครึ่งหลัง มันเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และเหลือเชื่ออีกครังสำหรับเรา"
    "สิ่งที่บรรดานักเตะได้ทำไปในฤดูกาลนี้มันช่างเหลือเชื่อ แม้มันจะเป็นช่วงเวลาที่่หนักมากสำหรับทุกคน การเข้าใกล้ถ้วยพรีเมียร์ลีก และเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีกได้แล้ว มันสุดยอดมาก"
    เป๊ป ยังกล่าวต่อว่า ซิตี้ จะต้องพึ่งโชคชะตาด้วยหากจะเป็นแชมป์ยุโรปครั้งแรก โดยมีการพูดถึงทีมที่เคยคว้าแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เรอัล มาดริด
    "ยูไนเต็ด เคยคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก เพราะการลื่นล้มของ จอห์น เทอร์รี่ และประตูที่เกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายกับ บาเยิร์น มิวนิค ส่วน เรอัล ก็เคยได้แชมป์รายการนี้ในเกมกับ แอตเลติโก มาดริด ในนาทีที่ 93"
    ทางฝั่ง เปแอสเช ต้องยอมรับว่าแพ้ตกรอบไปแบบหมดรูป แต่หลังเกม โปเช็ตติโน่ ได้มีการเรียกร้องให้ ยูฟ่า เข้ามาสอบกรณีที่ นักเตะในทีม โดนผู้ตัดสินสบถคำด่าใส่ระหว่างเกมการแข่งขัน
    อันแดร์ เอร์เรร่า กับ มาร์โก แวร์รัตติ ของ เปแอสเช อ้างว่าพวกเขาโดน คุยเปอร์ส ด่าว่า f*** off"
    "คืนนีน้ ผู้ตัดสิน พ่นคำด่าใส่ักเตะอย่ง ลีอันโดร ปาเรเดส ซึ่งมันไมใช่ปกติ นี่ถ้ามันหลุดจากปากนักเตะคนไหน คงโดนลงโทษแบน 3-4 นัด" เอร์เรร่า กล่าว
    แวร์รัตติ เสริม "เขาก็ด่าผมว่า f*** you อยู่ 2 ครั้ง สำหรับเขา ก็บอกว่าเรื่องปกติ ถ้าผมทำ คงโดนโทษแบน 10 นัด"
    ขณะที่ โปเช็ตติโน่ กล่าว "ผมไม่ได้ยินด้วยตัวเอง แต่เราต้องเชื่อสิ่งที่พวกเขาบอกมา และอาจต้องเป็น ยูฟ่า ที่จะต้องเข้ามาตรวจสอบ"


 
 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"