ฟันผกก.อมเบี้ยเลี้ยงโควิด ไต่สวนตร.-อัยการคดีบอส


เพิ่มเพื่อน    

 ป.ป.ช.โชว์ลุยงานเชิงรุกเร่งสางคดีเก่าไปกว่า 8-9 พันคดี  พร้อมแจงความคืบหน้า 15 คดีสำคัญ ชี้มูลคดี "พ.ต.อ.สมพงศ์" สมัยนั่ง ผกก.สภ.ทุ่งสง โกงเบี้ยเลี้ยงโควิดลูกน้อง ฟันอาญาและวินัยร้ายแรง "ตร." รับลูกเร่งเชือดวินัยไม่เกิน 30 วัน ส่วน "อนุฯ กลั่นกรอง" เตรียมชง ป.ป.ช.ชุดใหญ่ สั่งไต่สวนข้อเท็จจริงคดี “บอส อยู่วิทยา” หลังพบอัยการ-ตร.กว่า 10 รายเอี่ยวไม่ฟ้องคดีอาญา? มีระดับบิ๊ก “พล.ต.อ.” ถึง? 2 ราย

    ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันที่ 14 มิ.ย. สำนักงาน ป.ป.ช.จัดกิจกรรมผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. พบสื่อมวลชนผ่านระบบ Zoom ในการติดตามความคืบหน้า 15 คดีสำคัญ โดยมีนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีก 3 ราย ได้แก่ นายนิวัติไชย  เกษมมงคล, นายอุทิศ บัวศรี, นายพิเชษฐ์ พุ่มพันธ์ และผู้บริหารระดับสูงในสำนักงาน ป.ป.ช. เข้าร่วมกิจกรรม
    นายวรวิทย์แถลงว่า ภาพรวมคดีทั้งหมดในปีงบประมาณ 2564 (ระหว่าง ต.ค.2563-พ.ค.2564) มีเรื่องร้องเรียนกล่าวหาทั้งสิ้น 4,920 เรื่อง ลดลงจากปีงบประมาณ 2563 รวม 1,403 เรื่อง มีคดีอย่างน้อย 8,000-9,000 คดีที่เป็นคดีเก่า เกิดขึ้นก่อนวันที่ 21 ก.ค.2561 ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 22 ก.ค.2564 โดยคาดว่าจะทำแล้วเสร็จตามเป้าประมาณ 90% แต่เนื่องจากขณะนี้มีสถานการณ์โควิด-19 อาจมีบางคดีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่อาจเข้ามาให้การได้ อาจมีล่าช้าอะไรไปบ้าง แต่จะพยายามให้อย่างน้อยไม่เกินปีงบประมาณ 2564 หรือภายในเดือน ก.ย.นี้ เบื้องต้นเท่าที่ดูมีประมาณ 10 คดี ยืนยันว่าทำงานอย่างเข้มข้นทุกฝ่าย
    ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้า 15 คดีสำคัญนั้น 1.คดีทุจริตการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ ปี 2556 ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลให้ข้อกล่าวหาตกไป 2.คดีการปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2557 ชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 3.คดีทุจริตในการดำเนินการก่อสร้างฝายและเพาะชำปลูกหญ้าแฝกตามโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้ (ฝายแม้ว) ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 5.คดีเงินทอนวัดมีคดีทั้งสิ้น 98 คดี ทำเสร็จไปแล้ว 52 คดี เหลืออยู่ 46 คดี 7.คดีทุจริตสร้างสนามกีฬาฟุตซอล มีทั้งหมด 28 คดี เสร็จแล้ว 7 คดี เหลือ 21 คดี 8.คดีทุจริตเรียกรับเงินจากผู้นำเข้าเครื่องยนต์อิสระทำให้ผู้นำเข้าเสียภาษีน้อยลง (คดีภาษีรถหรู) มีการชี้มูลความผิดไปแล้ว 9.คดีทุจริตการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ภาค 2 อยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา
    10.คดีทุจริตการทำสัญญาซื้อขายมันสำปะหลังแบบจีทูจี แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว 11.คดีทุจริตในการออกโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขารวก-ป่าเขาเมือง และในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ มีผู้เกี่ยวข้อง 24 ราย 13.คดีทุจริตในการออกโฉนดที่ดินทับซ้อนเขาเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเตียน และป่าเขื่อนลั่น อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา สรุปสำนวนเสร็จแล้ว 14.คดีทุจริตในโครงการจัดหาที่ดินเพื่อปลูกปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศอินโดนีเซีย หรือคดีปาล์มอินโดฯ คดีนี้เป็นมหากาพย์ และ 15.คดีทุจริตในการซื้อขายเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน Boeing B777-200ER ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
    ขณะที่นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า? ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณากรณีกล่าวหา พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.ทุ่งสง? จ.นครศรีธรรมราช โดยปรากฏข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อประมาณปี 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดสรรเงินค่าตอบแทน (ค่าเบี้ยเลี้ยงงบโควิด-19) ให้ สภ.ภูธรทุ่งสง เพื่อเบิกจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในอัตราคนละ 60 บาทต่อชั่วโมง เบิกจ่ายเท่ากับที่ปฏิบัติงานจริงแต่ไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน
    ต่อมา สภ.ทุ่งสงได้ประชุมประจำเดือน ก.ย.63 มี พ.ต.อ.สมพงศ์เป็นประธานที่ประชุมร่วมกับตำรวจ 200 นาย ที่ประชุมได้ชี้แจงเกี่ยวกับการได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงของตำรวจ โดย พ.ต.อ.สมพงศ์ชี้แจงรายละเอียดงบประมาณและวิธีการเบิกจ่ายให้ในที่ประชุมทราบ โดยในส่วนของจำนวนเงินค่าเบี้ยเลี้ยงโควิดนั้น พ.ต.อ.สมพงศ์ได้สั่งการให้ตำรวจทุกนายของ สภ.ทุ่งสงมีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนรายละ 15,000 บาท ตำรวจที่ได้รับเงินเกินจาก 15,000 บาท นำไปบริจาคให้ สภ.ทุ่งสง เพื่อนำไปให้ตำรวจที่ได้รับการจัดสรรน้อยกว่า 15,000 บาท เพื่อความเท่าเทียมกัน เงินที่เหลือจากการปันส่วนให้เก็บไว้เป็นกองกลางเป็นเงินบริหาร พ.ต.อ.สมพงศ์ทราบดีอยู่แล้วว่าเงินค่าเบี้ยเลี้ยงโควิด ต่อมาว่าสภ.ทุ่งสงได้เรียกเก็บเงินค่าเบี้ยเลี้ยงโควิดนำไปจัดสรรดังกล่าวแก่ตำรวจที่ไม่มีสิทธิจะได้รับ ตำรวจรายใดไม่เห็นด้วยและไม่ยอมนำเงินมาคืน พ.ต.อ.สมพงศ์จะออกคำสั่งย้ายปรับเปลี่ยนหน้าที่
    "ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนแล้วเห็นว่า การกระทำของ พ.ต.อ.สมพงศ์มีมูลความผิดทางอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2563 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง เห็นควรส่งรายงานและความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงานเอกสารและความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่  ตามมาตรา 91 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ต่อไป" โฆษก ป.ป.ช.กล่าว
    จากนั้น นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตว่า ภายหลังได้รับเอกสารการสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการชุดนายวิชา มหาคุณ ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการกลั่นกรอง และมีการพิจารณาวินิจฉัยว่ามีมูลเบื้องต้น จึงได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงผู้เกี่ยวข้องแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อสั่งไต่สวนข้อเท็จจริง สำหรับรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาเท่าที่จำได้มีประมาณ 10 คนขึ้นไป และเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องมีทั้งตำรวจและอัยการ
    ถามว่ากรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเทปบันทึกเสียงในวันที่มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถนายวรยุทธ อาจได้มาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายจะสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาได้หรือไม่ นายนิวัติไชยกล่าวว่า หากมีข้อสงสัยว่าเอกสารหลักฐานเท็จหรือจริง ทาง ป.ป.ช.จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิสูจน์หลักฐานเพื่อรับรองว่าเป็นจริงหรือไม่ ก่อนที่จะใช้นำมาเป็นพยานหลักฐานในคดี ดังนั้นเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง
    มีรายงานว่า บุคคลที่กำลังจะมีการเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนในคดีนี้ มีประมาณ 10 คน มีทั้งอัยการและตำรวจ ซึ่งทั้งหมดมีชื่ออยู่ในรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชาเป็นประธาน ทั้งนี้ พบว่าในส่วนของตำรวจที่ถูกตั้งอนุกรรมการไต่สวน ยศสูงสุดคือ พล.ต.อ. จำนวน 2 ราย
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.สมพงศ์ที่ป.ป.ช.ชี้มูลนั้น ตามขั้นตอน ป.ป.ช.จะส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการในอำนาจ ก็จะมีการดำเนินการพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรงตามฐานความผิดตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูลมาดังกล่าวต่อไป โดยจะเร่งดำเนินการภายใน 30 วัน
    "เรื่องเบี้ยเลี้ยงตำรวจช่วงโควิดพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้จเรตำรวจฯ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทันทีที่ปรากฏว่ามีการร้องเรียน ตั้งแต่ช่วง ต.ค.2563 โดยมีการตรวจสอบ จนนำไปสู่การดำเนินการตั้งกรรมการทางวินัยไปแล้ว 10 บช. โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง และสอบสวนทางวินัย รวมแล้วกว่า 200 นาย" จเรตำรวจแห่งชาติกล่าว.
    

 

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.