ปัจจัยเสี่ยงยังรอเพียบ


เพิ่มเพื่อน    

      ในช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ที่ประเดประดังเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน โดยปัจจัยภายในประเทศที่ฉุดเป็นหลัก คือ ประเด็นข่าว บมจ.ปตท. ที่ถูกกระพือข่าวในโซเชียลมีเดียอย่างหนัก ทั้งราคาน้ำมันแพง บอยคอตไม่เติมน้ำมันปั๊ม ปตท. และใส่ร้ายผู้บริหาร ทำให้ราคาหุ้น ปตท.ร่วงลงแรง ฉุดดัชนีหุ้นไทยให้ลงตาม เพราะสัดส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานค่อนข้างมีน้ำหนักต่อดัชนีเป็นอย่างมาก

        ขณะที่การเมืองเริ่มคลี่คลายลง หลังจากร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความหวังกันอีกครั้งว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และจะเป็นไปตามโรดแมปที่รัฐบาลเคยสัญญาไว้แน่นอน

        และอีกปัจจัยที่กดดันอย่างหนักจากต่างประเทศ คงหนีไม่พ้นความเอาแต่ใจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ก่อความวุ่นวายทางการค้ากับหลายประเทศ โดยเริ่มที่สงครามการค้ากับจีน โดยจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน จากนั้นก็มีการตอบโต้กันเรื่อยมา ต่อด้วยประกาศถอนตัวจากการทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน แล้วจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในระดับสูงสุดต่ออิหร่าน

        จนมาถึงล่าสุด กับการเดินหน้าแผนสั่งเก็บภาษีเหล็กกล้า 25% และอะลูมิเนียม 10% โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ประเทศเม็กซิโก แคนาดา และสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งแผนการดังกล่าวจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป เรียกได้ว่าปั่นป่วนกันทั่วโลกจริงๆ ส่วนหลังจากนี้ก็ต้องจับตารอดูการประชุมกับผู้นำเกาหลีเหนือว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่

        ซึ่งกว่าตลาดหุ้นทั้งไทยและทั่วโลกจะผ่านสถานการณ์กดดันมาได้ ถือว่าล้มลุกคลุกคลานกันมามาก พอๆ กับวิ่งหลบกระสุนในสนามรบกันเลยทีเดียว ที่สำคัญนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ต้องบาดเจ็บกับความไม่แน่นอนในแต่ละวัน เพราะการติดตามข่าวอย่างเดียว ไม่สามารถช่วยได้ 100% ที่เหลือต้องอาศัยดวงล้วนๆ เช่นกัน และถึงแม้ที่ผ่านมาสถานการณ์ในตลาดหุ้นจะหักปากกาเซียนมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ตาม การติดตามบทวิเคราะห์ต่างๆ ก็ยังคงพึ่งพาได้บ้าง ไม่มากก็น้อย ตามวิจารณญาณของแต่ละบุคคลไป

        โดยในเดือน มิ.ย.นี้ บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกรอบดัชนีหุ้นไทยเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 1,710-1,780 จุด โดยตัวแปรสำคัญคือนักลงทุนต่างประเทศจะขายหุ้นต่อหรือไม่ และผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะออกมาแบบไหน ดังนั้น ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด จึงอยู่ในช่วงครึ่งเดือนแรก เพราะถ้านักลงทุนจะขายหนักที่สุด หรือดัชนีหุ้นไทยจะลงไปหา 1,710 จุด หรือต่ำกว่า 1,720 จุด ก็น่าจะอยู่ช่วงนี้ แต่หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นจังหวะในการเข้าสะสมหุ้น ซึ่งมองว่าช่วงครึ่งหลังของเดือน มิ.ย.ตลาดหุ้นไทยเมื่อผ่านการรับรู้ข่าวในเชิงลบไปมากแล้ว จะสูงกว่าช่วงครึ่งเดือนแรก

        ขณะเดียวกัน แรงขายของนักลงทุนต่างชาติยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุผลหลักๆ คือ หมดยุคของดอกเบี้ยต่ำ และการปรับพอร์ตของนักลงทุน โดยเฉพาะการนำหุ้นจีนเข้าคำนวณดัชนี MSCI สัดส่วนประมาณ 0.7% ของดัชนี ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศที่ซื้อขายอิงดัชนีตัวนี้มีการขายปรับพอร์ต เพื่อไปรอซื้อหุ้นจีน ซึ่งประเมินว่าแรงขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ จะมีต่อในเดือน มิ.ย. แต่คาดว่าจะเริ่มชะลอ เพราะปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ดี และการเมืองดูเป็นบวกมากขึ้น

        ด้าน นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือน มิ.ย. ว่า คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวในกรอบ 1,680-1,780 จุด โดยมีกรอบแนวรับที่ 1,700 และ 1,680 จุด ส่วนกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,750 และ 1,770 จุด สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟดในวันที่ 12-13 มิ.ย. ความวุ่นวายทางการเมืองในยุโรปเริ่มจากอิตาลีที่ล่าสุดการจัดตั้งรัฐบาลมีทีท่าว่าจะล้มเหลว และอาจนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ และความเสี่ยงในการออกจากยูโรโซนที่มากขึ้น

        เห็นได้ว่าความวุ่นวายต่างๆ ที่จะเป็นตัวกระทบกับตลาดหุ้นยังมีมาไม่ขาดสาย จบเรื่องหนึ่งก็ยังมีเรื่องหนึ่งมารอเสมอ ดังนั้น นักลงทุนต้องพิจารณาให้รอบคอบ หรือหากไม่มั่นใจก็ควรจะถือเงินสดในมือไปก่อน รอให้สถานการณ์ดีขึ้นก่อนค่อยลงทุนยังไม่สาย.

                                    ปฏิญญา สิงห์พิสาร


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.