คุมตัว‘ประสิทธิ์’นอนห้องขัง


เพิ่มเพื่อน    

 "ประสิทธิ์" มอบตัวกองปราบฯ อ้างถูกกลั่นแกล้ง ตนเองก็สูญเงินกว่า 100 ล้าน เหยื่อกว่า 20 คนบุกกองปราบฯ แฉต้นทุนสังคมดีหลงเชื่อนาน 2 ปี "แทนคุณ" พาญาติ-เหยื่อร้องทุกข์ถูกตุ๋นเสียหายกว่า 70 ล้านบาท แฉแอบอ้างมีคนระดับสูงร่วมลงทุนและนำเงินไปมอบให้ด้วย แถมสร้างภาพลักษณ์การทำดีทำให้คนสูงวัยหลงเชื่อ ขณะที่กองปราบฯ คัดค้านประกันตัวพร้อมส่งตัวฝากขัง เผยมีผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความกว่า 500 ราย

     ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)  วันที่ 17 พฤษภาคม นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน  พร้อมทนาย นำพยานเอกสารหลักฐานสำคัญเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท
    ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน นายประสิทธิ์เปิดเผยว่า เตรียมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงมาชี้แจงกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม หลังถูกออกหมายจับร่วมกับพวกรวม 6 คนในคดีที่ร่วมกันฉ้อโกงฯ โดยมั่นใจว่ามีข้อมูลสามารถชี้แจงและต่อสู้คดีตามกฎหมายได้ เพราะสิ่งที่พูดไปทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง โดยมั่นใจว่าส่วนตัวถูกกลั่นแกล้ง เพราะที่ผ่านมาส่วนตัวก็มีคดีความที่ตัวเองตกเป็นผู้เสียหาย สูญเงินไปกว่า 100 ล้านบาท
    "ที่ผ่านมาปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบกับธุรกิจการท่องเที่ยวของตัวเองอย่างมาก อีกทั้งยังถูกนำชื่อไปเชื่อมโยงกับประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง จึงอยากให้สังคมแยกแยะระหว่างการระดมทุนทางธุรกิจกับการทำธุรกิจแบบเครือข่าย ซึ่งส่วนตัวเชื่อมั่นว่ายังมีคนที่มั่นใจในตัวเองอยู่ ซึ่งหากพบว่าตัวเองกระทำความผิดจริง ต้องรับโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว" นายประสิทธิ์กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ตำรวจกองปราบปรามเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 9 จุด และจับผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 4 คน  ประกอบด้วย น.ส.ณัฐวรรณ อุตตมะปรากรม, น.ส.สิริมา ดนาวรัตน์, นายกิตติวัฒน์ อ่วมอารีย์ และ พ.ท.พญ.อมราภรณ์ วิเศษสุข สังกัดกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ช่วยราชการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ประธานโครงการ "เที่ยวเพื่อชาติ"  โดยผู้เสียหายอ้างว่าถูกกลุ่มนี้หลอกลวงด้วยวิธีการหลายรูปแบบ เช่น ชักชวนให้ผู้เสียหายนำบัตรเครดิตหรือเงินสดมาลงทุนซื้อแพ็กเกจทัวร์ ชักชวนให้ลงทุนโดยให้โอนเงินฝากเข้าบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์โดยอ้างผลตอบแทนร้อยละ 11.5 ถึงร้อยละ 15 ต่อการลงทุนในระยะเวลา 39 วัน ชักชวนให้ลงทุนซื้อทองคำ และให้นำมาลงทุนตามโปรโมชั่นของบริษัท เสนอผลกำไรร้อยละ 43.5  ชักชวนให้ลงทุนเงินสดหรือทองคำในระบบกองทุนส่วนตัวของนายประสิทธิ์ และชักชวนให้ลงทุนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมและให้ปล่อยเช่ากระเป๋า พบมูลค่า ความเสียหายกว่าพันล้าน
    พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (รอง ผบก.ปอศ.) เปิดเผยหลังนายประสิทธิ์เข้ามอบตัวว่า ขั้นตอนการสอบปากคำนายประสิทธิ์อยู่ระหว่างการดำเนินการ ยังไม่สามารถยืนยันว่าจะส่งฟ้องศาลได้วันนี้หรือไม่ เนื่องจากต้องรอความเห็นจาก พล.ต.ต.สุวัฒน์ เเสงนุ่ม ผู้บังคับการปราบปราม ว่ายังมีประเด็นใดที่ยังต้องสืบสวนสอบสวนเชิงลึกหรือไม่ เพราะการเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายจับของนายประสิทธิ์ ตำรวจมีอำนาจในการควบคุมตัว 48 ชั่วโมงอยู่เเล้ว
    ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวเเทนผู้เสียหายในคดีนี้กว่า 20 คน นำโดยนายอติชาติ เลาหพิบูลย์กุล เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมระบุว่า ร่วมลงทุนกับนายประสิทธิ์ มานานร่วม 2 ปี โดยตัวเองมีมูลค่าเสียหาย 80 ล้านบาท ลงทุนทุกรูปเเบบที่นายประสิทธิ์เสนอออกมา เนื่องจากมีความเชื่อถือ เห็นว่านายประสิทธิ์เป็นบุคคลมีต้นทุนทางสังคม เเละเคยมีโอกาสได้ลงพื้นที่ร่วมทำจิตอาสาร่วมกัน
 ส่วนตัวมองว่าการทำธุรกิจของนายประสิทธิ์ไม่เข้าข่ายเเชร์ลูกโซ่ เพราะมีธุรกิจจริงได้ผลประกอบการ เเละไม่ได้ปันผลจากการเเนะนำต่อเเต่อย่างใด นายประสิทธิ์อ้างว่าบริษัทประสบปัญหาสภาพคล่อง เพราะเศรษฐกิจไม่ดีซึ่งขัดเเย้งกับความเป็นจริงที่บริษัทนายประสิทธิ์เติบโต
    ส่วนนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พาผู้เสียหายกว่า 30 ราย ที่ถูกนายประสิทธิ์หลอกลวงให้มาร่วมลงทุนทำธุรกิจหลายประเภทจนเสียหายกว่า 70 ล้านบาท ร้องทุกข์ถึง ผบ.ป.ให้ช่วยดำเนินการตามกฎหมาย โดยนายแทนคุณกล่าวว่า มีเหยื่อเป็นผู้สูงวัยหลายรายถูกหลอกลงทุนกับบริษัทในเครือนายประสิทธิ์ มีบางรายลงทุนไปกว่า 8 ล้านบาท บางรายใช้เงินเก็บทั้งชีวิตมาใช้ บางรายก็ถูกหลอกทำข้อตกลงในการชดใช้เงินคืน โดยเป็นการแบ่งชำระรายปี และอ้างว่าจะให้เงินเพิ่ม ซึ่งตนเคยพบนายประสิทธิ์ และไปเตือนว่าอย่าตุกติก เพราะมีพี่สาวเครือญาติตัวเอง 3 รายที่ลงทุนจนเสียหายไป 17 ล้านบาท โดยนายประสิทธิ์มอบหมายให้นายกิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์ รองประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือ ซึ่งกำลังหลบหนีขณะนี้มาเคลียร์ปัญหา ซึ่งได้นำคลิปเสียงกับข้อความมามอบเป็นหลักฐาน
    "เครือข่ายดังกล่าวมีการอ้างว่ามีคนระดับสูงมาร่วมลงทุน และบริษัทได้นำเงินที่ได้ไปมอบให้อีกด้วย สำหรับตัวนายประสิทธิ์ สร้างภาพลักษณ์การทำดีเป็นคนเสียสละได้ดีมากๆ จนมีเหยื่อเป็นคนสูงวัยหลงเชื่อ มีหลายคนเครียดถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย วันนี้จึงนำหลักฐานต่างๆ เช่น สลิปการโอนเงินเข้าบัญชีนายประสิทธิ์โดยตรงนับล้านบาทมาประกอบการแจ้งความด้วย" นายแทนคุณกล่าว
      ด้าน พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายประสิทธิ์ตลอดทั้งวันจนถึงตอนนี้ เจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธ แต่ก็ยังคงมีอีกหลายประเด็นที่ต้องสอบปากคำนายประสิทธิ์เพิ่มเติม เพื่อเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด เนื่องจากคดีดังกล่าวมีรายละเอียดต่างๆ ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการเงินต่างๆ เพื่อให้แน่ชัดว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและทองคำออกไปต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมส่งตัวฝากขังในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับเตรียมยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัว เช่นเดียวกับผู้ต้องหา 4 คนในเครือข่ายที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม หากมีประชาชนรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อ ขอให้มาติดต่อแจ้งความที่กองปราบปรามเพื่อดำเนินคดีได้ทุกเวลาทำการ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับตอนนี้ ทราบว่ามีผู้เสียหายประสงค์เข้าแจ้งความแล้วไม่ต่ำกว่า 500 คน
    ต่อเมื่อเวลา 17.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายประสิทธิ์ไปคุมขังที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อเตรียมส่งศาลอาญา รัชดาฯ พิจารณาส่งตัวฝากขังในช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ค. โดยนายประสิทธิ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเอง พร้อมกับขอให้พนักงานที่โกงเงินไป นำเงินกลับมาคืน ยืนยันไม่มีเจตนาโกง แต่เป็นการทำธุรกิจ เมื่อถามถึงกรณีว่ามีการแอบอ้างถึงสถาบันจริงหรือไม่ นายประสิทธิ์ไม่ตอบ ก่อนเข้าห้องขังทันที.