ทส. จับมือ อปท. แก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ เดินหน้าสร้างเมืองน่าอยู่ทั่วไทย


เพิ่มเพื่อน    

ปลัด ทส.“จตุพร”  ระบุ ถือเป็นสัญญานที่ดี ที่การแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ถูกหยิบยกมาเป็นนโยบายในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา. จาก 490 เทศบาล  ให้ความสำคัญ ชูแนวทางการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในมิติต่างๆ มากขึ้น  ทั้งนี้พบว่าร้อยละ 34 ของผู้สมัครให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการขยะเป็นปัญหาใหญ่ รองลงมา เรื่องน้ำเสีย อนุรักษ์พลังงาน และพื้นที่สีเขียว โดยกระทรวงทรัพย์ฯ พร้อมสั่งการ ทสจ. ส่งเสริมงานด้านสิ่งแวดล้อมให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีที่เกี่ยวข้อง

 

 

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีเป้าหมายสำคัญที่จะร่วมผลักดันนโยบายระดับชาติ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยน้อมนำแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นธงนำทาง โดยหนึ่งในแนวทางดำเนินการที่สำคัญ คือ การขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาเมืองผ่านกลไกประชารัฐในระดับพื้นที่ และมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมืองอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืนอย่างเต็มความสามารถในการพัฒนาเป็นเมืองน่าอยู่ พึ่งตนเอง และจัดการตนเอง

 

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่า ภายใต้แนวนโยบายดังกล่าว ทส. จึงมีเป้าหมายที่จะร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาและส่งเสริมเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้ทราบถึงแนวทางของการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกเทศบาลครั้งล่าสุด ทส.โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกับ ทสจ. ดำเนินการสำรวจข้อมูลด้านนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของผู้สมัครลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกเทศบาล ใน 72 จังหวัด 490 เทศบาล”

 

“ จากผลการสำรวจพบว่า ผู้สมัครลงเลือกตั้งให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการจัดการขยะเป็นอันดับแรก ถึงร้อยละ 34 ด้วยเป็นปัญหาที่ใกล้ตัว ส่งผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ถือเป็นปัญหาสำคัญในระดับท้องถิ่นในทั่วทุกภาคของประเทศ ขณะนี้นโยบายสิ่งแวดล้อมด้านอื่น ๆ จะขึ้นกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ โดยปัญหาน้ำเสีย ร้อยละ 18 ปัญหาด้านพื้นที่สีเขียวร้อยละ 18 ปัญหาอากาศ ร้อยละ 10 และปัญหาอื่น ๆ เช่น การอนุรักษ์พลังงาน Smart City ร้อยละ 20

 

“ข้อมูลการสำรวจดังกล่าว ทส. จะนำมาใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการพิจารณาในการจัดทำโครงการภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดต่าง ๆต่อไป แต่อย่างไรก็ตามทีผ่านมา ทส.ได้มีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการร่วมในท้องถิ่น อาทิ “โครงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” ตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป้าหมายดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชน อาทิเช่น การบริหารจัดการน้ำ ปัญหาน้ำเสีย และการจัดการขยะ เป็นต้น”

 

นายจตุพรกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ยังได้ร่วมกับ ทสจ. ขับเคลื่อนงาน “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ส่งผลให้มีเทศบาลใน 70 จังหวัดเข้าสู่กระบวนการประเมินและผ่านเกณฑ์ชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน 4 องค์ประกอบ ได้แก่ เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน เทศบาลแห่งการเรียนรู้ และการบริหารจัดการที่ดี และมีเป้าหมายดำเนินการให้ครบทั้ง 76 จังหวัด ภายในปีงบประมาณ 2564 นี้ 

 

“ทุกปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ต้องการความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตครอบคลุมในทุกมิติ ส่งผลให้เกิดความน่าอยู่อย่างยั่งยืนในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย” นายจตุพรกล่าวในที่สุด


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"