เดินสายเขย่า‘บิ๊กตู่’ ซัดใช้ม.112ฟ้องดะ ‘ดร.โสภณ’โดนแล้ว


เพิ่มเพื่อน    

 'อดุลย์-จตุพร' นำทัพไทยไม่ทนตีขนาบจุดตาย "บิ๊กตู่" ปลุกสำนึกชาติทหารผละเก้าอี้ ส.ว. กระตุกหยุดเป็นไม้ประดับค้ำบัลลังก์ให้ประยุทธ์ หลังงัด ม.112 ฟ้องดะประชาชน เพื่อประโยชน์ตนเองมากกว่าปกป้องสถาบัน จ่อคิวฟ้องต่อศาล รธน.-กกต. ขณะที่ "แรมโบ้" จัดอีกแจ้งความ "ดร.โสภณ" ผิด ม.112

    เมื่อวันจันทร์ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย แจ้งวัฒนะ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายวีระ สมความคิด และนายไทกร พลสุวรรณ นางพะเยาว์ อัคฮาด และหมู่อาร์ม ยื่นหนังสือถึง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เรียกร้องให้ลาออกจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) รวมถึง พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร., พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. หลังจากไปยื่นให้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีนายทหารเวรมารับหนังสือไว้
    “การลาออกดังกล่าวย่อมแสดงถึงจุดยืนอันมั่นคงตามหลักประชาธิปไตย และมุ่งรับใช้ประชาชนมากกว่าไปคุ้มครองผลประโยชน์ส่วนตนของพลเอกประยุทธ์ ที่สำคัญระบอบประยุทธ์ไม่ได้ทำหน้าที่ในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่กำลังมีภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นหน้าที่หลักของผู้บัญชาการทหารเรือจึงต้องกลับมาทำหน้าที่สำคัญดังกล่าว” ใจความหนังสือระบุ
    ด้านนายอดุลย์กล่าวว่า หากจำได้เมื่อ 29 ปีที่แล้ว พวกเราต้องเจ็บปวด ครอบครัวเราสูญเสีย จนวันนี้คนที่สูญหายก็ยังไม่มาคืนเราเลย จึงอยากให้กองทัพไทยช่วยเหลือประเทศชาติ ช่วยเหลือประชาชน อย่าไปค้ำบัลลังก์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะการทำเช่นนั้นทำให้ประเทศชาติเสียหายมาก และขอให้ช่วยกันปกป้องสถาบัน อย่าปล่อยให้เรื่องที่เกิดขึ้น นอกจากสถาบันจะเสื่อมเสียแล้วยังถูกลบหลู่อีก ขออย่าลืมคำปฏิญาณตนไว้
    ขณะที่นายจตุพรกล่าวว่า ผบ.เหล่าทัพอย่าไปเป็นไม้ประดับทางการเมืองให้ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการเป็น สว. อีกทั้งการเป็น ผบ.เหล่าทัพ จะไม่มีเวลาไปประชุม ส.ว. และ ผบ.เหล่าทัพ ควรเอาเวลามาปฏิรูปกองทัพ รับใช้ประชาชน ตนมาอย่างไมตรี ยื่นหนังสือถึง ผบ.เหล่าทัพ หยุดค้ำบัลลังก์ นั่งร้าน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าเป็นเครื่องประดับบารมี ให้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ที่ไม่ปกป้องสถาบัน และแบ่งแยกประชาชนออกจากสถาบัน และไม่สามารถทำหน้าที่ในการบริหารประเทศได้
    “บทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการเอาผิดประชาชน ตามมาตรา 112 หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยประกาศไม่ครบถ้วน ล่อลวงให้คนทำผิด โดยบอกว่าจะไม่เอาโทษมาตรา 112 แต่อธิบายไม่ครบ จากที่เคยให้อัยการสูงสุดเป็นโจทย์ฟ้องได้คนเดียว แต่ต่อมาก็ให้บริวารมาฟ้อง ม.112 ได้ จึงทำให้สถาบันเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง โดยวันที่ 1 มิ.ย. 64 จะไปยื่นหนังสือให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาหาทางออกให้ประเทศ และจะไปยื่น กกต ต่อไปด้วย” นายจตุพรกล่าว
      ที่ สน.นางเลิ้ง นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดี ดร.โสภณ พรโชคชัย ในฐานะประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 เนื่องจากการโพสต์ข้อความมีลักษณะหมิ่นสถาบันและ ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะได้ลบโพสต์ไปแล้ว แต่การกระทำความผิดได้สำเร็จแล้ว เพราะเริ่มมีคนติดตามจำนวนมาก
    ทั้งนี้ นายเสกสกลกล่าวว่า มาตรา 112 ถอนแจ้งความหรือยอมความไม่ได้ เพราะเป็นอาญาแผ่นดิน ตนเองและทนายได้ทำในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และประชาชนคนไหนใครก็ตามที่เห็นโพสต์นี้ก็สามารถที่จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่ทุกสถานี ทุกโรงพักได้เพราะเป็นความผิดอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้ และถอนแจ้งความไม่ได้ และเรื่องนี้นายกฯ ไม่ได้สั่งการ แต่ทีมเราทำตามหน้าที่ ที่ต้องปกป้องสถาบันเบื้องสูง
    วันเดียวกัน ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล หมายเลขดำ ลศ.1/2564 ที่ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญากล่าวหา นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์ และนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง แนวร่วมกลุ่มราษฎร เป็นผู้ถูกกล่าวหา จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กภาพนายไชยอมร หรือแอมมี่ และภาพถ่ายนายอรรพล นอนอยู่ในห้องเวรชี้ศาลอาญา ซึ่งเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสมในบริเวณศาล
    จากกรณีเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2564 เวลาประมาณ 18.10 น. นายชินวัตรได้โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ ไบรท์ ราษฎร เป็นภาพถ่ายของนายอรรถพล และนายชินวัตร นอนอยู่ในห้องเวรชี้ศาลอาญา และภาพนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังพบว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 มี.ค.2564 พนักงานอัยการได้ส่งตัวฟ้องทั้ง 3 กับพวก รวม 18 คนต่อศาลอาญา ทั้งหมดเข้าห้องเวรชี้เพื่อรอสอบคำให้การ ปรากฏว่า ช่วงเวลา 13.07 น. ขณะที่ศาลเปิดระบบการประชุมทางจอภาพปรากฏภาพนายไชยอมรนั้น นายอนุรักษ์ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพนายไชยอมร ต่อมาเวลา 13.10 น. นายชินวัตรได้หยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปตัวเองและนายอรรถพล อันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล
    ในวันนี้นายชินวัตรและนายอนุรักษ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2-3 ให้การรับสารภาพ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2-3 จึงเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลจึงมีคำสั่งว่า ให้ลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 2-3 คนละ 15 วัน ปรับคนละ 500 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 1 ปี.


วันนี้ นึกว่าคงไม่ไหว.... เพราะหัวหมุนติ้วแต่เช้า กะนอนคุยกับเพดานซักวัน แต่ฟังโขมงโฉงเฉงข่าวจากโทรทัศน์ ที่ว่า.... การที่พลเอกประยุทธ์ "แยกคนละทาง" กับพลเอกประวิตร ในการลงพื้นที่ เมื่อวาน (๒๒ ก.ย.)

"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!