๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว


เพิ่มเพื่อน    

           หมา-แมว จับมาแต่งเป็นคน ยังเหมือนคน

                แต่ "ตะกวด" นี่

                แต่งยังไงๆ แถมให้เอาโบมาผูก มันก็ยังเป็นตะกวด!

                ย้อนดู ส.ส.บางคน แสดงกิริยา-วาจาในสภา "สำเนียงส่อภาษา กิริยาบอกสันดาน" อย่างนั้นจริงๆ

                ยิ่งพวกที่วันๆ เอาแต่ด่านายกฯ ไล่นายกฯ ออกไป แทนที่ชาวบ้านจะขานรับ

                กลับด่า "คนด่า"!

                "ไม่รู้จักตักน้่ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัว" ซะบ้าง หน้ามึน-หน้ามืด ถึงขั้น "แยกดี-แยกชั่ว" ไม่ได้

                ตอนพรรคตัวเองเป็นรัฐบาล....

                "กินบ้าน-กินเมือง" จนต้องติดคุกบ้าง หนีไปบ้าง คาศาลอยู่บ้าง ตายทุเรศบ้าง อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ บ้าง

                ๖-๗ ปี ผ่านไป แทนที่จะสำนึก และเกิดจิตละอายแล้วกลับตัว-กลับใจ

                แต่นี่อะไรกัน...

                ทำตัวเป็น ส.ส.ปิศาจหิวโหย ที่ไม่มีเครื่องเซ่นตกถึงท้อง

                วันๆ เอาแต่กรีดร้อง

                "นายกฯ ออกไป...นายกฯ ออกไป" ให้พวกกูได้กลับเข้าไปกินไส้-กินตับบ้านเมืองบ้าง!?

                ช่างหน้าด้านอะไรอย่างนั้น สิ้นท่า สิ้นปัญญา หมดอาย ก็เอากันแบบเถื่อนๆถ่อยๆ

                ไล่เขาออกน่ะ ไม่มีใครว่า

                แต่ต้องจาระไนออกมาให้ชัดว่า พลเอกประยุทธ์บริหารผิดพลาด-ร้ายแรงตรงไหน หรือมีพฤติกรรมชั่วร้ายด้วย "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" อย่างไร?

                เอาของจริง-เรื่องจริงมาตีแผ่กลางสภาให้มันจะจะไปเลย แม้ ส.ส.รัฐบาลจะอุ้มนายกฯ

                แต่ถ้ามันจะจะจริงๆ.....

                 ประชาชนนี่แหละ จะกระชากทั้งนายกฯ-ทั้งพรรครัฐบาล ให้คลานสี่ตีน ออกจากทำเนียบฯ ไม่ทัน เอากันถึงขนาดนั้นเลย

                แต่นี่ เอาแต่พาโล-โมหะ กูไม่ได้เป็นรัฐบาล มึงก็อย่าหวังได้อยู่เป็นสุขในรัฐบาล

                กูจะไล่พวกมึงทั้งในสภา ในถนน ในเฟซ ในทวิตเตอร์ ในเฟกนิวส์ เรื่อยไป

                เพราะมึงไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะถ้าเป็นประชาธิปไตย

                ต้อง "ชังชาติ-ชูไอ้กัน" เหมือนพวกกู

                ต้อง "ชอนไช-บั่นเซาะสถาบัน" เหมือนพวกกู

                นี่...มันเป็นซะแบบนี้!

                ที่พล่าม "เป็นนายกฯ ดีแต่กู้" ๖-๗ ปี สร้างหนี้เป็นสิบ-เป็นร้อยล้านล้าน นั่นน่ะ

                ขยุ้มพูด เหมือนวัว-ควาย ขยุ้มฟางเคี้ยวเอื้องไปเรื่อย แยกหญ้าสด-ฟางแห้ง ไม่ออก

                การเอายอดเงินกู้ตั้่ง เอาจำนวนปีของนายกฯ แต่ละคนมาวัดเทียบ แล้วชูเร่าๆ  สรุปประยุทธ์กู้สร้างหนี้มากที่สุด นั้น

                นี้่มันสภาของ ส.ส.ที่มีคุณสมบัติต้องจบปริญญาตรีเป็นเบื้องต้นหรือเปล่าเนี่ย?
                อย่าทำอะไรบ้องตื้นอย่างนั้น ก็จาระไนออกมาซิว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เรื่อยมาถึง ๒๕๖๔ นี้

                บ้านเมืองอยู่สุขสบาย ไม่มีปัญหาอะไรให้รัฐบาลต้องแก้ ต้องทำ ต้องฝ่าวิกฤติอย่างนั้่นหรือไม่?

                ไม่ต้องพูดถึงปัญหา ๗ ปี ต้องเสียเวลาและหมดงบแบบไร้ค่าไปกับการดูแลขบวนการรับแผนต่างชาติ "ล่มประเทศ-ล้มสถาบัน" ให้อยู่ในกรอบหรอก

                ปี ๕๘-๕๙-๖๐ เกิดวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ ทรัมป์ขึ้่นเป็นประธานาธิบดี การก่อการร้าย และผู้คนอพยพย้ายถิ่น เป็นไปทั่ว

                ส่งผลเปลี่ยนแปลงทั้งภาคการเมืองและเศรษฐกิจการค้าโลก ถึงขั้นเป็น "วิกฤติเปลี่ยนศตวรรษ"

                การที่น้ำมันเหลือบาร์เรลละ ๒๕ เหรียญฯ สะท้อนภาวะตกต่ำอุตสาหกรรม "การผลิต-การค้าโลก" ได้ดีที่สุด

                ไทยเป็นประเทศ "สินค้าส่งออก" ถึงขั้น "ติดลบ"!

                เหลือเพียง "การท่องเที่ยว" เท่านั้น ที่ยังพอทำเงินเข้าประเทศได้บ้าง

                วิกฤติมันมาพร้อมกับคำว่า "ดิสรัปต์" บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจการค้า ปรับตัวไม่ทัน ล้มระเนนระนาด

                ไม่ล้มก็ "ลดเงินเดือน" เฉือนเนื้อกันเลือดโชก!

                เรียกว่า จากปี ๕๘-๕๙ เรื่อยมา....

                นายกฯ ประยุทธ์อยู่ในสภาพ ต้องเอาบ่าแบกล้อลุยหล่ม นำประเทศฝ่าวิกฤติ ชนิดไม่มีเวลาเงยหน้า

                พอจะผ่อนหายใจได้บ้าง....

                ปลายปี ๖๒ โควิด-๑๙ ก็มา!

                เครื่องปั๊มเงินสุดท้ายที่เหลือ คือ "ท่องเที่ยว" ก็ดับสนิท

                ๖๒ ต่อ ๖๓ ทั้งปี คิดซิ...ทุกชีพจรประเทศ "หยุดหมด"

                เพื่้อรอด เพื่อให้อยู่กันได้ เท่าไหร่..เท่าไหร่ ก็ต้องกู้ ไหนจะต้องซื้อวัคซีน ไหนจะต้องประคับ-ประคอง "ทุกภาคส่วน" ให้เป็นท้องเรือพอมีน้ำเลี้ยง

                เรียกว่า คนทั้งประเทศ ร่วม ๗๐ ล้านคน รวมทั้งคนรัฐเป็นภาระ "ในตัก" รัฐบาลทั้งสิ้น

                ต้องหาเงิน-หาทองมา "เกลี่ย-เฉลี่ย" เจือจานกันไปในภาวะวิกฤติ 

                ไอ้ใครที่คิด "กู้มาโกง" ในยามนี้ มันต้องฉิบหาย-ตายโหง ไม่ได้ผุด-ไม่ได้เกิดห้าร้อยชาติ ชาติที่หกร้อย ก็ขอให้เกิดเป็นเหี้ยต่ออีกห้าร้อยชาติ

                ขอแช่งไว้เลย!

                ประเด็นว่า จำเป็นต้องกู้มั้่ย ไม่ต้องคิดมาก

                สมมุติ ส.ส.ที่พูดเป็นพ่อบ้าน ดูแลคนในบ้านซัก ๑๐ คน แล้วตกงาน ไม่มีเงินเดือน ซักเดือน-ซักปี

                จะทำยังไง?

                ก็ต้องเอาปัญหากับเงิน บวกประมาณระยะเวลามาคำนวณเพื่อบริหาร ผ่านเงินที่ต้องกู้มา เพื่อปัญหาเฉพาะหน้านี้

                ผมมองว่า มันเป็น "กรรมจำเพาะ" บ่งชี้ให้พลเอกประยุทธ์ ต้องเข้ามารับภาระบริหารประเทศช่วงวิกฤติ

                เหมือนตอนต้มยำกุ้ง....

                เขากินกันเกลี้่ยง ทิ้่งชามไว้ให้ล้างเกลื่อน แล้วอดีตนายกฯ ชวน ก็เข้ามาเป็นรัฐบาลล้างชามให้

                ล้างเสร็จ ปัดกวาดบ้านเมืองเข้าที่-เข้าทาง ตักน้ำใส่ตุ่ม ใส่ไหไว้ให้

                ไอ้ตัวดูด-ตัวแดก มันก็ยกแก๊งเข้ามา สะด๊วบไปอีก!

                คนที่มองเห็นปัญหาในวิบากชาติ ไม่มีใครอิจฉา ที่คุณชวนกลับเข้าไปเป็น "ชวน ๒" ตอนนั้น

                เหมือนตอนนี้ ก็ไม่มีใครอิจฉา ที่พลเอกประยุทธ์เข้ามาเป็นนายกฯ ช่วงประเทศสู่ "สุญญากาศทางการเมือง"

                โลกนี้ ไม่มีอะไรบังเอิญจริงๆ ไม่คิดจะเป็น มันก็ต้องเป็น ถ้าไม่เป็นตอนนั้่น ถึงตอนนี้

                นึกแล้วสยอง....

                กับวิกฤติเศรษฐกิจโลก โควิดกระทืบซ้ำ กระหน่ำหนักในปี ๖๔

                ถ้านายกฯ ไม่ใช่ประยุทธ์ ......

                เป็นนายปลา นางปู นายหมู นางหมา ประเทศจะรอดจากวิกฤติทำ ซ้ำด้วยโกงในวิกฤติ ตามสันดานชินหรือไม่ ใครก็ไม่กล้ารับประกัน!

            ยิ่งต้องกู้ตามน้ำแบบนี้ด้วยละก็

            "รอแป๊บนะพี่...เดี๋ยวถึง" ภาค ๒ มาแน่!