รวบมาเฟียมาเลย์หนีคดีฆ่าโหด


เพิ่มเพื่อน    

    จับหัวหน้าแก๊งมาเฟียในมาเลเซีย ก่อคดีโหด ร่วมกับลูกน้องรุมทำร้ายคู่อริในปั๊มน้ำมัน ใช้มีดแทงแล้วขับรถทับจนเสียชีวิต จากนั้นหนีเข้าไทยกบดานอยู่ครึ่งปี
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว กองการต่างประเทศ ตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย แถลงผลการจับกุมนายเชียก บุน วอง อายุ 36 ปี สัญชาติมาเลเซีย หัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ก่อเหตุใช้มีดแทงและขับรถทับคู่อริจนเสียชีวิต ก่อนหลบหนีมากบดานประเทศไทย
    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในปั๊มน้ำมันรัฐยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมภรรยาได้แวะจอดรถที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว หลังจากนั้นมีกลุ่มผู้ต้องหาขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สีขาว จอดใกล้กับรถผู้เสียชีวิต แล้วเข้ามารุมทำร้ายใช้มีดแทง ก่อนขับรถทับร่างจนเสียชีวิต จากนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดได้พากันหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิด จำนวน 9 ราย จับได้แล้ว 8 ราย โดยสาเหตุการฆาตกรรมครั้งนั้นมาจากการทวงหนี้ประมาณ 2 ล้านบาท และขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ ส่วนนายเชียก บุน วอง เป็นผู้ต้องหารายสุดท้ายที่หลบมาประเทศไทย ได้บวชเป็นพระภิกษุอยู่ในพื้นที่ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ภายหลังลาสิกขาแล้วหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ก่อนที่จะถูกจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา
    รอง ผบช.ทท.กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นหัวหน้าขบวนการ เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2560 จากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า อยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือโอเวอร์สเตย์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินคดีในประเทศไทยก่อน จึงจะสามารถผลักดันกลับประเทศมาเลเซียได้ จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังไม่พบว่านายเชียก บุน วอง เคยกระทำความผิดในไทยมาก่อน.


เห็นคนไทยกระฟัดกระเฟียดเอากับรัฐบาลเรื่องวัคซีน นึกถึงตอนเป็นนักเรียน

"วัคซีน" ที่เป็นวรรค-เป็นเวร
เมื่อ"ขาใหญ่"เขาจะใส่กัน
สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'