'ก้าวไกล' จี้เยียวยาเป็นเงินสด ระบุไทยยังกู้ได้อีกแต่ต้องไม่ใช่รัฐบาลประยุทธ์


เพิ่มเพื่อน    

8 พ.ค.64 - ที่สถานี Peace TV คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดเวทีอภิปรายออนไลน์ ไทยไม่ทน หัวข้อ "ปัญหาสังคมเศรษฐกิจการเมือง กับอนาคตประเทศไทย ในวันที่ไม่มีพล.อ.ประยุทธ์" โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานญาติวีรชนพฤษภา 35 ปราศรัยเปิดเวทีตอนหนึ่งถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่พ้นตำแหน่งรัฐมนตรีและส.ส. ว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต และคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด เป็นเรื่องที่ทั่วโลกรังเกียจและไม่ยอมรับพวกที่ถูกคดีเหล่านี้ เพราะผลของการค้ายาเสพติดทำลายชีวิตและทำลายทุกอย่าง เปรียบเสมือนฆาตกรต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาที่ทั่วโลกรังเกียจ ทั้งนี้ ขอขอบคุณศาล กระบวนการยุติธรรม ที่วินิจฉัยได้โดนใจคนทั่วประเทศและทั่วโลก ทำให้เกิดความชัดเจนว่ากระบวนการยุติธรรมไทยนั้นเป็นอย่างไร

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้มาพร้อมกับวิกฤตสาธารณสุข ทุกวันนี้แม้ไม่มีการล็อกดาวน์ แต่ดูเหมือนล็อกดาวน์ ขาดเพียงประกาศเคอฟิวส์และตั้งด่าน ประชาชนไม่อยากออกไปข้างนอกแล้ว แต่ยังมีคนต้องหาเช้ากินค่ำจำเป็นต้องออกไปทำมาหากิน มาตรการช่วยเหลือเยียวยาที่รัฐบาลทำอยู่ในขณะนี้ไม่สามารถช่วยประชาชนได้เลย จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนยังต้องพยายามหารายได้ เมื่อปีที่แล้วเหมือนจะดีขึ้น แต่ก็กลับมาเจอปัญหาโควิดระบาดระลอกสาม ไม่มีใครไม่ทำงานหนัก หรือขี้เกียจ วันนี้ประชาชนต้องรับผลกรรมจากสิ่งที่ไม่ได้ก่อ ถามว่ายุติธรรมหรือไม่

"ถ้ารัฐบาลไม่หลับหูรับตาจะทราบว่ามีกลุ่มคนรับแลกเงินจากแอปเป๋าตัง โดยคิดค่าบริการ 10-20% ถ้ารัฐบาลไม่หลับหูรับตาจะได้ยินเสียงของประชาชน ที่ต้องการให้รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาของพวกเขาเป็นเงินสด แต่รัฐบาลยังดันทุรังทำแบบเดิม" น.ส.ศิริกัญญา กล่าวและว่า การรอดชีวิตระหว่างคนจนกับคนรวยในวันนี้อัปลักษณ์ที่สุด คนจนมีโอกาสเข้ารับการบริการสาธารณสุขแตกต่างจากคนรวย ถ้าไม่เชื่อให้ลองโทรศัพท์ไปยังโรงพยาบาลเอกชน ถามว่าจะเข้าไปรักษา เพราะติดโควิด โรงพยาบาลจะถามกลับว่าประกันสุขภาพไหม มีเงินสำรองสำหรับพักรักษาตัวที่ hospitel หรือไม่ แม้กระทั่งคนจนเมืองอยากจะกักตัวเองอยู่ที่บ้านยังลำบากก เพราะตามชุมชนต่างๆเป็นบ้านขนาดเล็กที่ต้องอาศัยแออัด 5-6 คน

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า สภาอนุมัติพ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท แต่จนถึงวันนี้งบประมาณผ่านไปครึ่งทาง แต่เบิกจ่ายได้ล่าช้ามาก ทำให้สูญเสียโอกาสที่ประชาชนจะได้รับบริการ งบประมาณด้านสธ.ที่กันไว้ เช่น งบในการจัดซื้อเครื่องหายใจ ถูกอนุมัติตั้งแต่ปี 63 แต่เพิ่งถึงมือรพ. เมื่อเดือนพ.ค.64 ยังไม่ต้องพูดถึงงบแผนฟื้นฟูที่นำไปลงกับเรื่องที่ไม่ทราบว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใด เช่น โครงการโคกหนองนา ซึ่งมีสองโครงการแต่ใช้คนละชื่อ โครงการหนึ่งโครงการโคกหนองนาโมเดล และอีกโครงการชื่อว่า หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ ซ้ำร้ายยังมีการตั้งศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาในค่ายทหาร

"อยากถามว่าประชาชนจะไปเรียนรู้โมเดลนี้ในค่ายทหารจริงๆหรือ อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลพูดเสมอว่าสถานการณ์ทางการเงินการคลังของประเทศยังมีช่องว่างให้กู้ได้อีก ถ้าจะนำมาช่วยเหลือประชาชน แต่สิ่งที่พรรคก้าวไกลไม่ไว้วางใจคือ คนกู้ ดังนั้น คนกู้คนใหม่ต้องไม่ทำในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"น.ส.ศิริกัญญา กล่าว