จ่อลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส3


เพิ่มเพื่อน    

 เตรียมให้พร้อม! “คลัง” จ่อเปิดลงทะเบียนคนละครึ่ง  เฟส 3 ภายใน มิ.ย.นี้ รับเพิ่มอีก 16 ล้านคน ส่วน 15 ล้านรายเดิมต้องยืนยันสิทธิ์ พร้อมชง ครม.เคาะเติมเงิน 2 พันบาทใส่เราชนะ-ม33เรารักกัน เผย "ยิ่งใช้ยิ่งได้" กระตุ้นใช้จ่าย เกณฑ์รับ e-Voucher คืนสูงสุด 7 พัน ต้องใช้จ่ายถึง 7 หมื่นบาท “ออมสิน” ส่งมาตรการสมัครใจพักชำระเงินต้นผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ดีเดย์ 11 พ.ค.นี้ คาดช่วยลูกหนี้ลดภาะได้กว่า 1 ล้านราย

    เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ซึ่งมีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นประธาน จะมีการพิจารณารายละเอียดของมาตรการในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบของโควิด-19 ระลอกใหม่เพิ่มเติม ในส่วนของมาตรการเราชนะ และมาตรการ ม33เรารักกัน ซึ่งจะมีการเพิ่มวงเงินสิทธิ์ให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ รวมคนละ 2,000 บาท โดยใช้งบประมาณ 8.55 หมื่นล้านบาท หลังจากนั้นจะเร่งเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้เม็ดเงินใหม่เข้าสู่มาตรการได้ไม่เกินเดือน พ.ค.2564
    ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หรือตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค.2564 รัฐบาลยังเตรียมที่จะออกมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ เพื่อเป็นการฟื้นฟู เพื่อดูแลประชาชน ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 อย่างเหมาะสม และเพื่อเป็นการดูแลฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยเมื่อสถานการณ์การระบาดคลี่คลายในระยะต่อไป รวมถึงเพื่อเป็นการรักษาระดับและทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยมาตรการที่ออกมาจะเน้นในการให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มต่างๆ ทุกภาคส่วน ครอบคลุมกว่า 51 ล้านคน
    โดยมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศปี 2564 ประกอบด้วย โครงการเยียวยาผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการเยียวยยากลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ครอบคลุม 16.15 ล้านคน โดยจะให้วงเงินสิทธิ์ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ/ บัตรประจำตัวประชาชนไปใช้ ณ ร้านธงฟ้า ร้านค้า และผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน คิดเป็น 1,200 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ 6 เดือน (ก.ค.-ธ.ค.2564) และโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ครอบคลุม 31 ล้านคน แบ่งเป็นประชาชนที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว 15 ล้านคน และจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนใหม่อีก 16 ล้านคน เงื่อนไขโครงการยังเป็นเหมือนเดิม โดยโครงการจะเริ่มตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค. 2564
    "กระทรวงการคลังคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนมาตรการคนละครึ่ง เฟส 3 ให้ครอบคลุม 31 ล้านคน ได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยกลุ่มผู้ที่ได้รับสิทธิ์เดิม 15 ล้านคน จะต้องเข้าไปยืนยันตนใช้สิทธิ์ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือจะเลือกสละสิทธิ์ เพื่อไปใช้มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น"
    นางสาวกุลยากล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการใหม่สำหรับกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อและมีรายได้ค่อนข้างสูง คือมาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งรัฐจะสนับสนุน e-Voucher ค่าซื้อสินค้า ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน โดยการใช้จ่ายจะได้รับ e-Voucher ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.2564 และใช้จ่าย e-Voucher ได้ในเดือน ส.ค.-ธ.ค.2564 ซึ่งการใช้จ่ายจะดำเนินการผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยมาตรการนี้ครอบคลุม 4 ล้านคน
    "โดยมาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะต้องมีการเติมเงินเพื่อใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในแบนเนอร์มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้เท่านั้น และสามารถใช้ได้กับทุกร้านค้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งรวมถึงห้างสรรพสินค้า เซเว่นอีเลฟเว่นก็ใช้ได้ และระบบจะให้คืนเป็น e-Voucher ไม่ใช่เงินสด ซึ่งรัฐจะสนับสนุน e-Voucher ให้ที่ประมาณ 10-15% หรือ หากต้องการใช้สิทธิ์เพื่อให้ได้ e-Voucher สูงสุด 7,000 บาท ต้องเติมเงินเข้าระบบใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 7 หมื่นบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก เพราะต้องการกระตุ้นให้ผู้มีกำลังซื้อใช้จ่ายจริง"
    ทั้งนี้ มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้นั้น กระทรวงการคลังจะมีการเตรียมงบประมาณให้เพียงพอเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ให้นำเงินออกมาใช้จ่ายและสนับสนุนผู้ประกอบการที่จดภาษีแวตได้ ในส่วนของการรับสิทธิ์ตามมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ของรัฐบาลที่เตรียมจะดำเนินการนั้น ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ 1 คนต่อ 1 โครงการเท่านั้น
    นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้รายเดือน และบรรเทาปัญหาสภาพคล่องให้แก่ลูกหนี้สินเชื่อของธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อยออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2564 ตามความสมัครใจ ทั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สมัครใจเข้ามาตรการพักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกประเภท ทั้งที่เป็นรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจ โดยมีลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติสามารถเข้าโครงการได้จำนวนประมาณ 1 ล้านราย
    "การพักหนี้รอบใหม่ไม่สามารถพักหนี้แบบอัตโนมัติได้ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และไม่สามารถกวาดทุกกลุ่มได้ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน การพักต้นก็มีภาระผ่อนจ่ายลดลง ซึ่งกลุ่มที่ต้องการร่วมต้องแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน MyMo เท่านั้น โดยจะเน้นไปที่กลุ่มอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบ บางอาชีพที่เคยได้ครั้งที่แล้ว ในครั้งนี้ หากรายได้ไม่ถูกกระทบ ก็จะร่วมมาตรการไม่ได้" นายวิทัยกล่าว
    สำหรับลูกหนี้รายใดมีความจำเป็นต้องรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากการพักชำระเงินต้น ธนาคารอาจพิจารณามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมได้เป็นรายกรณี ซึ่งเป็นมาตรการเสริมจากการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระที่ธนาคารได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.63 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามงวดชำระเดิม โดยที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 5 แสนราย  
    โดยลูกค้าสินเชื่อของธนาคารออมสินสามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้ามาตรการพักชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว และเลือกแผนการชำระหนี้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.-30 มิ.ย.2564 สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจที่มีวงเงินกู้เกิน 10 ล้านบาท สามารถติดต่อดำเนินการที่สาขาของธนาคาร
    นายวิทัยกล่าวอีกว่า ในส่วนมาตรการสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง รายละ 10,000 บาท จะเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อผ่าน MyMo ได้ในช่วงสัปดาห์หน้าเช่นกัน โดยจะแบ่งกลุ่มดูแลลูกค้าในระบบ MyMo เดิมก่อน 9 ล้านราย จากนั้นจะช่วยในกลุ่มที่มี MyMo ในกลุ่ม 6 จังหวัดสีแดงเข้ม และช่วยเป็นการทั่วไป จนครบเป้าหมาย 1 ล้านราย ซึ่งเชื่อว่าสินเชื่อดังกล่าวจะค่อยๆ ทยอยปล่อยได้ตามกรอบสิ้นปี 2564.

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"