ปล่อยกวิ้น-แอมมี่ รับเลิกแตะสถาบัน


เพิ่มเพื่อน    

 ศาลให้ประกัน "เพนกวิน-แอมมี่" แล้ว หลังแถลงรับเงื่อนไขห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ห้ามออกนอกราชอาณาจักร เต็มใจติดกำไล EM ส่วน "ไมค์ ระยอง" นอนเรือนจำต่อ รอตรวจโควิดอีกรอบ "กวิ้น" อมพระทั้งวัดอ้าง ที่ผ่านมาเคยกระทำการใดที่เป็นการเสื่อมเสียต่อสถาบันฯ รวมทั้งในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์

    เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ที่ศาลอาญานัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ จำเลยที่ 6 แกนนำกลุ่มราษฎร และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ จำเลยที่ 17 ศิลปินกลุ่มราษฎร กรณีถูกขังไม่ได้ประกันตัวในคดีชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร หมายเลขดำ อ.287/2564 (เฉพาะในส่วนของนายไชยอมรถูกขังไม่ได้การประกันตัวจากคดีเผาพระบรมฉายาลักษณ์)
    นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของเพนกวิน เปิดเผยว่า ศาลไม่น่าจะมีเหตุผลอื่นให้มีการเลื่อนการไต่สวนแล้ว สำหรับแม่ได้พูดคุยกับเพนกวินครั้งล่าสุดเมื่อตอนที่เพนกวินรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาฯ มีการพูดคุยเรื่องสุขภาพทั่วไป โดยเพนกวินได้ถามกับแม่ว่าทำไมศาลถึงมีการเลื่อนนัดไต่สวน ซึ่งแม่ตอบไปว่าเพราะปัญหาของสุขภาพ และการตรวจคัดกรองโควิด-19 ซึ่งเพนกวินก็ยังยืนยันว่าจะอดอาหารต่อไป
    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพื้นที่ศาลอาญาว่าได้ปิดประตูทางเข้า-ออก ให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการเข้า-ออกประตูฝั่งศาลแพ่งแทน มีการวางกำลังตำรวจดูแลความเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่ พร้อมแนวแผงเหล็กกั้นอาณาเขต ตั้งจุดคัดกรองอนุญาตเฉพาะประชาชนที่มาติดต่อราชการที่ศาล คู่ความในคดีต่างๆ และสื่อมวลชนเข้ามาด้านใน
    นอกจากนี้ มีการวางรั้วลวดหนามภายในกำแพง พร้อมทั้งนำรถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือรถจีโน่ มาจอดตรงกับประตูทางเข้าศาลอาญาด้วย เพื่อเตรียมรับมือกรณีผู้ชุมนุมเครือข่ายกลุ่มราษฎรจะเดินทางมาชุมนุมหน้าศาลอาญาติดตามคดีวันนี้
    สำหรับผู้มาชุมนุมเป็นกลุ่มเดิมๆ เช่น น.ส.เบนจา อะปัญ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กลุ่มเดินทะลุฟ้า และพบว่ามี น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เดินทางมาสังเกตการณ์ในบริเวณศาลด้วย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การไต่สวนนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1 ที่ถูกเบิกตัวนั่งรถเข็นมาศาล โดยอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น ไม่อิดโรยเหมือนที่ผ่านมา, บิดา มารดาของเพนกวิน, รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ประกอบการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายพริษฐ์
    นายพริษฐ์แถลงต่อศาลสรุปได้ว่า ปัจจุบันตนอายุ 22 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ผ่านมามีประวัติด้านการศึกษาได้รับโอกาสไปแข่งขันได้รางวัลถ้วยพระราชทาน ประกอบด้วย รางวัลเพชรยอดมงกุฎ ด้านประวัติศาสตร์ และรางวัลชนะเลิศตอบปัญหารัฐศาสตร์ ที่จัดขึ้นโดยคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตนไม่เคยต้องโทษคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกมาก่อน ซึ่งก่อนถูกคุมขัง ตนพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ โดยมีพ่อแม่เป็นผู้อบรม ดูแล เลี้ยงดู ให้การศึกษา ในวันนี้หากศาลกำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกับนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยในคดีเดียวกันที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ก็ยินดีรับเงื่อนไข
    นายพริษฐ์ยังแถลงต่อศาลด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยกระทำการใดที่เป็นการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และยินดีรับเงื่อนไข จะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล จะเดินทางมาศาลทุกนัด และได้แต่งตั้งทนายความในคดีแล้ว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทนายความจำเลยสอบถามจำเลยเกี่ยวกับการยอมรับเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวว่าจะยอมรับเงื่อนไขไม่เข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองด้วยหรือไม่ เพนกวินขอซักถามและหารือกับทนายความประมาณ 5 นาที
    ศาลจึงระบุว่า การชุมนุมเรียกร้องตามสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญสามารถกระทำได้อยู่แล้ว เพนกวินจึงแถลงยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้ชุมนุมอย่างสงบ สันติ และปราศจากอาวุธ และจะเข้าร่วมเฉพาะกิจกรรมที่สงบสันติ จะไม่ไปเข้าร่วมกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
    จากนั้นทนายความได้สอบถามเพนกวินเกี่ยวกับโรคประจำตัว เพนกวินแถลงว่าตนมีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัว หากไม่ได้รับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างถูกต้อง อาจเกิดอันตรายต่อชีวิต ตนรู้จักกับผู้ช่วยศาสตราจารย์อดิศร จันทรสุข รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หากศาลกำหนดเงื่อนไข นอกจากพ่อแม่ ให้มีอาจารย์อดิศรกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลก็ยินดี
    ส่วนการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) ได้หรือไม่นั้น ส่วนตัวรู้สึกว่าอาจจะกระทบต่อการไปเรียนหนังสือ แต่หากศาลกำหนดเงื่อนไขนี้ด้วยก็ยินดี
    นอกจากนี้ อัยการโจทก์ได้ถามค้านเพนกวิน เกี่ยวกับเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวว่า รวมถึงการกระทำใดๆ ในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ที่เพนกวินดูแลด้วยหรือไม่ เพนกวินตอบอัยการโจทก์ว่า ตนไม่เคยใช้สื่อออนไลน์สร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์
    จากนั้น มารดาของเพนกวินแถลงต่อศาลสรุปได้ว่า ตนมีลูก 2 คน เพนกวินเป็นลูกชายคนโต ที่ผ่านมาพักอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ ซึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู ส่วนประวัติการศึกษา เพนกวินเป็นเด็กเรียนดีได้ทุนเรียนดีมาโดยตลอดตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มีนิสัยใจดี มีน้ำใจ ไปแข่งขันสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันการศึกษามาโดยตลอด และถ้าไม่ถูกควบคุมตัว เชื่อว่าปีนี้ เพนกวินจะเรียนจบระดับปริญญาตรี และได้รับเกียรตินิยมด้วย จึงได้ยื่นเหตุผลเรื่องการศึกษาในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ลูกชายได้กลับไปเรียนหนังสือ และก่อนหน้านี้ เพนกวินก็ไม่เคยต้องโทษคำพิพากษาถึงที่สุดมาก่อน หากได้รับการปล่อยชั่วคราวไป ในฐานะแม่เชื่อว่าจะควบคุมดูแลเพนกวินให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลได้
    ด้านบิดาของเพนกวิน แถลงต่อศาลสรุปได้ว่า ที่ผ่านมาพ่อและแม่เป็นผู้อบรมพฤติกรรมของเพนกวิน หากศาลมีเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อ ก็ขอยืนยันต่อศาลว่าตนจะกำชับให้ลูกชายปฏิบัติบัติตามเงื่อนไขทั้งหมด
    ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์อดิศร จันทรสุข รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงต่อศาลสรุปได้ว่า ตนมีหน้าที่ดูความประพฤติ ระเบียบวินัย และการจัดกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษา ที่ผ่านมาเพนกวินมีผลการเรียนที่ดีมาก ไม่เคยได้รับการลงโทษใดๆ อยู่ในเกณฑ์ความประพฤติดี ปัจจุบันเพนกวินได้พักการเรียนไว้ หากได้รับการปล่อยชั่วคราวก็สามารถกลับไปเรียนได้ ส่วนเงื่อนไขที่เพนกวินแถลงต่อศาล ก็เชื่อว่าเพนกวินจะปฏิบัติตามได้ และยินดีที่จะช่วยศาลกำชับดูแลเพนกวิน
    ส่วนเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องขังทั้งในเรือนจำและระหว่างเดินทางมาศาล แถลงต่อศาลสรุปได้ว่า ระหว่างที่เพนกวินอยู่ในเรือนจำ หรือเดินทางมาศาล เพนกวินก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ไม่ได้ฝ่าฝืนระเบียบ และมีความประพฤติเรียบร้อยดี
    สำหรับการไต่สวน นายไชยอมร หรือแอมมี่ จำเลยที่ 17 ที่ถูกเบิกตัวมาศาล ตามด้วยบิดาและมารดาของแอมมี่ขึ้นเบิกความต่อศาล
    นายไชยอมรเบิกความมีเนื้อหาสรุปได้ว่า ก่อนเข้าเรือนจำตนมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับกระจกตา ทุกวันค่าสายตาเปลี่ยน รับแสงได้น้อย มีโอกาสตาบอด การรักษาต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเท่านั้น ซึ่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง และเมื่อเข้าเรือนจำยังมีอาการความดันโลหิตสูงด้วยที่ผ่านมาไม่มีเจตนาหลบหนี การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรียุธยา เนื่องจากไปพักผ่อนแต่งเพลง และทำธุรกิจ โดยจะเดินทางไปเฉลี่ยเดือนละ 2-3 ครั้ง ขณะที่ถูกจับกุมก็เดินทางไปพักผ่อน ไม่ได้หลบหนี  และหากได้รับการปล่อยชั่วคราว ยินดีรับทุกเงื่อนไขที่ศาลกำหนด เช่น การไม่พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ออกนอกประเทศ ไม่ร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดการยั่วยุหรือก่อให้เกิดความรุนแรง และจะมารายงานตัวที่ศาลทุกนัด
    ส่วนการติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ EM ได้หรือไม่นั้น ยินดีติดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะไม่หลบหนี แต่กังวลอาจมีสัญญาณรบกวน เนื่องจากตนต้องทัวร์คอนเสิร์ตและเดินทางข้ามจังหวัด
    อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นการไต่สวน จนกระทั่งเวลา 18.20 น. ศาลสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนายพริษฐ์และนายไชยอมร พร้อมเงื่อนไขห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ห้ามออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ให้มาศาลตามกำหนดนัด พร้อมแต่งตั้งผู้กำกับดูแลจำเลยให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข
    ส่วนนายภาณุพงศ์ จำเลยที่ 6 ศาลให้เลื่อนการไต่สวนออกไปก่อน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งการตรวจไวรัสโควิด-19 ของจำเลยที่ 6 ไม่พบเชื้อ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2564 ซึ่งจำเลยที่ 6 มีประวัติสัมผัสกับนายอานนท์ นำภา จำเลยที่ 2 ที่ยืนยันการติดเชื้อ จึงต้องรอผลตรวจของจำเลยที่ 6 อีกครั้ง ให้ราชทัณฑ์รายงานผลตรวจให้ศาลทราบ
    ขณะที่ น.ส.เบนจา อะปัญ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ถูกออกหมายจับ "ร่วมกันพยายามข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมีชอบด้วยหน้าที่, ร่วมกันดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณา ร่วมกันมั่วสุมกับตั้งแต่สิบคนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองและเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความนิดไป แต่ผู้กระทำไม่เลิก, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่แออัดกันกว่า 20 คนโดยไม่ได้รับอนุญาตในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อ, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่" ที่นำมวลชนบุกเข้าไปบริเวณประตูทางขึ้นศาลอาญา เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำ เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา เตรียมตัวเดินเท้าไปรับทราบข้อหาที่ สน.พหลโยธิน
    ซึ่งในคดีเดียวกันนี้ นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท แกนนำราษฎรนนทบุรี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาเดียวกันได้รับการประกันตัวไปแล้ว โดย น.ส.เบนจาเผยว่า เมื่อรู้ว่าศาลได้อนุมัติหมายจับตนก็จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาเอง ตำรวจไม่ต้องมาจับที่บ้านหรือหอพัก จากนั้นมวลชนได้ตั้งขบวนเดินจากศาลอาญาไปส่ง น.ส.เบนจา ที่ สน.พหลโยธิน เพื่อรับทราบข้อหา.


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"