ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"


เพิ่มเพื่อน    

          การที่ "ไต้หวัน" ตกอยู่ในสภาพ "เศรษฐีขาดไฟ" เป็นกรณีศึกษาด้าน "สะท้อนคิด"

            คือ โควิดมารอบแรก ไต้หวันสยบราบคาบ

                โลกซูฮก ไต้หวันเยี่ยม

                ใช้เทคโนโลยีไอทีเป็นเครื่องมือ "ค้น-ปราบ" ได้เจ๋ง ประเทศอื่นๆ งอมด้วยโควิด แต่ไต้หวัน "งามเลิศในปฐพี"!

                แต่มารอบนี้ ต้องบอกว่า ไต้หวัน "พัง" ไม่เป็นท่า

                พังเพราะอะไร?

                เพราะไม่มีเงินซื้อวัคซีนหรือหาซื้อวัคซีนไม่ได้อย่างนั้นหรือ ?

                ก็ไม่ใช่ (ซะทีเดียว)

                ตรงกันข้าม ไต้หวันรวย เป็นลูกรักสหรัฐฯ เป็นประเทศอุตสาหกรรมการผลิตชั้นสูงด้วยวิทยาการและเทคโนโลยีในภูมิภาคนี้ เทียบญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ถึงระดับนั้น

                โควิดรอบนี้ แรกๆ ใครคิดว่า ไต้หวันเอาอยู่ แต่เอาเข้าจริงก็ "เอาไม่อยู่"

                ดูตามจำนวนป่วยและเสียชีวิต ก็ไม่มาก แต่เมื่อเทียบกับประชากร ๒๓.๕ ล้านคน และสถิติแทบไม่ป่วยในรอบแรก

                การป่วยระดับหมื่นและตายระดับร้อยต้นๆ ตอนนี้ ก็ถือว่า "น่าตกใจ" พอสมควร สำหรับไต้หวัน

                แรกๆ เคยมีข่าว จีนเสนอวัคซีนให้ แต่ทางไต้หวันคงไม่สนใจ มุ่งหวังวัคซีนทางสหรัฐฯ มากกว่า

                เพราะอเมริกาคือ มหาอำนาจทางวัคซีน มีทั้งไฟเซอร์, โมเดอร์นา, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน

                โลกรู้ ไต้หวันกำลังเป็นไพ่ในมือสหรัฐฯ ที่ใช้เกกับจีน ยังไงๆ ก็ต้องโอ๋ ต้องเอาใจ

                เหมือนตอนยกไทยเป็นยอดมหามิตร (หลอก) ใช้เป็นฐานทัพถล่มไปเวียดนาม

                วัคซีนเรื่องจิ๊บจ๊อย แลกกับการปะเหลาะซื้อใจไต้หวัน ยังไงๆ อเมริกันก็ต้องรีบทุ่มให้

                ก็น่าเป็นเช่นนั้น....

                ตอนต้น มิ.ย. "แทมมี ดักเวิร์ธ" ส.ว.สหรัฐฯ กับ ส.ว.ยกขบวนไปเยือนไต้หวัน เป็นข่าวผักชีโรยหน้าตลบโลก

                "ช้างเหยียบนา-พระยาเหยียบเมือง"

                ไต้หวัน ที่อยากเป็น "อเมริกันหัวดำ" หน้าบานเชียว

                ปรากฏว่า สหรัฐฯ มอบวัคซีนให้ ๗๕๐,๐๐๐ โดส!

                เอาเหอะ ๗ แสน ก็ยังดี

                แต่ไหนล่ะ ๗ แสน ๕ นั่นน่ะ?

                คำตอบคือ มาแต่ตัวเลข ส่วนตัววัคซีน จะยี่ห้ออะไร มาเมื่อไหร่ ตอนไหน ไม่รู้ ไม่มีมา

                และจะมาชาตินี้หรือชาติหน้า ก็ยังตอบไม่ได้!

                นับแต่รอบ ๓ ระบาดมา คนไต้หวันจึงได้ฉีดวัคซีนกันแค่ ๓% กว่าๆ และใน ๓% กว่านี้ ก็ไม่ใช่วัคซีนจากน้ำใจตั้วเฮียอเมริกัน

                หากแต่เป็นที่สั่งซื้อจากแอสตร้า เซนเนก้า ๑๐ ล้านโดส โดยรอบแรกรับไป ๗๒๐,๐๐๐ โดส และจากโมเดอร์นาอีก ๑๕๐,๐๐๐ โดส!

                ทำไงล่ะทีนี้ เมื่อไต้หวัน "รั้งไม่หยุด-ฉุดไม่อยู่" ทั้งไม่คิดมาก่อนว่า ประเทศตัวเองจะกลายเป็นพระเอกตายทั้งที่หนังเพิ่งฉายได้ครึ่งเรื่อง

                มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ ที่สหรัฐฯ บอกจะให้ ก็เป็น "วัคซีนทิพย์" ที่ประกาศเอาหน้าจะบริจาคให้ประเทศทั่วโลก ก็ไม่ต่าง "ตดให้หมาดม"

                เราจึงเห็นภาพ ชาวไต้หวันที่มีเงิน แห่เดินทางไปฉีดวัคซีนที่สหรัฐฯ วันละเป็นพันๆ คน

                หัวละเป็นแสน ก็ยังแย่งกันไป ๒ สายการบินไต้หวัน บินกันจนปีกห้อย

                กับไทย จีนยังทั้งขาย-ทั้งแถมให้ตั้ง ๗ ล้านโดส

                กับไต้หวัน ก็จีนด้วยกัน

                ออกปากคำเดียว คน ๒๓ ล้าน เอาไปเลย ๕๐ ล้านโดส ก็จะทันที-ทันใด เคยมีข่าวด้วยซ้ำว่า จีนพร้อมจัดให้ แต่กลับเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ไต้หวันเองเท่านั้นที่รู้

                ตอนนี้ ออกข่าว เพราะจีนกีดกันการเข้าถึงวัคซีน ก็ฟังเขา จะเอาแค่ความรู้สึกเราไปสรุปในเรื่องไม่รู้จริง ไม่ควรทำ

                ที่เท้าความมายาวยืด....

                ก็จากเหตุที่ "นางไช่ อิงเหวิน" ประธานาธิบดีไต้หวัน ให้สัมภาษณ์สื่อในบ้านเขาเมื่อวาน (๑๑ มิ.ย.) ใจความว่า

                "ได้สั่งซื้อวัคซีนแอสตร้า เซนเนก้า ไปแล้ว ๑๐ ล้านโดส ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตในประเทศไทย

            ตอนนี้สถานการณ์โควิด-๑๙ ในไทยเองก็หนักหน่วง พวกเขาจึงสงวนวัคซีนไว้สำหรับใช้งานในประเทศก่อน”

                "นายเฉิน สือจง" รัฐมนตรีสาธารณสุขไต้หวัน แถลงต่อสภาว่า

                "แอสตร้า เซนเนก้า ที่สั่งซื้อ อาจมาถึงช้ากว่ากำหนดราวๆ ๑ เดือน เพราะมีปัญหาด้านกำลังการผลิตจากโรงงานในไทย

            แต่ได้รับบริจาคแอสตร้า เซนเนก้า ๑.๒๔ ล้านโดส จากญี่ปุ่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

            ขณะที่สหรัฐฯ ที่รับปากจะส่งวัคซีนให้ ๗๕๐,๐๐๐ โดส ยังไม่มีการเผยรายละเอียดเพิ่มเติม"

            จากคำสัมภาษณ์ประธานาธิบดีและรัฐมนตรีสาธารณสุขไต้หวัน สะท้อนมุมคิดหลายด้าน

                ด้านแรก เข้าใจหัวอกผู้นำ เรื่องวัคซีน เมื่อประเทศไม่ได้มีแผนรองรับเนิ่นๆ เมื่อทั้งโลกแย่งกัน ต่อให้เอาปืนไปจ่อหัวผู้ผลิต ก็ใช่ว่าเขาจะมีให้ดังใจ

                ก็ตอบได้ว่า แอสตร้า เซนเนก้า ยังไม่ส่งมาให้ตามกำหนด

                แต่ถ้าคิดรอบคอบ ผมเชื่อ ประธานาธิบดีไช่ จะไม่ยกประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริษัทแอสตร้าผลิต

                ไปให้สัมภาษณ์เน้น ว่า....

                ที่ไต้หวันได้วัคซีนช้า เพราะไทยกั๊กเอาไว้ใช้เองก่อน!

                ฟังแล้ว ทั้งคนไต้หวัน ทั้งคนไทย จะคิดยังไง คงไม่ต้องอธิบายนะ

                การซื้อขาย เป็นเรื่องตกลงของไต้หวันกับบริษัท แอสตร้า เซนเนก้า แต่ประธานาธิบดีไช่ กลับพูดเหมือนโบ้ยปัญหามาที่ไทย

                ไต้หวันทิ้งน้ำหนักด้านความหวังเรื่องวัคซีนไว้เฉพาะกับแอสตร้า เซนเนก้ารายเดียวหรือ?

                ก็ไม่น่าใช่ ในเฉพาะหน้า สหรัฐฯ นั่นแหละ "ตัวหวัง" ของไต้หวัน เมื่อได้แค่วัคซีนทิพย์ กลับเหวี่ยง ๓๖๐ องศามาที่ไทย ซึ่งดูแล้วพิลึก

                มุมสะท้อนอีกมุม คือ......

                เรื่องวิสัยทัศน์ประเทศ ถ้าในหลวง รัชกาลที่ ๙ ไม่ทรงดำริสร้างโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ไว้ให้ล่วงหน้าเป็นสิบปี

                วันนี้ ไทยเราก็คงสภาพเดียวกับไต้หวันและอีกหลายๆ ประเทศ คือ เคว้งคว้าง ถึงมีทางไป เงินก็ไม่ใช่ตัวชี้ขาด

                วันนี้ เราจะเห็น ทั้งไต้หวัน ทั้่งเวียดนาม พยายามติดต่อบางบริษัทเพื่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนในประเทศ

                แต่ถึงสร้าง มันก็ไม่ทันการณ์แล้ว!

                ฉะนั้น คำว่าวิสัยทัศน์ยาวไกลและเฉียบขาด สำคัญมากกับประเทศ-กับผู้นำการบริหารและปกครองประเทศ

                ต้องยอมให้คนด่า กับการลงทุน "เพื่ออนาคต" ที่วันนี้ เขาไม่เห็น

                แต่ผู้นำบริหารต้องเห็นและต้องยอมให้เขาด่า

            เพื่อให้คำด่าเป็น "อนาคต" อันงดงามของชาติ-ของประชาชน ก็แค่นั้นแหละ.

 


บ่ายวาน... ไอ้เราก็รีบมาทำงาน เพื่อรีบกลับก่อนเคอร์ฟิว แต่..เอ๊ะทำไมวันนี้รถมันติดจัง (วะ)? อ้อ...พวกสามนิ้วเขา "คาร์ม็อบ" เป็นอันธพาลครองเมืองกัน จุดพลุ จุดมินิระเบิดกันแล้ว

ชีวิตรอได้"เพื่อวัคซีนไทย"
ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย