ปชป.ลั่นไม่ถอน ‘อันวาร์’แกะดำ ‘พนิต’โผล่ถล่ม


เพิ่มเพื่อน    

 

โฆษกประชาธิปัตย์ยัน ส.ส-กก.บห.พรรคไม่ค่อยให้ความสนใจข้อเสนอถอนตัวจากรัฐบาล ชี้ความเห็นของ "อันวาร์" เป็นความเห็นของคนคนเดียว ขณะที่ "พนิต" โผล่ถล่มรัฐบาลอีกราย ข้องใจจริยธรรม "ธรรมนัส"

    เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และสมาชิก ขอให้ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลว่า พรรคไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และได้ทำความเข้าใจกับสมาชิกมาโดยตลอด โดยเฉพาะกับนายอันวาร์ พูดคุยกันเสมอ สมาชิกค่อนข้างเข้าใจการทำงานของพรรค
    อย่างไรก็ตาม กระบวนการตัดสินใจของพรรคในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ไม่ได้ตัดสินใจเพียงคนเดียว เพราะตามระเบียบของพรรค ข้อ 96 ระบุไว้ชัดเจนว่า การจัดตั้งรัฐบาลให้ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะ กก.บห.และ ส.ส. เป็นผู้ลงมติว่าจะจัดตั้งรัฐบาล ร่วมรัฐบาล หรือถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล นี่คือกระบวนการประชาธิปไตยภายในพรรค โดยรอบล่าสุดที่เราเข้าร่วมรัฐบาล มีคะแนนโหวตเห็นชอบให้ร่วมรัฐบาล 61 ต่อ 16 เสียง
    "พรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือของนายอันวาร์ในครั้งนี้ ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้หนักใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และขณะนี้เรากำลังมุ่งความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ"
    นายราเมศกล่าวอีกว่า กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่พ้นตำแหน่งรัฐมนตรีและ ส.ส.นั้น เป็นเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และจบแล้ว เราเห็นแล้วว่ากระบวนการต่างๆ ได้เดินตามครรลองกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรนำกรณีนี้มาผูกรวมกับการร่วมรัฐบาล
    เมื่อถามว่า การที่นายอันวาร์ออกมาเคลื่อนไหว มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาทำตัวเป็นฝ่ายค้านอยู่เสมอ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติ แต่ความคิดเห็นนั้นต้องดูกฎระเบียบหลักเกณฑ์ของพรรคด้วย หากจะบอกว่านี่คือความปั่นป่วนหรือความไม่เป็นเอกภาพของพรรคคงไม่ได้ เพราะจะนำปัญหาของคนคนเดียวมาตัดสินไม่ได้
    “ที่ถามว่าหลังคุณอันวาร์ยื่นหนังสือแล้วคนในพรรคให้ความสนใจหรือไม่นั้น ส.ส. อดีต ส.ส. สมาชิกพรรคเฉยๆ ไม่ค่อยให้ความสนใจ เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่หลายครั้งแล้ว และทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้พี่น้องประชาชนที่กำลังประสบกับการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19” นายราเมศชี้แจง
    ด้านนายอันวาร์กล่าวว่า ไม่ขอต่อปากต่อคำกับโฆษกพรรค แต่ที่เรียกร้อง เพราะตรงกับกระแสสังคมในเรื่องการคัดคนเป็นรัฐมนตรี เพราะกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและประเทศไทย และการชี้แจงของพรรคก็ไม่สามารถแจกแจงอะไรได้ ตนยืนยันจะยังคงทำหน้าที่ ส.ส. และยึดหลักถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด สังคมไทยจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าอะไรเป็นอะไร ตนทำหน้าที่ ส.ส. และสะท้อนความรู้สึกตามที่รับฟังจากประชาชนและคนในสังคม
    ขณะที่นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย รัฐบาลต้องรับผิดชอบ การได้รับการพิพากษาถึงที่สุด (ติดคุก) ในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตของคนคนหนึ่ง ซึ่งจากการอ่านคำวินิจฉัยของศาล รธน. กล่าวถึงอำนาจอธิปไตยของรัฐในแต่ละประเทศ ซึ่งผมเคารพคำวินิจฉัยของศาล รธน. และเข้าใจเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือจริยธรรมของการทำผิด
    ผมเห็นด้วยกับการให้โอกาสคนกลับตัวแล้วเริ่มต้นใหม่ แต่การมารับใช้ประเทศนั้นมีอะไรมากกว่านั้น ผมอยากฝากให้รัฐบาลคิด  ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ประชาชนและสังคมจะเป็นคนให้โอกาสเราเอง” นายพนิตระบุ
    ด้านนายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีควรตัดสินใจปรับ ร.อ.ธรรมนัสด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอให้ใครยื่น ป.ป.ช. เพื่อรักษาภาพลักษณ์และมาตรฐานทางจริยธรรม ไม่เช่นนั้นเผือกร้อนอาจย้อนกลับมาที่นายกรัฐมนตรี เสี่ยงถูกยื่นสอบจริยธรรมเสียเอง ในฐานะที่ใช้อำนาจหน้าที่แต่งตั้งบุคคลที่เคยต้องคดียาเสพติดในต่างประเทศมาเป็นรัฐมนตรี
    "ถ้ายังมีความเกรงใจจริยธรรมอยู่ ก็ขอให้นายกรัฐมนตรีไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน เลือกว่าจะปลดออกหรือจะปล่อยให้คนที่มีคดียาเสพติดต่างประเทศมานั่งเป็นรัฐมนตรีอยู่แบบนี้ ซึ่งคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่ เพราะท่านนายกฯ อาจถูกสอบจริยธรรมเสียเอง ในฐานะใช้อำนาจแต่งตั้งเข้ามา และจะทำให้บรรทัดฐานสังคมผิดเพี้ยนไป"
    รองโฆษกพรรคกล้ากล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลต้องรับแรงกดดันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ผลกระทบทางเศรษฐกิจ การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล แต่เชื่อว่ากระแสความกดดันจะลดน้อยถอยลงไป หากนายกรัฐมนตรีรับฟังและตัดสินใจตามกระแสสังคมต้องการ ปรับตัวบุคคลที่ไม่เหมาะสมออกจากรัฐมนตรี ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นในรัฐบาล และการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ปัจจุบัน.

 


"๒๒-๒๔ มิ.ย." นี้ เป็นช่วงการเมือง "ติดสัด" อภิวัฒน์ประชาธิปไตย ฉะนั้น ใครจะไปทางไหน สำรวจเส้นทางให้ดีก่อน ไม่งั้นจะติดแหง็กคาถนนเอาได้!

กีฬา 'ใหญ่กว่า' แก้รัฐธรรมนูญ
ภาษาสื่อ"ปูติน-ไบเดน"
"ลุงป้อม-น้องธรรมนัส"
'เวียดนาม' ใกล้บอลโลก
ทีมแพทย์ 'ศูนย์วิจัย' จุฬาฯ
เรื่อง 'ไม่เป็นเรื่อง' (ซักวัน)