โรงงานสงขลาลามอีก33 นครพนมปรับแผนเข้าจว.


เพิ่มเพื่อน    

 สมุทรปราการ-นนทบุรียังพุ่งเกินร้อย นครพนมติดเชื้อ 3 ราย มาจาก กทม.-ปริมณฑล คลัสเตอร์รถตู้เพิ่ม 1 ราย ปรับแผนตรวจหาโควิดก่อนเข้าพื้นที่ สงขลาผวาโควิดโรงงานลามอีก 33 คน เร่งตรวจเชิงรุกให้ครบ 2 พันคน เกจิดังภาคใต้ชวนฉีดวัคซีน เหมือนสร้างกำแพงป้องชีวิตตัวเองและครอบครัว

    เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นพ.พรณรงค์  ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อจำนวน 194  ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 167 ราย   อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 20   ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน 2 ราย,  อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 1 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 9  ราย, อำเภอบางบ่อ จำนวน 1 ราย, อำเภอบางเสาธง 134 ราย พบจากการเฝ้าตรวจระวังเชิงรุกในบริษัท โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการ จำนวน 27 ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จนถึงปัจจุบัน จำนวน 3,614 ราย
    ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จ.นนทบุรี ว่า ผู้ป่วยใหม่ จำนวน 133 ราย สาเหตุติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากผู้สัมผัสใกล้ชิด ครอบครัวและตลาดสด โดยแบ่งเป็น เพศหญิง 81 ราย และเพศชาย 52 ราย ชาวเมียนมา 9 ราย
    ที่ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นพ.มานพ ฉลาดธัญญกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม แถลงว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่ม 3 ราย รวมยอดสะสม 127 ราย รักษาหายแล้ว 96 ราย กำลังรักษาอยู่ รพ. 29 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยผู้ติดเชื้อทั้ง 3 รายล้วนเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง วันนี้ไม่มีศึกในแล้ว มีแต่ศึกนอก คือผู้มาจากพื้นที่เสี่ยง แต่จะไปห้ามไม่ให้เขากลับบ้านก็ไม่ได้ แต่เมื่อเข้ามาแล้วต้องไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จึงให้นายอำเภอแต่ละอำเภอดูรีสอร์ตหรือโรงแรมเป็นสถานที่กักตัวก่อนเข้าบ้าน
    นพ.มานพกล่าวว่า สำหรับ 3 รายที่พบล่าสุดนี้มาจากพื้นที่เสี่ยงทั้งสิ้น และ 1 รายมาจากคลัสเตอร์รถตู้ เป็นชายอายุ 22 ปี ชาวอำเภอศรีสงคราม เป็นเพื่อนกับผู้ป่วยรายที่ 124 ทั้งคู่ทำงานในสถานที่เดียวกันในจังหวัดนนทบุรี หลังมีอาการชักชวนกันกลับภูมิลำเนา โดยทั้งสองนั่งอยู่เบาะหลังสุด เมื่อเดินทางถึงบ้านไปกักตัวเองที่เถียงนา กระทั่งมีเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บตัวอย่างผลตรวจพบเชื้อโควิด ซึ่งผู้โดยสารในรถตู้คันดังกล่าวที่เหลือ 13 คน มีโอกาสติดเชื้อเกือบทั้งคัน ส่วนอีก 2 รายเป็นคู่สามีภรรยา (รายที่ 126-127) ประกอบอาชีพขายอาหารตามสั่งที่แฟลตเคหะบ่อนไก่ เขตปทุมวัน กทม. ซึ่งเป็นชุมชนแออัดใกล้กับชุมชนคลองเตย เดินทางกลับบ้านที่อำเภอนาแก ด้วยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมครอบครัว 4 คน และเข้ารับการตรวจพบว่าทั้งคู่ติดเชื้อ
    ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย  ผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยนายวิเชียรกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ได้มีการวางแผนรองรับและกำหนดจุดที่จะทำการฉีดวัคซีนเบื้องต้นทั้งสิ้น 39 จุด และคาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้วันละ 40,000 ราย ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียน 51,698 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.04% จากเป้าหมายทั้งหมดที่ได้รับวัคซีนจำนวน 8.6 แสนโดส ทั้งนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 785 ราย เสียชีวิตสะสม 5 ราย   
    ที่ จ.บุรีรัมย์ บรรยากาศในตลาดสดเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง พบว่า พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วมีความมั่นใจและสบายใจมากขึ้น ด้านนายพิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การฉีดวัคซีนขั้นตอนต่อไป ที่มีกำหนดจะเริ่มในวันที่ 7 มิ.ย. ซึ่งมีเป้าหมายที่ 9 แสนคน ขณะนี้มีลงทะเบียนแจ้งความประสงค์รับการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 360,000 คน
    ที่ จ.ขอนแก่น น.ส.ณิชชา อินทร์ดี อายุ 40 ปี พนักงานห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัด พร้อมด้วยนายภพ อินทรโชติ อายุ 30 ปี ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดกับ น.ส.ณิชชา ได้นำเอกสารหลักฐานผลยืนยันการตรวจโควิดจากโรงพยาบาลขอนแก่นทั้ง 3 ครั้ง ว่าเป็นลบ เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาขอโทษและชี้แจงต่อสังคม เนื่องจากวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าที่กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขขอนแก่น ตรวจพบว่าตนเองเป็นบวก ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาที่ รพ.ขอนแก่น เป็นเวลา 2 วัน 3 คืน แต่ผลตรวจอีกครั้งปรากฏว่าเป็นลบทั้ง 3 ครั้ง  แต่ปรากฏว่าเมื่อกลับไปทำงานกลายเป็นรังเกียจของสังคม อีกทั้งตอนที่หยุดงาน ตนเองครอบครัวและเพื่อนร่วมงานอีก 15 คน ไม่ได้รับเงินเดือน เพราะทางบริษัทต้นสังกัดแจ้งเป็นขาดงาน ต้องขาดรายได้มาจุนเจือครอบครัวอีกด้วย
    ที่ จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 25 คน ทำให้มียอดสะสม 681 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 8 ราย สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่ 8 เป็นผู้ชายอายุ 86 ปี บ้านอยู่ ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ และเป็นผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์ไหว้ครูหมอโนราในพื้นที่
     ที่ จ.สงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าฯ สงขลา เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 33 ราย คนไทย 27 ราย คนต่างชาติ 6 ราย มาจากคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลแห่งหนึ่ง อ.จะนะ ซึ่งมาจากตรวจคัดกรองคลัสเตอร์ร้านอาหารเฝอ มีพนักงานบริษัทติดเชื้อ 2 ราย ทำให้ยอดสะสม 897 คน ทั้งนี้มีพนักงานบริษัทประมาณ 2,000 คน ขอให้พนักงานที่ทำงานในบริษัทให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านด่วน  
     มีรายงานว่า นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ได้นำทีมแพทย์เข้าไปตรวจหาเชื้อที่โรงงานมาแล้ว ซึ่งมีแรงงานต่างชาติ 50% โดยมีผู้ที่เข้ารับการตรวจคัดกรองมากกว่า 566 คน   ทำให้ขณะนี้โรงงานดังกล่าวกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ของสงขลา
    ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินี ณ อำเภอนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา พระครูสุวัฒนาภรณ์ หรือพระอาจารย์ภัตร อริโย เจ้าอาวาสวัดนาทวี และรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เกจิดังภาคใต้ ได้เดินทางไปดูห้องปฏิบัติการทางอณูชีวโมเลกุล โดยพระครูสุวัฒนาภรณ์ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดครบ 2 เข็มแล้ว ฉีดครบมาประมาณ 15 วันแล้ว โดยระบุว่าร่างกายก็ดี ทุกอย่างก็ดี มีความมั่นใจ และขอเชิญชวนญาติโยมพี่น้อง พุทธบริษัททุกคนมาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพราะเท่ากับเราสร้างกำแพงให้กับตัวเองในการปกป้องชีวิตเราและครอบครัว
     ที่ จ.กระบี่ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 10 ราย หมู่ที่ 6 บ้านนาทุ่งกลาง และหมู่ที่ 10 บ้านขุนสมุทร ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา จึงประกาศปิด 2 หมู่บ้านดังกล่าวแล้วเพื่อควบคุมโรค
    ที่ จ.พัทลุง มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเป็นรายที่ 3 โดยเป็นผู้ป่วยชาย อายุ 64 ปี เป็นความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นชาว ต.ลำปำ อ. เมืองฯ
    ที่ จ.ยะลา บรรยากาศของการเฉลิมฉลองวันตรุษอีดิลฟิตรี หรือวันฮารีรายอ ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดยะลาในปีนี้ มีเพียงแค่การละหมาดกันภายในครอบครัวเท่านั้น เนื่องจากทางจังหวัดได้ออกประกาศถึงการงดการรวมกลุ่มจำนวนมาก โดยเฉพาะการละหมาดที่มัสยิด และให้ทำการละหมาดที่บ้านแทน.

 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"