พปชร.เมินบี้‘บิ๊กตู่’ไขก๊อก


เพิ่มเพื่อน    

 พปชร.ไม่ให้ราคากลุ่มประชาชนคนไทยเรียกร้องบิ๊กตู่ลาออก เปิดทางตั้งรัฐบาลสร้างชาติ ยกเสียงประชาชน 8.4 ล้านหนุนประยุทธ์เข้าข่ม  หยันไม่ใช่สมาชิกรัฐสภา แถลงเลื่อนลอย ไม่มีน้ำหนัก พรรคก้าวไกลกังขา รบ.สร้างชาติ เปิดช่องนายกฯ คนนอก เอื้อสืบทอดอำนาจ ชี้เหมือนปิดบังบางอย่าง

    มีความเห็นทางการเมืองตามมาจากหลายฝ่าย กรณีกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ แถลงข่าวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสียสละลาออก เนื่องจากล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการ ระบาดของไวรัสโควิด-19 และปฏิรูปการเมือง เปิดทางให้มีการตั้งรัฐบาลสร้างชาติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272
    โดยเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งไม่ใช่สมาชิกรัฐสภา ไม่ได้มีผลอะไร อีกทั้งข้อเรียกร้องเป็นการเรียกร้องตามอำเภอใจที่ตัวเองต้องการ ไม่มีพื้นฐานความเป็นไปได้ทั้งสิ้น ไม่รับกับข้อเท็จจริง ที่ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง มีผลงานที่ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
    รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐย้ำว่า การที่คนกลุ่มหนึ่งมาเรียกร้องก็เรียกร้องไป แต่ไม่มีผลใด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เหมาะสมที่จะทำหน้าที่ในปัจจุบันอยู่แล้ว และในสภาทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปดำเนินการตามข้อเรียกร้อง ดังนั้นข้อเรียกร้องจึงเลื่อนลอย
    “เขาเห็นว่าคงได้ประโยชน์จากข้อที่เรียกร้อง แต่ไม่มีสถานะใดที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีน้ำหนัก เมื่อเทียบกับประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศและประชาชนที่เลือก พล.อ.ประยุทธ์ 8.4 ล้านคน ยังคงเชื่อมั่นในรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะเดียวกันมีความมั่นใจว่าหากมีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางมากขึ้น จะสามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดได้ ส่วนปัญหาเศรษฐกิจ นายกฯ ได้ทุ่มเทแก้ไขปัญหาไปมากพอสมควรแล้ว ทุกอย่างจะไปได้ดี และหากฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายตามสิทธิที่มีอยู่ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่มั่นใจว่าประชาชนจะสนับสนุนการทำหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป” นายไพบูลย์กล่าว
    ขณะที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า นายกฯและรัฐบาลทำงานได้ดี ขณะนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้า ทั้งการดูแลผู้ป่วย การตรวจหาเชิงรุกผู้ติดเชื้อ การรักษา หาโรงพยาบาลสนาม นำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาให้รวดเร็วที่สุด รวมไปถึงการบริหารจัดการวัคซีน ที่กำลังทยอยเข้ามาเป็นจำนวนมาก และจะนำไปฉีดให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด ให้เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศก็เห็นการทำงานของนายกฯ และรัฐบาลทำงานตั้งใจและแก้ปัญหาได้ แต่วิกฤติโควิดเกิดขึ้นทั่วโลก บางประเทศหนักมากกว่าประเทศเราหลายสิบเท่า และการปฏิรูปด้านต่างๆ นั้น เราก็ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จนมีกฎหมายหลายฉบับผ่านสภาไปแล้วมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ขอให้มองอย่างเปิดใจว่านายกฯ และรัฐบาลทำดีที่สุด ตั้งใจทำสุดความสามารถ และจังหวะวิกฤติโควิดอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง ขอให้เปิดใจ ใครมาเป็นนายกฯ และ รัฐบาลในภาวะเช่นนี้เจอศึกหนักกองทัพโควิดศัตรูตัวร้ายกาจ ก็ต้องเหนื่อยและทุ่มตัวสู้สุดชีวิตเช่นกัน
    "การที่จะมาให้นายกฯ เสียสละลาออก เปิดทางนายกฯ คนนอกทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร คงจะเป็นไปไม่ได้ และสถานการณ์ก็ยังไปไม่ถึงขั้นนั้นอย่างแน่นอน ประเทศอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาโควิดที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันช่วยกันแก้ไขปัญหา จึงไม่ควรที่จะออกมาพูดเรื่องนี้ อีกทั้งการแก้ไขปัญหาจะต้องไม่สะดุด และต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องของชีวิตความปลอดภัยประชาชนสำคัญกว่าเรื่องอื่นใดที่จะต้องทำเร่งด่วนก่อนเรื่องอื่นๆ ขอให้กลุ่มประชาชนคนไทยมาช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับประเทศก่อนจะดีกว่าที่จะออกมาเรียกร้องในเรื่องการเมือง
" นายเสกสกลกล่าว
     ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ว่าไปถามนายกรัฐมนตรีเอง แต่มองว่าเป็นเรื่องปกติที่คนที่ขึ้นมาทำหน้าที่บริหารประเทศ ย่อมมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจ รัฐบาลและนายกก็มีหน้าที่ในการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และทำในสิ่งที่สามารถอธิบายกับประชาชนได้ จนถึงวันนี้ยังคิดว่านายกฯ สามารถชี้แจงและอธิบายในสิ่งที่ทำไปกับประชาชนได้
รบ.สร้างชาติ เปิดช่องสืบทอดอำนาจ
    ด้านพรรคฝ่ายค้าน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวเช่นกันว่า ชัดเจนว่าทุกฝ่ายเห็นตรงกันโดยทั้งที่นัดหมายและไม่ได้นัดหมาย ว่าถึงเวลาแล้วไม่ควรได้โอกาสอีกต่อไป มีตัวชี้วัดหลายอย่างบ่งบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ล้มเหลวปัญหาปากท้อง การจัดการโควิดล้มเหลว เรียกว่าเลยเส้นตาย หลายฝ่ายรู้สึกว่าหมดเวลาแล้วสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนข้อเสนอให้เลือกนายกฯ นอกบัญชีนั้น พูดกันตรงไปตรงมา ช่องทางนี้อาจจะเป็น การให้ได้มาซึ่งวิธีการที่ในอดีตเราเรียกมันว่าการสืบทอดอำนาจ ถึงที่สุดเรายังมีแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีอยู่อีกหลายคน เช่น นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
    นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรายังใช้ช่องทางปกติตามรัฐธรรมนูญได้ เหมือนที่ฝ่ายค้านเคยแถลงไปก่อนหน้านี้ คนที่จะมาแทนคืออยู่ชั่วคราวนำพาประเทศออกจากวิกฤติมากกว่าจะอยู่ระยะยาว ซึ่งเวลาพูดเรื่องจะเอาคนนอกรัฐธรรมนูญ คำถามคือ คนที่เสนอก็ไม่ได้มีความชอบธรรมขนาดนั้น ในฐานะประชาชนมีสิทธิ์คิดและพูด แต่ไม่ได้หมายความว่าการเสนอตรงนั้นจะสร้างการยอมรับในหมู่ประชาชนทันที
    "ต้องพูดกันก่อนเวลาเสนอบัญชีคนนอก คำถามคือแล้วบัญชีปกติมันมีปัญหาอย่างไร ทำไมไม่ใช้บัญชีปกติ อยู่ๆไปเสนอใครขึ้นมา ประชาชนอาจตั้งคำถามว่าคือความพยายามสืบทอดอำนาจหรือเป็นความพยายามในการปิดบังอะไรบางอย่างที่ประชาชนยังไม่รู้หรือเปล่า  เป็นเรื่องอันตรายที่มาเสนอบัญชีคนนอก ทั้งๆ ที่กลไกปกติยังไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่" ส.ส.พรรคก้าวไกลตั้งข้อสังเกต
    นายรังสิมันต์กล่าวว่า ทำไมไม่ใช้วิถีทางปกติถึงที่สุดก่อน จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีกว่า ซึ่งถ้าเราเริ่มยุคหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยวิธีการอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยทำ ไม่ได้แปลว่าประเทศนี้จะมีเส้นทางที่สดใส ซึ่งถ้า พล.อ.ประยุทธ์ลาออก มีความเป็นไปได้ที่ ส.ว.จะเลือกกลับมาอีก หรือกระทั่งหากมีการยุบสภา พล.อ.ประยุทธ์ ก็อาจจะกลับมา แต่ ส.ว.ยังเลือกกลับมาอีก โดยไม่สามารถอธิบายสังคมได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือคนก็จะไม่ยอมรับ ที่ทางของ ส.ว.ก็ต้องหยุดด้วย คิดว่า ส.ว.ก็ต้องตระหนักด้วยว่าการทำอะไรที่ฝ่าฝืนน้ำใจประชาชนมากๆ ระวังวันหนึ่ง ส.ว.จะไม่มีพื้นที่ให้อยู่ในสังคมไทยอีกต่อไป
    นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนฯ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ขอชื่นชมนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษากลุ่มประชาชนคนไทย ที่แถลงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์เสียสละลาออก เป็นการชี้ให้เห็นถึงปัญหาของบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงมา เห็นแก่ประชาชนอย่างแท้จริง เห็นด้วยกับข้อเสนอทั้งหมด อยากฝากถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ที่นำมวลมหาประชาชนชุมนุมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศ เปิดช่องให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามามีอำนาจ และได้ให้สัญญาว่าจะปฏิรูปประเทศทุกด้าน สร้างความสมานฉันท์ปรองดองให้กับคนในชาติ แต่ผ่านมา 7 ปีแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำตามสัญญา นายสุเทพจะตอบคำถามกับมวลมหาประชาชนว่าอย่างไร โดยเฉพาะคนที่บาดเจ็บล้มตาย เสียสละชีวิตเพื่อหวังให้บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาในทางที่ดีขึ้น แต่บัดนี้สิ่งที่พวกเขาเรียกร้องยังไม่เกิดมรรคผล มิหนำซ้ำประเทศชาติกำลังถดถอย ล้าหลัง เพราะผู้นำประเทศบริหารบ้านเมืองล้มเหลว ประชาชนกำลังทุกข์ยาก เดือดร้อนแสนสาหัส การปล่อยให้ไวรัสโควิดระบาดหนักยิ่งซ้ำเติมระบบเศรษฐกิจหายนะถึงขั้นเกิดกลียุคได้
    นายอดุลย์กล่าวว่า อยากให้นายสุเทพทบทวนข้อเรียกร้องปฏิรูปประเทศ 5 ด้านของ กกปส. ว่ามีอะไรเป็นรูปธรรมบ้าง 1. ปฏิรูปการเมือง ก็ได้นักการเมืองหน้าเดิมๆ เข้ามามีอำนาจ ทั้ง รมต.เรียงหิน รมต.ค้าแป้ง 2.ปฏิรูปปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่สามารถเอาผิดคนโกงชาติได้อย่างจริงจัง และยังอุ้มพวกกันเอง อย่างเช่นนาฬิกายืมเพื่อน 3.ปฏิรูปกระจายอำนาจการปกครอง แต่รัฐราชการกลับเติบโตเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิม 4.ปฏิรูปความเหลื่อมล้ำ กลับเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่เจ้าสัวไม่กี่คน ทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก 5.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กลับใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือรักษาอำนาจตัวเอง และยังสองมาตรฐาน เหมือนเดิม ที่เห็นชัดคือการซื้อเวลาหมกเม็ดปฏิรูปตำรวจแบบหน้าด้านๆ
    “ส่วนเรื่องการสร้างความปรองดองรวมทั้งการปฏิรูปประเทศ ที่นายสุเทพอ้างว่าถูกหักหลัง แต่กลับออกมาหนุน พล.อ.ประยุทธ์ แสดงว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดกัน และบัดนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ทำตามสัญญา การสืบทอดอำนาจของ คสช.ยิ่งทำให้ประเทศชาติถดถอย หากประเทศชาติล่มจม นายสุเทพจะร่วมหัวจมท้ายกับ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ในฐานะที่ปลุกประชาชนออกมาเรียกร้องปฏิรูปประเทศ จะต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจน หากอ้างว่าถูกหักหลัง แต่ยังหนุน พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจ เท่ากับโกหกประชาชน และหากไม่แสดงความรับผิดชอบเท่ากับทรยศประชาชน เป็นการสมคบคิดให้เกิดการรัฐประหารและสืบทอดอำนาจเพื่อพวกพ้องตัวเองเท่านั้น”นายอดุลย์กล่าว
ไทยไม่ทนขู่อย่าให้ถึงขั้นลงถนน  
    บ่ายวันเดียวกัน ที่สถานีพีซทีวี กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย จัดเวทีอภิปรายออนไลน์ โดยเนื้อหายังคงมุ่งเน้นโจมตีรัฐบาลจากการบริหารประเทศไร้ประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหาไวรัสโควิดล้มเหลว พร้อมกับเรียกร้องให้ออกจากตำแหน่ง
    นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปถึงประชาชนว่า ถึงเวลาแล้วที่จะขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์และพวก ให้ออกจากการรวบอำนาจ สังคมไทยอึดอัดมานาน ขอให้ผู้ได้รับผลกระทบต่างๆจากรัฐบาล ฟ้องร้องรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ เรียกร้องให้ ครม.ลาออกจากตำแหน่ง ถ้าไม่ลาออก ต้องร่วมรับผิดชอบกับรัฐบาลประยุทธ์ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะถอยหลังเข้าคลองไปเรื่อยๆ ล่าสุดพยายามผูกขาดวัคซีน ทำให้ภาคเอกชนทนไม่ได้ สั่งวัคซีนมาฉีดให้ประชาชน แต่รัฐบาลยังพยายามผูกขาด โดยอ้างว่าวัคซีนต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลเพียงผู้เดียว ไม่ต้องตั้งคำถาม หากประยุทธ์ไม่อยู่จะเอาใครมาเป็นแทน ซึ่งกลไกต่างๆ ก็ยังอยู่ แล้วบ้านเมืองก็จะง่ายขึ้น ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. เราจะจัดเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อปิดท้ายอนาคตของพล.อ.ประยุทธ์ภายในเดือนนี้
    ขณะที่นายสิรวิทย์ ช่วงเสน หัวหน้าพรรครวมพลังคนรุ่นใหม่ กล่าวว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด ไม่ได้ลดลงแต่ละวัน โดยการรณรงค์ให้คนมาฉีดวัคซีนก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่หลายคนจะกลัวว่าเมื่อฉีดวัคซีนไปแล้วจะเกิดผลอะไรตามมาหรือไม่ รัฐบาลก็ควรพิสูจน์ ทำให้โปร่งใสว่าฉีดไปแล้วมีผลอะไรหรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้นประชาชนจะขาดความเชื่อมั่น ไม่ควรส่งคนไปฟ้องประชาชน หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ ขอให้รัฐบาลชะลอนำเข้าวัคซีนบางยี่ห้อ ที่หากมองว่าไม่ดีไม่ควรเอาเข้ามา เพราะเงินซื้อวัคซีนก็มาจากประชาชน จากนั้นสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แล้วเศรษฐกิจเราก็จะกลับมาดีอีกครั้ง    
    จากนั้น นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2 535 กล่าวว่า วันนี้เป็นเรื่องที่ดี บริษัท แอสตร้า เซนเนก้าฯ ทำสัญญาตกลงให้โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ผลิตวัคซีน ถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่น่าชื่มชม แต่ระหว่างที่รอการผลิต เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องจัดหาวัคซีน ก็เกิดปัญหาการระบาดระลอกที่ 3 ไม่มีวัคซีนมาฉีดให้ประชาชน สุดท้ายมาบอกว่าเป็นความบกพร่องของแอสตร้า เซนเนก้า ในการที่จะส่งมอบให้ประชาชน อย่างไรก็ตาม ไม่เข้าใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่รวบอำนาจมาไว้ที่ตัวเองคนเดียว แต่ยังมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิดวันละ 20-30 คน ไม่รู้ว่าเห็นคนไทยเป็นผักเป็นปลาหรือไม่ เห็นคนตายต่อหน้าวันละ 20-30 คน ทำอย่างนั้นได้อย่างไร เข้าข่ายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง กำลังจะได้รับฉายาเป็นฆาตกรแห่งชาติ และไม่เคยรับผิดชอบ พยายามเบี่ยงเบนประเด็นตลอด อยากจะบอก กลับตัวกลับใจใหม่ ทำสิ่งที่ดีให้ประเทศชาติ รีบลงไปซะ ประชาชนยังให้อภัย ถ้าไม่เชื่อก็เป็นเรื่องของคุณ แต่สักวันหนึ่ง นรกมีจริงแน่นอน แล้วจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่
    นายอดุลย์กล่าวอีกว่า ได้มีเสียงเล่าลือว่า 3 ป. มีเงินคนละหลายหมื่นล้าน ผมก็ไม่เชื่อ แต่ก็พิสูจน์ ตรวจสอบไม่ได้ รัฐบาลนี้โดยประยุทธ์และพวกเขียนข้อห้าม ไม่ต้องแสดงทรัพย์สิน ตรวจสอบไม่ได้ สมมุติว่ามีเงินอย่างที่ว่า ด้วยวัยกว่า 70 ปีแล้ว ยังไม่ลงจากอำนาจไปเสวยสุข ไปใช้เงินนั้น มันทรมาน มีเงินก็ประกาศไม่ได้ ใช้ไม่ได้ คือนรกอย่างหนึ่ง
    "ขอให้องค์กรต่างๆ ที่ยังไม่ออกมา ช่วยกันเปล่งเสียง ประยุทธ์ออกไป ก็เป็นความกรุณาที่กรุณาพวกเรา อย่าให้ถึงขั้นต้องลงถนนเลย" นายอดุลย์ระบุ.