‘สมยศ’หวิดคุก ‘ศาล’ให้ประกัน จับตาเคส‘กวิ้น’


เพิ่มเพื่อน    

 "สมยศ" หวิดเข้าไปอยู่ในเรือนจำคดีป่วนหน้าศาล โชคดีได้ประกันแต่ต้องใส่กำไลอีเอ็ม "เพนกวิน" จ่อรีเทิร์น "สนธิญา" ร้องศาลอาญาวินิจฉัย โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงสถาบันฯ ผิดเงื่อนไขประกันตัวหรือไม่ แม่ไมค์แจ้นฟ้องเพื่อไทยช่วยลูกด้วย โฆษกเบอร์ 1 รับลูกทันที

    วันที่ 14 พ.ค.2564 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ให้พิจารณากรณีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ "สาส์นแรกแห่งอิสรภาพ" หลังจากที่ศาลได้อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมาสู้คดี เพื่อให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขัดต่อเงื่อนไขที่ระบุไว้ในคำขอประกันตัวหรือไม่
    นายสนธิญากล่าวว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นประชาชนชาวไทยคนหนึ่ง หลังได้อ่านข้อความที่นายพริษฐ์โพสต์เฟซบุ๊กแล้ว รู้สึกไม่สบายใจ และอาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการขอปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา เพราะข้อความที่ปรากฏมีลักษณะพาดพิงสถาบันฯ ตนจึงทำหนังสือยื่นถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อให้พิจารณาใน 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ การตรวจสอบว่าเฟซบุ๊กที่มีการเผยแพร่ข้อความลักษณะดังกล่าวเป็นของนายพริษฐ์หรือไม่ และเนื้อหาข้อความเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวของศาลหรือไม่ เพื่อให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาใช้ดุลยพินิจเพื่อดำเนินการต่อไป
    วันเดียวกันนี้ พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ จูสกูลวิจิตร์ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาคดีชุมนุมหน้าศาลอาญา รวม 2 สำนวน สำนวนแรก คดี ฝ.547/2564 ผู้ต้องหา 13 คน ประกอบด้วย นายศุภกิจ บุญมหิทานนท์ อายุ 19 ปี, นายวีรภาพ วงษ์สมาน อายุ 18 ปี, นายปรณัท น้อยนงค์เยาว์ อายุ 25 ปี, นายพัชรวัฒน์ โกมลประเสริฐกุล อายุ 18 ปี, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อายุ 22 ปี (แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก), ว่าที่ ร.ต.อิทธิกร ทรัพย์แฉ่ง อายุ 21 ปี, น.ส.ปรัชญา สานจิตสัมพันธ์ อายุ 24 ปี, น.ส.สุทธิตา รัตนวงศ์ อายุ 23 ปี, นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง อายุ 22 ปี, นายศรัณย์ อนุรักษ์ปราการ อายุ 21 ปี, นายชาติชาย แกดำ อายุ 37 ปี, นายชนกันต์ เคืองไม่หาย อายุ 19 ปี และนายยงยุทธ ฮังนนท์ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-13 ส่วนสำนวนที่สอง คดี ฝ.548/2564 ยื่นฝากขังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อายุ 59 ปี แนวร่วมกลุ่มราษฎร ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 732/2564 ลงวันที่ 11 พ.ค. 2564
    ในความผิดฐานร่วมกันดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณา, ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้กระทำผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไป แต่ผู้กระทำไม่เลิกมั่วสุม, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่แออัดเกินกว่า 20 คน โดยไม่ได้รับอนุญาตในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคติดต่อ, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198, 215, 216 ประกอบมาตรา 83 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 มาตรา 9, 18 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34 ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 25 เม.ย.2564 พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4, 9
    โดยเป็นการฝากขังครั้งแรกมีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-25 พ.ค.2564 เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังต้องสอบพยานอีก 10 ปาก, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา
    ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหา เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราว เกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
    ภายหลังฝากขัง นายสมยศยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน โดยทำสัญญาประกัน 8 หมื่นบาท ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ยกเว้นได้รับอนุญาตจากศาล, ให้ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไลอีเอ็ม) และห้ามออกนอกกรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี และสมุทรปราการ
          วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนนางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น และประธานกรรมาธิการฯ รับหนังสือร้องเรียนจากนางยุพิน มะณีวงศ์ มารดาของนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ที่พรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้เรียกอธิบดีกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงเหตุผลและหลักการที่ไม่อนุญาตให้นายภาณุพงศ์ได้รักษาตัวที่โรงพยาบาลภายนอกเรือนจำ เนื่องจากติดเชื้อโควิด-19 เพราะยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา อีกทั้งนายภาณุพงศ์ยังมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งต้องได้รับการดูแลและแยกตัวออกจากเรือนจำ ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ถูกคุมขังจำนวนมาก นอกจากนี้ นางมุกดา ประธานกรรมาธิการฯ ได้พูดคุยกับมารดาของนายภาณุพงศ์ผ่านวิดีโอคอล และยืนยันว่าจะจัดประชุมเพื่อมีมติเรียกอธิบดีกรมราชทัณฑ์และผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ในวันที่ 19 พ.ค. พร้อมทั้งให้กำลังใจมารดาของนายภาณุพงศ์ ขอให้ลูกได้รับอิสรภาพโดยเร็ว  
    นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า ตนเข้าใจเรื่องอิสระของอำนาจศาล แต่เรื่องนี้จะเกิดจากความคลาดเคลื่อนหรือเจตนาใดก็ตามเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข ไม่งั้นจะกลายเป็นความลักลั่น และอำนาจตุลาการอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายักยอกอิสรภาพของผู้ต้องขังบางคนหรือไม่ ไม่ใช่เฉพาะไมค์ แต่ผู้ต้องขังคดีการเมืองทุกคนควรได้รับสิทธิ์ไต่สวนทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แล้วปล่อยตัวตามมาตรฐานเดียวกับคนอื่นๆ รวมถึงผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีทั่วไปก็ควรได้รับสิทธิ์นี้ ส่วนเงื่อนไขหรือผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรอาจขึ้นอยู่กับประเภทคดี ความหนักเบาของพฤติการณ์ ผมไม่ก้าวล่วง
    นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายสุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล นักร้องโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมรูปถ่ายคู่กับนายปิยบุตร แสงกนกกุล  และนางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า มีข้อความทีมทนายผม และยังมีข้อความมีรูปถ่ายคู่นายโทนี่มาให้นายกฯ ตกอกตกใจเล่นๆ นั้น โดยนายเสกสกลระบุว่า นายกฯ คงไม่ได้สนใจ หรือจะแสดงอาการตกใจกับภาพถ่ายของนายสุทธิพงศ์ เพราะนายกฯ ไม่ได้มีเวลาเล่นสนุกสนานกับใคร มีแต่เวลาที่จะต้องแก้ไขปัญหาบ้านเมืองมากกว่า อีกทั้งที่นายสุทธิพงศ์พูดถึงคุณโทนี่นั้น ยังเป็นบุคคลที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ เพราะมีคดีทุจริตหลายข้อหา จึงไม่เข้าใจว่านายสุทธิพงศ์พูดถึงเพื่อต้องการอะไร หรือไม่อยากให้คนไทยลืมผู้นำในอดีตที่เคยโกงกินแล้วหนีเอาตัวรอด นายสุทธิพงศ์หวังดีหรือเจตนาดีต่อนายโทนี่หรือเปล่าตนไม่ทราบ
    "หากคุณสุทธิพงศ์สนิทกับนายโทนี่และคุณยิ่งลักษณ์จริง อย่าพูดแต่ปากว่าได้ถ่ายรูปคู่ แต่ขอฝากคุณสุทธิพงศ์ไปบอกทั้งสองคนว่าให้กลับประเทศมาสู้คดี อย่าหนีไปมีความสุขสบายที่ต่างประเทศเลย แต่หากไม่กลับ ผมก็ขอให้รับคุณสุทธิพงศ์และกลุ่มคณะก้าวหน้า ไปอยู่ด้วย เพราะอยู่ที่ประเทศไทยก็มีแต่จะทำให้เกิดความขัดแย้งในประเทศไทย โดยการก้าวล่วง จาบจ้วงสถาบันไม่หยุด ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ที่รักสถาบัน ปกป้องสถาบัน คงไม่พอใจและจะไม่ยินยอมให้คนมีพฤติกรรมหนักแผ่นดินเช่นคนเหล่านี้ออกมาทำลายสถาบันเบื้องสูงอย่างแน่นอน" นายเสกสกลกล่าว.

 

 

 


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"