คุก‘อัยการปรเมศวร์’! เมาขับสารภาพรอดไป


เพิ่มเพื่อน    

 

ศาลจังหวัดนนท์จำคุกอัยการชื่อดัง “ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม”  ฐานเมาขับชนคน 1 ปี ปรับ 4 หมื่น รับสารภาพเหลือ 6 เดือน ปรับ 2 หมื่น โทษจำรอลงอาญา สั่งทำกิจกรรมบริการสังคม นั่งวิจารณ์ "ทนายตั้ม" ในโซเชียลฯ สอนความเป็นทนายความที่ดี

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.64 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนนทบุรีอ่านคำพิพากษาคดี อ 533/2564 ที่พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานอาญาธนบุรี เป็นจำเลยในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยคดีนี้นายปรเมศวร์ให้การรับสารภาพ
    ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2), 160 ตรี วรรคสองจำคุก 1 ปี และปรับ 4 หมื่นบาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 2 หมื่นบาท
    ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง กับให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร มีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30
    อย่างไรก็ตาม นายปรเมศวร์ยังคงแสดงความเห็นทางกฎหมายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นปกติ โดยโพสต์ล่าสุดวันที่ 6 มิ.ย. เขาโพสต์ข้อความว่า "ทนายความที่ดี" ต้องว่าความในศาล ไม่ว่าความนอกศาล "ทนายความที่เก่ง" ต้องนิ่ง สุขุม ลุ่มลึก ฟังมากกว่าพูด
    เพิ่มเติม ถึงเพื่อนพ้องน้องพี่ทนายความ "ทนายความที่ดี" ต้องว่าความในศาล เก็บข้อมูล ข้อเท็จจริงไว้สู้ในศาล ไม่เปิดเผยข้อต่อสู้ให้ฝ่ายตรงข้ามล่วงรู้ ไม่ว่าความนอกศาล เพราะคนตัดสินคดีคือผู้พิพากษา ไม่ใช่ประชาชน และไม่ก่อศัตรูโดยไม่จำเป็นครับ ส่วน "ทนายความที่เก่ง" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ นิ่ง สุขุม ลุ่มลึก ฟังมากกว่าพูด ยิ้มเล็กมากกว่าโต้เถียงในทุกเรื่อง สุภาพอ่อนโยนไม่ใช่ก้าวร้าว ออกปากพูดเมื่อใด ต้องคมชัดลึกครับ
    สำหรับทนายดังกล่าว แม้นายปรเมศวร์ไม่ระบุชื่อ แต่แฟนเพจของนายปรเมศวร์สรุปตรงกันคือ ทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ซึ่งรับเป็นทนายความให้ลุงพล หรือนายไชย์พล วิภา คดีน้องชมพู่.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.