“อาหารถิ่น กินที่บ้าน” ททท.ภาคกลาง เติมความสุขคนอยู่บ้าน


เพิ่มเพื่อน    

ททท. ภูมิภาคภาคกลางจัดหลากกิจกรรมเติมความสุขให้คนอยู่บ้าน ชวนทำ“อาหารถิ่น กินที่บ้าน” นำ “เชฟบุ๊ค” สอนทำเมนูง่ายๆ สำหรับคนอยู่บ้านทานเองได้ โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่น พร้อมชวนร่วมสนุก ““คิดถึงสุดสุดสมุทรสาคร” ส่งภาพประทับใจที่เคยถ่ายในจังหวัดสมุทรสาคร บอกเล่าเรื่องราวเข้ามาร่วมรับของรางวัล  ภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้

 

 

นางสาวจุฑาทิพย์  เจริญลาภ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า ในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโควิด 19 อยู่นี้ สิ่งที่ทุกคนควรต้องปฎิบัตตามคือมาตรการความปลอดภัยตามแนวทางสาธารณสุขทั้งการใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง รวมทั้งการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”

          

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการช่วยเติมความสุขให้คนที่ต้องหยุดอยู่กับบ้านในช่วงนี้ รวมทั้งเป็นการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาคส่วนต่างๆ ททท.ภูมิภาคภาคกลาง จึงจัดกิจกรรม “ อาหารถิ่น กินที่บ้าน” ขึ้น โดยร่วมกับ "เชฟบุ๊ค" - บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต เชฟชื่อดังจากรายการโทรทัศน์ที่เน้นแนวคิด “การสอนทำอาหารง่ายๆ ที่คนทำไม่เป็นก็ทำตามได้เลย”มาช่วยคิดและปรุงอาหารให้ชม โดยนำวัตถุดิบท้องถิ่นต่างๆ จากพื้นที่ภาคกลางมาเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร  ซึ่งประชาชน สามารถรับชมย้อนหลังผ่านช่องทางออนไลน์ ของ ททท. ภูมิภาคภาคกลาง  อาทิ  เว็บไซต์  www . เที่ยวภาคกลาง.com, Facebook:  TAT_ Tiewpakklang  และ Facebook : Chefbook  

 

 

สำหรับเมนูอาหารที่ "เชฟบุ๊ค" ปรุงให้ชมและทำตาม มีทั้งอาหาร คาว  เช่น แกงส้ม  แกงคั่ว แกงเผ็ด   และ ของหวานเช่น  พุดดิ้ง พานาค็อตตา ฯลณ  โดยแต่ละเมนูใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อ และมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวในภาคกลาง  ซึ่งประชาชนที่สนใจสั่งซื้อทางออนไลน์ มาประกอบอาหารเองที่บ้านได้  อาทิ  ปลาช่อนแดดเดียว จังหวัดสิงห์บุรี  ,แห้วหรือ สมหวัง วังยาง จังหวัดสุพรรณบุรี  , สับปะรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ,น้ำตาลโตนด เมืองเพชรบุรี มะพร้าวน้ำหอม  เมืองราชบุรี ลิ้นจี่  เมืองสมุทรสงคราม  กระท้อน เมืองลพบุรี เป็นต้น

 

 

โดยหลังจากนี้ เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายทาง "เชฟบุ๊ค" จะคัดเลือกแฟนคลับที่เข้าร่วมทำกิจกรรมออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งผลิตวัตถุดิบอาหารชุมชนด้วยอีกครั้งหนึ่ง

 

“โครงการ “อาหารถิ่น กินที่บ้าน” กับเชฟบุ๊ค   ผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เพิ่งจบไปเมื่อเร็วๆนี้ สร้างการรับรู้ให้แก่คนไทยเป็นจำนวนมาก  ถือเป็นเครื่องยืนยันว่า แม้จะยังออกเดินทางท่องเที่ยวไม่ได้ คนส่วนใหญ่ในประเทศก็พร้อมมีส่วนร่วมทำกิจกรรม และสามารถช่วยชุมชนต่าง ๆ ทั่วภาคกลาง ให้ขายวัตถุดิบท้องถิ่นสำหรับทำอาหารได้หลากหลาย"  ผู้อำนวยการททท. ภูมิภาคภาคกลางกล่าว

 

ผู้อำนวยการททท. ภูมิภาคภาคกลาง กล่าวต่อว่า สำหรับภาคกลาง ถือว่ามีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย  ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม  ประเพณีอันดีงาม อาหารรสชาติอร่อย และ เกจิอาจารย์ที่เป็นศูนย์รวมความศรัทธา  แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 หลังจากนี้ รูปแบบการท่องเที่ยวของผู้คนจะต้องเปลี่ยนแปลง  โดยหลังจากนี้  ททท. จะมุ่งไปสนับสนุนการท่องเที่ยวในวิถีใหม่ หรือนิวนอร์มอล-New Normal   มุ่งเน้นการท่องเที่ยวในรูปแบบครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อนสนิท   ที่มีขนาดเล็กลง  แทนการมุ่งเน้นเป็นกรุ๊ปทัวร์ หรือการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะจำนวนมาก 

 

นอกจากนี้ ททท.ยังให้ความสำคัญความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเป็นหลักสำคัญ โดยจะสนับสนุนให้ประชาชนไปเลือกท่องเที่ยวผ่านผู้ประกอบการ ที่มีตราสัญลักษณ์ ตามมาตรฐาน SHA  หรือ  โครงการ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA)  ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. และกระทรวงสาธารณสุข  รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน   โดยมีผู้ประกอบการ    10 ประเภทกิจการ ได้แก่ 1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ เข้าร่วม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้ามาใช้บริการ

 

 

 

ล่าสุด ททท.ภูมิภาคภาคกลาง ยังมีกิจกรรม เชิญชวนทุกท่านร่วมสนุก กับโครงการ "คิดถึงสุดสุดสมุทรสาคร" ด้วยการส่งภาพประทับใจ ที่เคยถ่ายจากการเดินทางในจังหวัดสมุทรสาคร โดยจะไม่จำกัดเวลาอายุของภาพถ่าย  พร้อมบอกเล่าเรื่องราวประกอบภาพเข้ามาที่ เว็บไซต์  www. คิดถึงสุดสุดสมุทรสาคร.com ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564  มีรางวัลต่างๆ เป็นการตอบแทน อาทิ หน้ากากผ้า  เสื้อยืดแสนสวย ที่พักพร้อมอาหารเช้า  ทัวร์ถ่ายภาพกับททท. เมื่อสามารถเดินทางได้ ผู้สนใจเข้าไปดูกติกาและของรางวัล พร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   เว็บไซต์ www.คิดถึงสุดสุดสมุทรสาคร .com  หรือ Facebook :คิดถึงสุดสุดสมุทรสาคร 

 

 

ขณะเดียวกันได้ทำการเผยแพร่ภาพแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม เพื่อช่วยกระตุ้นความทรงจำ ให้ระลึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จากพื้นที่  9 สำนักงาน ททท.ภูมิภาคภาคกลาง    ประกอบด้วย สำนักงานกรุงเทพมหานคร   สำนักงานประจวบคีรีขันธ์   สำนักงานพระนครศรีอยุธยา  สำนักงานสมุทรสงคราม  สำนักงานกาญจนบุรี  สำนักงานสุพรรณบุรี สำนักงานลพบุรี และ สำนักงานราชบุรี  ผ่านช่องทางออนไลน์ ภายใต้แนวคิด  "ห่างกันสักพัก ถ้าเธอรักเมืองไทย" 

 

 

โดยภาพที่ได้รับการเผยแพร่ ประกอบด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเช่น  วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม,   ตลาดโอ๊ะป่อย จังหวัดราชบุรี,   วัดชินวราราม  จังหวัดปทุมธานี ,  วัดอรุณราชวรารามฯ กรุงเทพฯ , พุทธอุทยานมหารราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา , สวนบิ๊กเต๊ จังหวัดสระบุรี ,  โครงการพระราชดำริฯ แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น  

 

 

นอกจากนี้ ยังช่วยทำการประชาสัมพันธ์ แจ้งข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป เช่น ข่าวการอบรมทำตลาดออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการsme  ,การอัปเดตข้อมูลการเปิดปิดสถานที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ,การให้ข้อมูลซื้อขายผลิตภัณฑ์และผลไม้ของชุมชน เช่นทุเรียน  เงาะ มังคุด สัปปะรด ส้มโอ   ของดีจากวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ ชะอม จังหวัด สระบุรี  ฯลฯ เป็นต้น

 

ทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมที่ททท.ภูมิภาคภาคกลาง ได้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเติมความสุขในระหว่างที่ต้องอยู่ที่บ้านกันเป็นส่วนใหญ่

 

ผู้สนใจข่าวสารข้อมูลการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลาง สามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ www. เที่ยวภาคกลาง.com , เฟสบุ๊ค  TAT_ Tiewpakklang

 

สรณะ  รายงาน


เห็นมั้ย........ ไอ้ตัวอยู่เบื้องหลัง "ขบวนการสามนิ้ว" ที่ใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือ "ล้มสถาบันกษัตริย์"

ปริศนา"I Roam Alone"? 
ชีวิตรอได้"เพื่อวัคซีนไทย"
ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"