ระวังป่วยทางใจ


เพิ่มเพื่อน    

 

        แม้ยังมีตำแหน่ง แต่หลงชอบการเมือง ช่วงที่ประชาชนเดือดร้อนเช่นนี้ จึงเห็น "อ้น" ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เจ้าของคอนเซ็ปต์ "ให้อ้นดูแล" ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านตลอด 7 วันไม่มีวันหยุด 

                นอกจากงานพื้นที่แล้ว ยังหมั่นหาความรู้อย่างรอบด้าน มาบอกกล่าวชาวบ้านเพื่อป้องกันความสับสน แตกตื่น หลังเกิดการระบาดโควิด มีคนบางส่วนจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเลือกฉีดวัคซีน และรวมถึงกลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ    

                ล่าสุด เจ้าตัวได้ไลฟ์สดพูดคุยกับ นายชีวิน มัลลิกะมาลย์ อาจารย์ประจำภาควิชานิติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ไปศึกษาระดับปริญญาเอกที่สหราชอาณาจักร ให้ช่วยถ่ายทอดบรรยากาศการรักษาโควิด และการฉีดวัคซีนของคนทีโน่นว่าเป็นอย่างไร และแตกต่างจากเมืองไทยหรือไม่

                อาจารย์ชีวิน อยู่ที่เมืองกลาวโกว์ ยอมรับว่า ระบบสาธารณสุขและประชาชนไม่สามารถเดินทางไปรักษาในโรงพยาบาลได้สะดวก ต้องมีการนัดหมาย บางรายอาจต้องรอนานถึง 2 สัปดาห์ เพราะสาธารณสุขที่นั่นมีแนวคิดให้ทุกคนดูแลตัวเอง

                ส่วนเรื่องวัคซีนนั้น สหราชอาณาจักรให้สิทธิ์ทุกคนที่อยู่ในระบบบริหารสุขภาพแห่งชาติ หรือ NHS ได้ฉีดวัคซีน แต่ไม่ได้บริการให้คนนอกระบบ ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะเดินทางไปเพื่อรับการฉีดวัคซีนไม่ได้ และประชาชนก็ไม่มีสิทธิ์เลือกวัคซีนยี่ห้อใด    

                ส่วนกรณีวัคซีนทางเลือกสำหรับโรงพยาบาลเอกชนนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะเอกชนเก็บค่าบริการแพงมาก และรอให้รัฐจัดสรรให้ เช่นเดียวกับประเทศไทย

            "อ้น ทิพานัน" อยากบอกว่า เหรียญมีสองด้าน มิใช่ประเทศที่เจริญแล้ว ทุกอย่างจะดีกว่าประเทศไทย โดยเฉพาะหากมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นคนไทยอย่าเพิ่งหลงเชื่ออะไรง่ายๆ โดยหลงเฟกนิวส์ ที่ฝ่ายการเมืองนำมาโจมตีรัฐบาล และวัคซีนของไทย เพื่อหวังผลอะไรบางอย่าง

            “ขอให้คนไทยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ดรามา และก่อนเราจะส่งต่อข้อมูลก็ต้องเน้น เช็กก่อนแชร์ เช็กให้แน่ใจว่าไม่ใช่ข่าวปลอม ช่วยป้องกันกระแสความเข้าใจผิด...ซึ่งนำมาเป็นโรคป่วยทางใจ...ที่อาจจะน่ากลัวกว่าโรคป่วยทางกาย"

            "อ้น ทิพานัน" ฝากทิ้งท้าย.

ช่างสงสัย

 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"