ความคิดไทย "ไม่เติม ปตท.?"


เพิ่มเพื่อน    

        รู้ตัวเองว่า "เสพติด" ก็ตอนไปไหน-ต่อไหนนี่แหละ!

        คือ ว่างเป็นไม่ได้ .......

        ว่างปุ๊บ ต้องเปิด fb ปั๊บ!

        อย่าง ๓-๔ วันที่ผมหายทั้งหัว-ทั้งตัว แต่ไม่ว่าเรื่องดี-เรื่องชั่วทั่วโลก ด้วยเสพติด fb ทำให้รู้หมด จากที่โพสต์ ที่แชร์กัน

        โดยเฉพาะสารพัดเรื่องบ้านเมืองไทย ที่ใส่กันหนักๆ พอสรุปได้ซัก ๓ เรื่อง

        -ชักชวนไม่เติมน้ำมันปั๊ม ปตท.

       -กองปราบจัดเต็มพุทธะอิสระมากไป

       -ใต้พรมของสามพรหมคาวกว่าเงินทอน

        สองเรื่องหลังได้คุยกันไปบ้าง เหลือแต่เรื่องน้ำมันกับ ปตท.ยังไม่ได้คุย

        อันที่จริง เบื่อคุย........

        เพราะประเด็นที่ "คนกลุ่มหนึ่ง" ฉวยจังหวะน้ำมันตลาดโลกขึ้น-ลงแรง ราคาน้ำมันในไทย ต้องขึ้น-ลงแรงตามไปด้วยนั้น  

        จับตรงนี้ "ปั่นเป็นกระแส"

        เจตนาให้คนเข้าใจว่า "ปตท.นี่แหละตัวการ" ฉวยโอกาสขึ้นราคาน้ำมัน สูบเลือดคนไทยรายวัน

        มีทางเดียว ที่คนไทยจะได้ใช้น้ำมันถูกเหมือนมาเลเซีย ต้องเอา ปตท.กลับคืนมาเป็นของรัฐ

        เพื่อให้รัฐ "ขายน้ำมันถูกๆ" ให้คนมีรถใช้!

        ก็คิดกันแค่นี้.......

        เรื่องพลังงาน ใครก็อยากใช้น้ำมันราคาถูกทั้งนั้น แต่เรื่องถูก-เรื่องแพง แต่ละประเทศ มันมีเหตุปัจจัยต้องคำนึง

        ไม่ใช่เอะอะ กู...ประชาชน

        ใครอยากเป็นรัฐบาลต้องเอาใจ ต้องจัดหามาให้ราคาถูกๆ ไม่งั้นพวกกูด่า พวกกูไม่เลือกนะ

        ประชาชน ใช่ว่าถูกเสมอไป ที่ยกมาเลย์มาเป็นตัวอย่างน่ะ ยกเฉพาะน้ำมันถูก เพราะเขาไม่เก็บภาษี

        มาเลย์มีน้ำมันติดอันดับโลก ผลิตได้วันละร่วมล้านบาร์เรล ทั้งประเทศ มีคนแค่ ๓๐ ล้าน ใช้น้ำมันวันละ ๓ แสนบาร์เรล เหลือขายบานเบอะ

        เป็นประเทศ "ส่งออก" น้ำมัน!

        ในขณะที่ไทยเรา คนร่วม ๗๐ ล้าน มีน้ำมันเท่าขวดยาหยอดตา แถมเกรดต่ำ ผลิตได้วันละแสนกว่าบาร์เรล แต่ใช้วันละกว่า ๘ แสนบาร์เรล

        เป็นประเทศ "นำเข้า" น้ำมัน!

        นี่ไม่ต้องพูดก็ได้ แต่ ๒-๓ วันมานี้ ไม่ได้ยินนายกฯ มหาเธร์ประกาศหรือ?

        ต้องตัดงบ ตัดเงินเดือน ยกเลิกโครงการพัฒนาประเทศ ก่อนที่ประเทศจะล้มละลาย ด้วยหนี้สาธารณะตอนนี้ท่วมหัว

        เทียบเป็นเงินไทย พุ่งสูงกว่า ๘ ล้านล้านบาทแล้ว!

        อ้าว...ก็รวยน้ำมัน อยู่ในกลุ่มโอเปก ประเทศส่งน้ำมันสู่ตลาดโลก .........

        แล้วทำไมมาเลย์หนี้ท่วมประเทศ ใกล้ล้มละลาย ริงกิตค่าใกล้กระดาษ ต้องควบคุมเงินเข้า-เงินออกล่ะ?

        มาจาก ๒ สาเหตุหลัก.......

        ๑.ถือว่ารวยน้ำมัน ถลุงน้ำมันถูก ไม่เก็บภาษี ยังแถมเอารายได้ไปจ่ายแทนค่าการกลั่นอีก

        พอตลาดน้ำมันผันผวน จากบาร์เรลละร้อยกว่าเหรียญฯ เหลือระดับ ๒๕-๕๐ เหรียญฯ หมดตูดทันตาเห็น

        ๒.คอร์รัปชันฝังราก บวกกับที่ลงทุนในโครงการอวดโก้ แต่ไม่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ

        ถึงคราวปัญหาเกิด เพราะความที่รวยน้ำมัน เอาสบาย ไม่เตรียมตัวพร้อม จึงพังดังเห็นตอนนี้!

        อีกหลายอย่าง แต่ป่วยการพูด กับคนที่ไม่เข้าใจจริงๆ ก็พูดกันได้

        แต่กับพวกที่รู้-เข้าใจทุกอย่าง แต่ "จงใจ" ที่จะไม่เข้าใจ ด้วยเหตุผลของเขา ก็ไม่รู้จะพูดไปทำไม

        แต่ที่คุยวันนี้ ก็เพราะประเด็นที่เขารณรงค์ "ไม่เติมน้ำมันปั๊ม ปตท." นี่แหละ

        ไม่ได้กลัว ปตท.เจ๊ง.........

        แต่ด้วยเห็นทุเรศ กับทัศนคติและการตอบสนองความสะใจแบบนี้

        ไร้เดียงสาเหมือนทารก ใช้สัญชาตญาณแทนสติใคร่ครวญ เหมือนหิว-กิน, อิ่ม-นอน, ปวด-ถ่าย โตไม่เป็นซักที

        ปตท.น่ะ เป็นของรัฐ ไม่ใช่ของนายทุนเอกชนคนไหน สมมุติเจ๊ง รัฐคือนามธรรม เจ๊งก็แค่คำว่าเจ๊ง

        แต่รูปธรรม คือประชาชนทุกคนในความเป็นประเทศสมมุติเจ๊ง ประเทศ คือประชาชนเราๆ ทุกคนนี่แหละเจ๊ง

        คือ เดือดร้อน ลำบาก เพราะไม่มีรายได้เป็นกอบ-เป็นกำให้ประเทศใช้จ่าย

        การประชด ปตท.เท่ากับประชดตัวเอง การตบหน้า ปตท.คือการตบหน้าตัวเอง

        เพราะ ปตท.เป็นของประชาชนทุกคน เกิดจากเงินภาษีประชาชนทุกคน

        และรู้ไว้ด้วย..........

        ไม่ว่าจะหนีไปเติมปั๊มไหน ยี่ห้อไหน มันเป็นน้ำมันซื้อมาจากโรงกลั่น ปตท.ทั้งสิ้น

        โรงกลั่นน้ำมันในไทยมีทั้งหมด ๗ แห่ง เป็นของ ปตท. ๖ แห่ง เว้นโรงกลั่นเอสโซ่แห่งเดียว!

        ถ้าตอบโต้น้ำมันแพง ทำไมเจาะจงเฉพาะ ปตท.ในเมื่อ ทุกยี่ห้อ-ทุกปั๊ม แพง "ราคาเดียวกัน" หมด?

        นั่นเพราะ จงใจ ด้วยอิจฉา-ริษยา หรือด้วยเป้าหมายซ่อนเร้นใด ก็เบื่อเดา?

        การแปรรูปเป็นบริษัทมหาชน นำหุ้นส่วนหนึ่งซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์นั้น ใช่ว่าจะเลว ใช่ว่าไม่ถูกต้อง

        เมื่ออยู่ในระบบทุน ถึงจุดหนึ่ง ที่ต้องพัฒนาให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเป้าหมาย

        การ "ระดมทุน" ในตลาด คือการยืมเงินคนอื่นจำนวนมากๆ โดยไม่เป็นภาระให้รัฐจัดหา เป็นเหตุ-เป็นผล ควรทำ

        พูดกันตรงๆ ถ้า ปตท.ไม่แปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์วันนั้น.....

         ปตท.จะไม่เป็น ๑ ใน ๑๐๐ บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ด้วยสินทรัพย์เสถียรเป็นล้านล้านบาทในธุรกิจพลังงาน ดังทุกวันนี้หรอก!

        ก่อนแปรรูป ไม่ขาดทุน ก็กำไรระดับพันล้าน เมื่อแปรรูป กระทรวงคลังผู้ถือหุ้นใหญ่ ๕๑%

        ได้รับปันผล จากระดับพันล้าน เป็นหมื่นล้าน เป็นแสนล้าน

        สามารถแตกแขนง จากนโยบายแค่จัดหาพลังงานให้เพียงพอและอย่าให้ขาดแคลน

        เป็นธุรกิจต่อยอด ทั้งสำรวจ ทั้งขุดเจาะ ทั้งโรงกลั่น ทั้งปิโตรเลียม ปิโตรเคมี ศูนย์วิจัยพลังงาน สถาบันศึกษา ธุรกิจค้าปลีก ทั้งน้ำมันและอื่นๆ

        ตอนนี้ ไปถึงคลังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว รองรับอนาคต ๒๐-๕๐ ปี ที่พลังงานในประเทศจะหมด

        ที่ ปตท.ทะยานไปถึงขั้นนี้ และกำลังไปถึงขั้นปิโตรเคมีต่อยอดนวัตกรรมชั้นสูง

        ก็มาจากการระดมทุน คือการยืมเงินคนอื่นในตลาดหุ้นไปขยาย

        ว่ากันตรงๆ ปตท.แค่ซื้อ-ขายน้ำมัน ได้กำไรปีละหมื่นล้านถึงหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ

        คือในวงจรค้าขายน้ำมัน ทุกอย่างมันถูกกำหนดราคาโดยรัฐ เป็นต้นทุน เป็นกำไร ตายตัว เรียกว่า แทบไม่กำไร

        แต่ที่เห็น ปตท.ประกาศ ปีนี้-ปีนั้น กำไร เป็นแสนล้าน นั่นมาจากธุรกิจแตกแขนงบริษัทลูก ปันผล

        พูดกันชัดๆ ปันผลให้ ปตท.ก็คือ ปันผลให้รัฐ จัดสรรออกมาเป็นงบประมาณแผ่นดินแต่ละปีนั่นแหละ

        ถ้าบอก เอา ปตท.คืนมาเป็นของรัฐร้อยเปอร์เซ็นต์

        ก็ถามว่า ทำไมเอาเฉพาะ ปตท. .....

        การบินไทย, กรุงไทย, อสมท, การท่าอากาศยานไทย และอีกหลายแห่ง ทำไมแก๊งทวงคืน ไม่ทวงเอาคืนมาบ้างล่ะ?

        อิจฉาเฉพาะ ปตท. เพราะรวยเกินหน้า-เกินตา ขัดแข้ง-ขัดขาให้มันฉิบหาย มันสะใจดีอย่างนั้นหรือ?

        วิบากพลังงานนี่ สังเกตจะเห็นว่า ๒๐ ปี มีเหตุครั้งหนึ่ง

        แรกเริ่ม บริษัทฝรั่ง เชลล์-เอสโซ่ ผูกขาดน้ำมันในไทย ห้ามประเทศไทยค้าขายน้ำมัน

        ปี ๒๕๐๐ รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ยกเลิกสัญญานี้กับฝรั่ง ตั้งองค์การเชื้อเพลิง เป็นน้ำมันสามทหาร

        ปี ๑๗-๑๘ ปี เกิดวิกฤติน้ำมัน "รัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร" ตั้ง "องค์การก๊าซธรรมชาติแห่งประเทศไทย" เป็นรัฐวิสาหกิจ เจาะสำรวจหาแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศ

        ปี ๒๑-๒๒ รัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ออก พ.ร.บ.ตั้ง "การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย" โอนองค์การก๊าซธรรมชาติไปรวม

        สามทหารหายไป กลายเป็น ปตท.ที่ตอนนั้น ใครก็ไม่เชื่อใจว่า เติมปั๊ม ปตท.แล้วรถจะวิ่งได้!

        ปี ๔๐ วิกฤติต้มยำกุ้ง+วิกฤติน้ำมันโลก ปตท.บักโกรก แทบไม่มีเงิน อะไรๆ ก็จะล้มละลาย

        ปี ๔๔ ทักษิณแปรรูป ปตท.เข้าตลาด ระดมทุนเอาเงินไปซื้อโรงกลั่น ช่วยพยุงไม่ให้เจ๊งหลายต่อหลายแห่ง จนรอดแล้วรวยหมด

        อีก ๒๐ ปีต่อมา ถึงปี ๖๑ นี่ไง ปตท.ก็สู่สภาพ "โคลนติดล้อ" ด้วยพวกเอา ปตท.คืนมา...อย่าเติมน้ำมัน ปตท.ขณะนี้ไง!

        ดังนั้น ปตท.จะเป็น "รถตกหล่ม" ไปทำไม?    

        อย่าไปปรารมภ์กับขี้โคลนให้มากนัก นี่คือเครื่องหมายบอกว่า ถึงรอบเพื่ออีก ๒๐ ข้างหน้า

        ปตท.ในวิถีวิศวกรรม "แตกยอดนวัตกรรม" ทางพลังงาน ด้วยทรัพยากรบุคคลมากมีในองค์กร

        มุ่งมั่นในวงจร "เปลี่ยนอนาคตประเทศ" ไปชิลๆ เหอะ!.


สนุกเขาละ "กทม.กับสาธารณสุข" จับชาวบ้านที่ "รอเงก" เป็นเดิมพัน แล้ว "ยักเงี่ยงใส่กัน" ด้วยปัญหาวัคซีน "ขาดตอน"!

ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"